5 ขั้นตอนฝึกจิต Auto suggestion

Auto suggestion คือ การส่งผลต่อร่างกาย หรือสมอง จากความคิด หรือแนวคิดของตัวคุณเอง ไม่ใช่จากคนอื่น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การที่ร่างกาย หรือจิตใจของคุณจะเป็นไปตามสิ่งที่คุณคิด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะเป็นเรื่องที่ทุกๆ คนทำเป็นประจำ แต่เพียงไม่ได้สังเกต หรือไม่รู้ตัวนั่นเอง แต่ปกติแล้ว เรามักจะคิดแต่ด้านลบ เช่น บ่นว่าเหนื่อย หรือเพลีย ซึ่งเมื่อคุณบ่นเป็นประจำ สมองก็จะสั่งการให้ร่างกายของคุณเกิดอาการเหนื่อยล้า ลองมาเปลี่ยนวิธีคิด คิดแต่สิ่งที่ดีๆ กับ 5 ขั้นตอนฝึกจิต เปลี่ยนชีวิตได้ด้วยตัวเอง


5 ขั้นตอนฝึกจิต

วิธี Auto suggestion นี้สามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความประหม่าระหว่างขับรถ เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา นั่งสมาธิ นอน และยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ ช่วยผ่อนคลาย ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น

1. ตั้งเป้าหมาย

ก่อนที่คุณจะเปลี่ยน คุณจะต้องตั้งเป้าหมายเสียก่อน เพราะถ้าคุณไม่ตั้งเป้าหมาย สมองของคุณมักจะทำตามจิตใต้สำนึกของคุณ ซึ่งบางทีก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการ หรือเป็นความคิดด้านลบ เป้าหมายของคุณอาจจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ก่อน

2. ขจัดความคิดด้านลบ

ลองหันมาใส่ใจตัวเอง อยู่กับตัวเองบ้าง ลองสังเกตตัวเอง เมื่อไหร่ที่สมองของคุณเริ่มคิดด้านลบ หรือพูดถึงเรื่องแย่ๆ โดยเฉพาะการพูดในใจ ไม่ว่าจะเป็น การดูถูกตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือกลัว ให้ลบความคิดแย่ๆ นั้นด้วยคำพูดที่ให้พลังด้านบวก

3. อยู่กับปัจจุบัน

อยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคต หรืออดีต ดังนั้นการลบความคิดแย่ๆ ด้วยคำพูดด้านบวกนั้น คุณควรใช้ประโยคบอกเล่าที่บ่งบอกถึงปัจจุบัน ไม่ใช่ ฉันเคย….. หรือ ฉันจะ…… เพราะถ้าคุณมัวแต่คิดถึงอนาคต หรืออดีต คุณก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงปัจจุบันของคุณได้เลย จากเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ ลองคิดออกมาเป็นประโยคด้านบวก เช่น ฉันมีความสุข ฉันมีเงิน ฉันมีร่างกายที่แข็งแรง ฉันสวย ฉันเป็นที่รัก ฉันเก่ง เป็นต้น

4. ทำซ้ำๆ

แค่คิดในใจอาจจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ ลองเขียนประโยคข้างต้นที่คุณคิดไว้ลงบนกระดาษทุกๆ วัน หรือพูดประโยคเหล่านั้นทุกๆ วัน

5. เชื่อ

สิ่งที่คุณทำจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณไม่เชื่อ ดังนั้นคุณต้องเชื่อคนๆ หนึ่ง คนที่คุณควรที่จะเชื่อที่สุดก่อน ซึ่งก็คือตัวคุณเอง เชื่อในสิ่งที่คุณคิด เขียน หรือพูดออกมา

ดอกบ๊วย ดอกท้อ ดอกซากุระ ต่างกันอย่างไร Cherry Blossom

ความต่างของ ดอกบ๊วย ดอกท้อ ดอกซากุระ

– ดอกบ๊วย plum : กลีบกลม ดอกตูมจะกลม ดอกติดกับก้าน จะบานช่วงมกราคม-มีนาคม : Chinese plum blossom หรือ Japanese apricot หรือ ดอกเหมย

– ดอกท้อ peach : กลีบรี ก้านจะสั้นๆ บานเดือนเมษายน : Peach Blossom บางคนก็เรียก ดอกพีช

– ซากุระ cherry blossom : กลีบเป็นแฉก ก้านจะยาว ออกดอกเป็นช่อ จะบานช่วงมีนาคม-เมษายน : Cherry blossom หรือ Japanese flowering cherry

ลักษณะกลีบดอก-ก้าน-เปลือก

ดอกไม้ในวงศ์ Rosaceae (วงศ์กุหลาบ) สกุล Prunus (เช่น พลัม เชอร์รี่ ลูกท้อ แอปริคอต ซากุระ อัลมอนด์ และ นางพญาเสือโคร่ง) เพราะเป็นไม้ในสกุลเดียวกัน ความเหมือนจึงใกล้เคียงกันมาก // ที่มา fasaiwonmai

ดอก-ก้าน-กลีบ-เปลือก

– ดอกบ๊วย : กลีบกลม ดอกตูมจะกลม ดอกติดกับก้าน โดยทั่วไปจะมีกลีบดอก 5 กลีบ และมีหลากสีตั้งแต่ขาว ชมพู แดง และเข้มเป็นสีแดงสด

– ดอกท้อ : กลีบรี หรือคล้ายหยดน้ำตา ก้านจะสั้นๆ

– ซากุระ : กลีบเป็นแฉก ก้านจะยาว



ดอกบ๊วยกลีบวงกลม , ดอกท้อกลีบรูปหยดน้ำ, ดอกซากุระ จะมีแฉกๆ ที่ปลาย


Plum=บ๊วย, Peach=ท้อ , Sakura=ซากุระ


– บ๊วย มีชื่อญี่ปุ่นว่า อุเมะ 梅
– ท้อ มีชื่อญี่ปุ่นว่า โมโม 桃
– เชอรี่ มีชื่อญี่ปุ่นว่า ซากุระ 桜
แถมอีกอย่างคือ แอปริคอท มีชื่อญี่ปุ่นว่า อันซึ (杏)



ลักษณะของต้น ช่วงเวลาที่บาน
ดอกบ๊วย – ดอกท้อ – ดอกซากุระ

เปลือกของต้นไม้ทั้งสาม

ต้นบ๊วยจะมีเปลือกที่แตกออก มีรอยย่นคล้ายต้นไม้โดยทั่วไป

ต้นท้อจะมีเปลือกเรียบและมีรูปแบบคล้ายจุดเล็กๆ ไปทั่วทั้งต้น

ต้นซากุระจะมีเปลือกเกลี้ยงเป็นมันและมีลายนูนตามขวางของลำต้น

คู่มือดูดอกบ๊วย ดอกท้อ ดอกซากุระ (Plum – Peach – Cherry Blossom)

ซากุระ มีถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้, เกาะไต้หวัน, หมู่เกาะโอกินาวา, ญี่ปุ่น มีดอกสีขาว กลีบแต่ละกลีบมีจำนวนแตกต่างกันไปตามชนิด ลักษณะเด่นของซากุระก็คือ เมื่อร่วง จะร่วงพร้อมกันหมด ดอกซากุระในเกาหลี, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, จีน หรือที่อื่น ๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ซากุระของญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นซากุระ

ดอกบ๊วยและดอกซากุระต่างกันหลักๆ ที่ช่วงเวลาบาน (บ๊วยบานก่อน ม.ค.-ก.พ., ซากุระบานทีหลัง มี.ค.-เม.ย.), ลักษณะก้านดอก (บ๊วยไม่มีก้าน ดอกแปะติดกิ่ง, ซากุระมีก้านยาวห้อยลง), รูปทรงกลีบ (บ๊วยกลีบกลมมน, ซากุระปลายกลีบหยัก), และซากุระมักบานพร้อมใบอ่อนหรือมีพุ่มช่อหนาแน่นกว่า 

สรุปข้อแตกต่างระหว่างดอกบ๊วย และ ดอกซากุระ

สรุปการสังเกตง่ายๆ

"ถ้าดอกติดกิ่ง 🌸 บ๊วย | ถ้าก้านยาวห้อย 🌸 ซากุระ"

Cooking คำศัพท์ เกี่ยวกับการทำอาหาร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการทำอาหาร

ต้ม-ผัด-แกง-ทอด-หั่น-สับ ฯลฯ

อาหาร

เติมส่วนผสม = add แอด

ผสม,คลุก = blend เบลนดฺ

ผสม = mix มิกซฺ

ละลาย = melt เมลทฺ

ย่าง,ปิ้ง,เผา,ทำให้ร้อนจัด = broil บลอล

ปิ้ง, อบ, เผา,ย่าง, ผิง = bake เบค vt.

ย่าง,อัง = grill กรีล

ทอด, ทอดน้ำมัน = fry ไฟร

กวน, คน ,ผัด = stir เทอร์

กวน (ไข่) = scramble สแครม’เบิล

ต้มเดือด = boil บอยลฺ

เคี่ยว,ตุ๋น,ต้ม = simmer ซิม’เมอะ



บดละเอียด,ขยี้,บี้,คั้น = crush ครัช

ทำให้เละ,บด,ป่น = mash แมช

บีบ,คั้น,กด,อัด = squeeze สควีซ


ตัด = cut คัท

ตัด,แกะ,สลัก,เฉือน,สับ,ชำแหละ,แล่ = carve คาร์ฟว

ตัด,ผ่า,สับ = chop ชอพ


เฉือน (ตัด,หั่น,แล่) ออกเป็นแผ่นบางๆ = slice สไลซฺ

ทำเป็นชั้น,หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ = layer เล’เออะ


ละเลง,ทา = spread สเพรด

เท,ริน,ราด = pour พอร์

พรม,โปรย,โรย = sprinkle สพริง’เคิล


จิ้ม = dip ดิพ

สะเด็ด(น้ำ) = drain เดรน

ขูด (ตะแกรง) = grate เกรท

ปอกเปลือก = peel พีล

หยิบมือหนึ่ง = pinch พินชฺ n.


รส,การชิมรสชาติ = taste เทสทฺ n.

บริการอาหาร = serve เซิร์ฟว

162 คำศัพท์ หมวดร่างกายมนุษย์ Human body terminology

162 คำศัพท์ภาษาอังกฤษ หมวดร่างกายมนุษย์

Human body terminology

ศีรษะและหน้า

  • beard เครา
  • cheek แก้ม
  • chin คาง
  • head ศีรษะ
  • hair ผม
  • ear หู
  • eye ตา
  • eyebrow คิ้ว
  • eardrum เยื่อแก้วหู
  • earlobe ใบหู
  • eyelash ขนตา
  • eyelid เปลือกตา
  • forehead หน้าผาก
  • freckles กระ
  • jaw ขากรรไกร
  • lip ริมฝีปาก
  • mouth ปาก
  • nose จมูก
  • nostril รูจมูก
  • moustache หนวด
  • tongue ลิ้น
  • tooth (พหูพจน์: teeth) ฟัน
  • wrinkles ริ้วรอย

ร่างกายส่วนบน

  • Adam’s apple ลูกกระเดือก
  • arm แขน
  • armpit รักแร้
  • back หลัง
  • breast เต้านม
  • chest หน้าอก
  • elbow ข้อศอก
  • hand มือ
  • finger นิ้วมือ
  • fingernail เล็บมือ
  • forearm แขนท่อนล่าง
  • knuckle ข้อนิ้วมือ
  • navel / belly button สะดือ
  • neck คอ
  • nipple หัวนม
  • palm ฝ่ามือ
  • shoulder หัวไหล่
  • throat ลำคอ
  • thumb นิ้วหัวแม่มือ
  • waist เอว
  • wrist ข้อมือ

ร่างกายช่วงล่าง

  • ankle ข้อเท้า
  • anus ทวารหนัก
  • belly หน้าท้อง
  • big toe นิ้วหัวแม่เท้า
  • bottom (สแลง: bum) ก้น
  • buttocks สะโพก
  • calf น่อง
  • foot (พหูพจน์: feet) เท้า
  • genitals อวัยวะเพศ
  • groin ขาหนีบ
  • heel ส้นเท้า
  • hip สะโพก
  • knee หัวเข่า
  • leg ขา
  • penis อวัยวะเพศชาย
  • pubic hair ขนอวัยวะเพศ
  • shin หน้าแข้ง
  • sole ฝ่าเท้า
  • testicles อัณฑะ
  • thigh ต้นขา
  • toe นิ้วเท้า
  • toenail เล็บเท้า
  • vagina ช่องคลอด

ส่วนต่างๆ ของตา

  • cornea แก้วตา
  • eye socket เบ้าตา
  • eyeball ลูกตา
  • iris ม่านตา
  • retina จอประสาทตา
  • pupil รูม่านตา

ส่วนต่างๆ ภายในของร่างกาย

  • Achilles tendon เอ็นเหนือส้นเท้า
  • artery หลอดเลือดแดง
  • appendix ไส้ติ่ง
  • bladder กระเพาะปัสสาวะ
  • blood vessel เส้นเลือด
  • brain สมอง
  • cartilage กระดูกอ่อน
  • colon ลำไส้ใหญ่
  • gall bladder / gallbladder ถุงน้ำดี
  • heart หัวใจ
  • intestines ลำไส้
  • large intestine ลำไส้ใหญ่
  • small intestine ลำไส้เล็ก
  • kidneys ไต
  • ligament เอ็น
  • liver ตับ
  • lungs ปอด
  • oesophagus หลอดอาหาร
  • pancreas ตับอ่อน
  • organ อวัยวะ
  • prostate gland / prostate ต่อมลูกหมาก
  • rectum ช่องทวารหนัก
  • spleen ม้าม
  • stomach ท้อง
  • tendon เส้นเอ็น
  • tonsils ทอนซิล
  • vein หลอดเลือดดำ
  • windpipe หลอดลม
  • womb / uterus มดลูก

กระดูก

  • collarbone / clavicle กระดูกไหปลาร้า
  • thigh bone / femur กระดูกต้นขา
  • humerus กระดูกต้นแขน
  • kneecap กระดูกสะบ้า
  • pelvis กระดูกเชิงกราน
  • rib ซี่โครง
  • rib cage กระดูกซี่โครง
  • skeleton โครงกระดูก
  • skull กระโหลก
  • spine / backbone กระดูกสันหลัง
  • vertebra (พหูพจน์: vertebrae) กระดูกสันหลัง

ของเหลวในร่างกาย

  • bile น้ำดี
  • blood เลือด
  • mucus เมือก
  • phlegm เสมหะ
  • saliva / spit น้ำลาย
  • semen น้ำอสุจิ
  • sweat / perspiration เหงื่อ
  • tears น้ำตา
  • urine ปัสสาวะ
  • vomit อาเจียน

คำอื่นที่เกี่ยวข้อง

  • bone กระดูก
  • fat ไขมัน
  • flesh เนื้อ
  • gland ต่อม
  • joint ข้อต่อ
  • limb แขนขา
  • muscle กล้ามเนื้อ
  • nerve เส้นประสาท
  • skin ผิวหนัง
  • digestive system ระบบย่อย

nervous system ระบบประสาท

  • to breathe หายใจ
  • to cry ร้องไห้
  • to hiccup สะอึก
  • to have the hiccups สะอึก
  • to sneeze จาม
  • to sweat / to perspire เหงื่อออก
  • to urinate ปัสสาวะ
  • to vomit อาเจียน
  • to yawn หาว

ประสาทสัมผัส

  • smell ดม
  • touch สัมผัส
  • sight เห็น
  • hearing การได้ยิน
  • taste รสชาด
  • to smell ดม
  • to touch สัมผัส
  • to see เห็น
  • to hear ได้ยิน
  • to taste ชิม

71 คำศัพท์อาการป่วย ภาษาอังกฤษ Vocabulary related to illnesses

Vocabulary related to illnesses คำศัพท์อาการป่วย ภาษาอังกฤษ แบบสั้นๆ เข้าใจง่าย

1. gout อ่านว่า (เกาท์) ความหมาย โรคเกาต์

2. hemorrhoids อ่านว่า (เฮมะรอยดสฺ) ความหมาย ริดสีดวงทวาร

3. piles อ่านว่า (ไพลสฺ) ความหมาย ริดสีดวงทวาร

4. pneumonia อ่านว่า (นิวโมเนีย) ความหมาย โรคปอดบวม

5. gastritis อ่านว่า (แกซไทรซิส) ความหมาย โรคกระเพาะอาหารอักเสบ



6. appendicitis อ่านว่า (แอพเพนดิไซทิส) ความหมาย โรคไส้ติ่งอักเสบ

7. enteritis อ่านว่า (เอนเทอไรทิซ) ความหมาย โรคลำไส้อักเสบ

8. food poisoning อ่านว่า (ฟูด พอยเซินนิง) ความหมาย อาหารเป็นพิษ

9. diarrhea อ่านว่า (ไดเออะเรีย) ความหมาย ท้องร่วง

10. jaundice อ่านว่า (จอนดิซ) ความหมาย ดีซ่าน


11. cirrhosis อ่านว่า (สิโรซิส) ความหมาย โรคตับแข็ง

12. gallstones อ่านว่า (กอลสโตนสฺ) ความหมาย โรคนิ่วในถุงน้ำดี

13. diabetes อ่านว่า (ไดอะบีทสฺ) ความหมาย โรคเบาหวาน

14. tonsillitis อ่านว่า (ทอนซิลลิซิส) ความหมาย ต่อมทอนซิลอักเสบ

15. fever อ่านว่า (ฟีเวอรฺ) ความหมาย ไข้


16. measles อ่านว่า (มีเซิล) ความหมาย โรคหัด

17. German measles อ่านว่า (เจอมัน มีเซิล) ความหมาย โรคหัดเยอรมัน

18. rubella อ่านว่า (รูเบลลา) ความหมาย หัดเยอรมัน

19. cancer อ่านว่า (แคนเซอร์) ความหมาย โรคมะเร็ง

20. chicken pox อ่านว่า (ชิคเคน พ็อกสฺ) ความหมาย อีสุกอีใส


21. dengue fever อ่านว่า (เดงกี ฟีเวอรฺ) ความหมาย ไข้เลือดออก

22. heart disease อ่านว่า (ฮารฺทฺ ดิซีสฺ) ความหมาย โรคหัวใจ

23. whooping cough อ่านว่า (วูปปิง คอฟ) ความหมาย โรคไอกรน

24. pertussis อ่านว่า (เพอทัสซิส) ความหมาย โรคไอกรน

25. diphtheria อ่านว่า (ดิพเธอเรีย) ความหมาย โรคคอตีบ


26. tetanus อ่านว่า (เททานัสป ความหมาย โรคบาดทะยัก

27. asthmatic อ่านว่า ผแอสแมทิคฺ) ความหมาย โรคหอบหืด

28. sinusitis อ่านว่า ไซนัสไซทิซความหมาย โรคไซนัสอักเสบ

29. laryngitis อ่านว่า ลาริงไจทิซ ความหมาย โรคกล่องเสียงอักเสบ

30. stye อ่านว่า สตาย ความหมาย โรคตากุ้งยิง


31. allergy อ่านว่า อัลเลอรฺจี ความหมาย ภูมิแพ้

32. shoulder stiffness อ่านว่า โชลเดอ สติฟเนส ความหมาย ไหล่เกร็ง

33. depression อ่านว่า ดีเพรสเชิน ความหมาย โรคซึมเศร้า

34. athlete’s foot อ่านว่า แอธลีทสฺ ฟูท ความหมาย โรคน้ำกัดเท้า /ฮ่องกงฟุต/กลากที่เท้า

35. impacted tooth อ่านว่า อิมแพคเท็ด ทูธ ความหมาย ฟันคุด


36. mumps อ่านว่า มัมพสฺ ความหมาย คางทูม

37. cold อ่านว่า โคลดฺ ความหมาย โรคหวัด,หนาว

38. constipation อ่านว่า คอนสทิเพเชิน ความหมาย อาการท้องผูก

39. dyspepsia อ่านว่า ดิสเพพเซีย ความหมาย อาการอาหารไม่ย่อย

40. dehydration อ่านว่า ดีไฮเดรเชินความหมาย อาการที่ร่างกายขาดน้ำ


41. sprain อ่านว่า สเปรน ความหมาย อาการเคล็ด หรือแพลง

42. heartburn อ่านว่า ฮารฺทเบิรฺน ความหมาย อาการจุกเสียดแน่นท้อง

43. toothache อ่านว่า ทูธเอค ความหมาย อาการปวดฟัน

44. stomachache อ่านว่า สตอมัคเอค ความหมาย อาการปวดท้อง

45. eyestrain อ่านว่า อายสเตรน ความหมาย อาการเพลียตา


46. insomnia อ่านว่า อินซอมเนีย ความหมาย อาการนอนไม่หลับ

47. crick อ่านว่า คริคฺ ความหมาย อาการเจ็บตึงกล้ามเนื้อ

48. sore throat อ่านว่า ซอรฺ โธรท ความหมาย อาการเจ็บคอ

49. stuffy nose อ่านว่า สตัฟฟี โนส ความหมาย อาการคัดจมูก

50. nose bleed อ่านว่า โนส บลีด ความหมาย อาการเลือดกำเดาไหล


51. convulsion อ่านว่า คอนวัลเชิน ความหมาย การชักกระตุก

52. fracture อ่านว่า แฟรคเจอ ความหมาย กระดูกร้าว/หัก

53. broken bone อ่านว่า โบรกเคน โบน ความหมาย กระดูกหัก

54. burn อ่านว่า เบิรฺน ความหมาย แผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

55. blister อ่านว่า บลิสเตอ ความหมาย แผลพุพอง


56. conjunctivitis อ่านว่า คอนจังทิไวซิส ความหมาย เยื่อบุตาอักเสบ/ตาแดง

57. nauseous อ่านว่า นอเซียส ความหมาย คลื่นไส้

58. vomit อ่านว่า วอมิทฺ อาเจียน

59. bleeding อ่านว่า บลีดดิง ความหมาย ที่มีเลือดไหล

60. misshapen อ่านว่า มิสเชพเพน ความหมาย ที่ผิดรูปผิดร่าง


61. bruise อ่านว่า บรูซฺ ความหมาย แผลฟกช้ำ

62. cough อ่านว่า คอฟ ความหมาย ไอ

63. inflamed อ่านว่า อินเฟลมดฺ ความหมาย อักเสบ

64. runny nose อ่านว่า รันนี โนส ความหมาย น้ำมูกไหล

65. phlegm อ่านว่า เฟลม ความหมาย เสมหะ


66. swollen อ่านว่า สวอลเลิน ความหมาย บวม

67. pus อ่านว่า พัสฺ ความหมาย หนอง

68. purulent อ่านว่า พูรูเลนทฺ ความหมาย เป็นหนอง

69. chronic อ่านว่า ครอนิค ความหมาย เรื้อรัง

70. hiccup อ่านว่า ฮิคคัพ ความหมาย สะอึก

71. perspire อ่านว่า เพอรฺสไพรฺ ความหมาย เหงื่อออก

93 คำศัพท์ ที่ใช้ในการเขียนสมัครงาน ภาษาอังกฤษ Job application vocabulary

คำศัพท์ การเขียนสมัครงาน ภาษาอังกฤษ

หมวด Personal Data ข้อมูลส่วนตัว

1. Age อายุ

2. Applicant / Candidate – ผู้สมัครงาน

3. Applicant name /

4. Applicant signature – ชื่อผู้สมัคร / ลายเซ็น

5. Citizenship / Nationality – พลเมือง / สัญชาติ

6. Color of eyes – สีตา

7. Color of hair – สีผม

8. Complexion – สีผิว

9. Confidential – ความลับ

10. Date of Birth – วัน เดือน ปีเกิด

11. Dependents – ผู้ที่อยู่ในความอุปการะ

12. Domicile – ภูมิลำเนา

13. Expected salary / Salary expected – เงินเดือนที่ต้องการ

14. Guarantor – ผู้ค้ำประกัน

15. Height – ส่วนสูง

16. Identification Card No. / ID Card No. – เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน

17. Maiden name – นามสกุลเดิมของผู้หญิง (ก่อนแต่งงาน)

18. Name-Surname – ชื่อ – นามสกุล

19. Negotiable – ต่อรองได้ (เงินเดือน)

20. Occupation – อาชีพ

21. Ordainment – บวช

22. Passed away / Deceased – ตาย

23. Permanent address – ที่อยู่ถาวร

24. Person to notify in case of emergency – บุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

25. Personal data / Curriculum vitae /

26. Resume / Bio-Data ประวัติส่วนตัว

27. Position applied for / Position desired – ตำแหน่งที่สมัคร

28. Postal code – รหัสไปรษณีย์

29. Present address – ที่อยู่ปัจจุบัน

30. Race เชื้อชาติ

31. References / Referee – บุคคลอ้างอิง

32. Relative – ญาติ

33. Responsibilities – งานที่รับผิดชอบ

34. Sex – เพศ

35. Type in own handwriting – เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง

36. Weight – น้ำหนัก



หมวด Education Background ประวัติการศึกษา

37. Bachelor’s Degree – ปริญญาตรี

38. Certificate degree obtained – ประกาศนียบัตร / ปริญญาที่ได้รับ

39. Degree Certificate – ใบปริญญาบัตร

40. Degree obtained – วุฒิการศึกษาที่ได้รับ

41. Diploma – อนุปริญญา

42. Equivalent qualification – คุณวุฒิเทียบเท่า

43. High school – มัธยมศึกษาตอนปลาย

44. High Vocational Certificate – ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

45. Primary School / Elementary School – ประถมศึกษา

46. Secondary School – มัธยมศึกษาตอนต้น

47. Transcript / Statement of Marks – ใบแสดงผลการเรียน

48. Vocational – อาชีวศึกษา

49. Vocational Certificate – ประกาศณียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

Experiences / Previous Employment ประสบการณ์ / ประวัติการทำงาน

50. Expert in – เชี่ยวชาญในด้าน

51. Extra-curricular activities – กิจกรรมนอกหลักสูตร

52. Full-time job – งานประจำ

53. Part-time job – อาชีพเสริม

54. Period of employment – ระยะเวลาการทำงาน

55. Reasons for leaving – เหตุผลที่ลาออกจากงาน

56. Related field – สาขา / วิชาที่เกี่ยวข้อง

57. Self-employed – ทำงานส่วนตัว

58. Seminars – การสัมมนาที่เข้าร่วม

59. Special skills – ความชำนาญพิเศษ

60. Training courses – การฝึกอบรม

หมวด Documents เอกสารต่างๆ

61. Application Form – ใบสมัครงาน

62. Application Letter – จดหมายสมัครงาน

63. Birth Certificate – สูติบัตร

64. Home Registration – ทะเบียนบ้าน

65. Identification Card (I.D. Card) – บัตรประจำตัวประชาชน

66. Issued by – ออกให้โดย

67. Issued Date วันที่ออกบัตร

68. Letter of Recommendation / Testimonial /

69. Employment Certificate หนังสือรับรองการทำงาน

70. Marriage Certificate ทะเบียนสมรส

71. Valid Date / Expire Date วันที่บัตรหมดอายุ

หมวด Military status สถานภาพทางการทหาร

72. Black slot / Exempted through Military Drawing Ballot จับได้ใบดำ

73. Certificate of exemption from military service – ใบปลดประจำการทหาร

74. Conscripted – ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว

75. Exempted – ได้รับการยกเว้น

76. Military Discharge Letter ใบปลดประจำการทหาร

77. No Military Service – ยังไม่เกณฑ์ทหาร

78. No Military Service Obligation – ไม่มีพันธะทางทหาร

79. Reserved Officers’ Training CorpCourse (R.O.T.C.) – หลักสูตรรักษาดินแดน (ร.ด.)

Residence ที่พัก

80. Boarding House / Dormitory – หอพัก

81. Living with Parents – พักอยู่กับพ่อ แม่

82. Own House – บ้านของตนเอง

83. Rent House – บ้านเช่า

84. Student Housing หอพักมหาวิทยาลัย

Religion ศาสนา

85. Buddhism – ศาสนาพุทธ

86. Christian – ศาสนาคริสต์

87. Islam – ศาสนาอิสลาม

88. No religion – ไม่นับถือศาสนาใด

Marital status สถานภาพการสมรส

89. Divorced – หย่าร้าง

90. Married – แต่งงานแล้ว

91. Single – โสด

92. Separated – แยกกันอยู่

93. Spouse – คู่สมรส

ผักและผลไม้ตามฤดูกาล Seasonal fruits and vegetables

ตารางออกดอกออกผล ของผักผลไม้ในฤดูกาลต่างๆ ของไทย

เดือนไหน ผัก-ผลไม้ อะไรออกดอกออกผล

มกราคม

ผลไม้: กล้วยหอม ชมพูมะเหมี่ยว แตงไทย พุทรา ลูกตาลสด ละมุด ส้มเขียวหวาน องุ่น แตงโม

ผัก: กะหล่ำดอก คะน้า ขึ้นฉ่าย สะเดา ดอกหอม ถั่วลันเตา บวบ ผักกวางตุ้ง ถั่วแขก มะระ

กุมภาพันธ์

ผลไม้ในเดือนกุมภาพันธ์ เหมือนกับเดือนมกราคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มะขามป้อม มะขามเทศ มะตูม มะปราง (ผลไม้เดือนมกราคม คือ กล้วยหอม ชมพูมะเหมี่ยว แตงไทย พุทรา ลูกตาลสด ละมุด ส้มเขียวหวาน องุ่น แตงโม)

ผัก: เหมือนกับเดือนมกราคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มะนาว หัวไชเท้า แตงกวา (ผัก

เดือนมกราคม มี กะหล่ำดอก คะน้า ขึ้นฉ่าย สะเดา ดอกหอม ถั่วลันเตา บวบ ผักกวางตุ้ง ถั่วแขก มะระ)

มีนาคม

ผลไม้: เงาะ ขนุน มะปราง มังคุด ลูกตาล มะม่วง

ผัก: ใบมะขามอ่อน ฟัก มะเขือยาว เห็ดฟาง

เมษายน

ผลไม้: ทุเรียน พุทรา มะม่วงสุก มังคุด ระกำ ลิ้นจี่ ลูกหว้า กระท้อน

ผัก: เหมือนกับเดือนมีนาคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มันฝรั่ง ต้นหอม บวบ แตงกวา (ผักเดือนมีนาคม มีใบมะขามอ่อน ฟัก มะเขือยาว เห็ดฟาง)


พฤษภาคม

ผลไม้: เหมือนกันเดือนเมษายน มีเพิ่มมาคือ ละมุด สับปะรด ลางสาด ลำไย (ผลไม้เดือนเมษายน ทุเรียน พุทรา มะม่วงสุก มังคุด ระกำ ลิ้นจี่ ลูกหว้า กระท้อน)

ผัก: ชะอม ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือเจ้าพระยา มะเขือเสวย มะนาว สะตอ หน่อไม้ เห็ดโคน

มิถุนายน

ผลไม้: มังคุด ละมุด สละ ลำไย กระท้อน

ผัก: ชะพลู ดอกกุยช่าย ผักหวาน ผักบุ้ง มะรุม เห็ดเผาะ

กรกฎาคม

ผลไม้: กล้วยไข่ น้อยหน่า มะกอก มะยม ลางสาด ส้มโอ

ผัก: ข้าวโพด ดอกขจร ผักปลัง ผักแว่น มะขามอ่อน มะดัน

สิงหาคม

ผลไม้: มะกอกน้ำ มะกอกฝรั่ง มะเฟือง ระกำ ลางสาด ส้มโอ น้อยหน่า

ผัก: ขิงอ่อน ดอกโสน น้ำเต้า ใบขี้เหล็ก ใบบัวบก ส้มซ่า

กันยายน

ผลไม้: เหมือนกับเดือนสิงหาคม มีเพิ่มเข้ามาคือ ลูกตาล ส้มเกลี้ยง องุ่น (ผลไม้เดือนสิงหาคม มะกอกน้ำ มะกอกฝรั่ง มะเฟือง ระกำ ลางสาด ส้มโอ น้อยหน่า)

ผัก: ผักเพกา มะขามอ่อน มะดัน มะรุม ยอดขี้เหล็ก สมอไทย ส้มซ่า สายบัว

ตุลาคม

ผลไม้: ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง

ผัก: ขิงสด ใบขี้เหล็ก พริกหยวก ผักแว่น แห้ว เห็ดโคน ส้มซ่า สะเดา

พฤศจิกายน

ผลไม้: เหมือนกับเดือนตุลาคม คือ ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง (ผลไม้ในเดือนตุลาคม ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง)

ผัก: กระเจี๊ยบ กระชาย ขนุนอ่อน ขมิ้นขาว แห้ว สะเดา สายบัว

ธันวาคม

ผลไม้: พุทราพื้นเมือง ละมุด มะขามป้อม องุ่น มันแกว

ผัก: กระเจี๊ยบ ขิงแก่ ดอกแค ดอกหอม ตังโอ๋ ผักชี มะกอกสุก