ข้อคิด แรงบันดาลใจ ภาษาอังกฤษ

คำคม ข้อคิดดีๆ สอนใจให้เข้มแข็ง เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่

  • The only way to change the future is to change what you do daily.
  • Stay away from negative people. They have a problem for every solution.
  • you do not need to explain your decisions to anybody if you don’t feel comfortable doing so. / Unknown
  • Don’t sit and wait. Get out there, feel life. Touch the sun, and immerse in the sea. / Rumi
  • I hope you find someone who knows how to love you when you are sad. / Nikita Gill
  • Each morning we are born again. What we do today is what matters most. / Buddha
  • Educating the mind without educating the heart is no education at all. / Aristotle
  • It’s not just other people we need to forgive. We need to forgive ourselves. / Mitch Albom
  • Everybody has a chapter they don’t read out loud. / Unknown
  • Be a good person, but don’t wase time to prove it.
  • What you think of yourself is much more important than what others think of you.
  • ถ้าหากเจอปัญหา หาทางออกไม่ได้ บางครั้งต้องบอกตัวเองแบบนี้ “Today i will not stress ove what i can’t control.”
  • Detox your mind, body, and your contact list.
  • Sometimes the most beautiful things wait for us, but we mush walk to them. it is a walk of faith. a test that reveals how much we believe it is ours to have.
  • Any day spent with you is my favorite day. So, today is my new faorite day. หมีพูห์ กับ พิกเล็ต
  • You cannot always be happy but you can always be brave. And that is the beginning of everything. / Unknown
  • Stop apologizing to someone that is treating you like shit.
  • Simply let things arise and unfold naturally instead of formulating expectations and worrying. Things usually turn out just perfectly.
  • If you get to thinking you’re a person of some influence, try ordering somebody else’s dog around. / Will Rogers

 

วันหยุด เทศกาล วันสำคัญต่างๆ ในภาษาอังกฤษ

วันสำคัญ

New Year’s Day = วันขึ้นปีใหม่

New Year’s Eve = วันสิ้นปี

Chinese New Year’s Day = วันตรุษจีน หรือปีใหม่จีน

Christmas Day = วันคริสต์มาส

Thanksgiving Day = วันขอบคุณพระเจ้า (แธงค์ส กิฟวิง เดย์)


เทศกาล

New Year Festival = เทศกาลปีใหม่

Vegetarian Festival = งานเทศกาลกินเจ

วันสำคัญทางศาสนา

Asalahabuja day = วันอาสาฬหบูชา

Royal Ploughing Ceremony Day = วันพืชมงคล

Buddhist lent day = วันเข้าพรรษา

End of Buddhist lent day = วันออกพรรษา

Makha Bucha day = วันมาฆบูชา

Visakha Puja Day = วันวิสาขบูชา

วันสำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์

Chakri Memorial Day = วันจักรี และ วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

Chulalongkorn Day = วันปิยมหาราช

Coronation Day = วันฉัตรมงคล

Royal ploughing Ceremony = จรดพระนังคัลแระนาขวัญ

H.M. The King Maha Vajiralongkorn’s Birthday. = วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็ดพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

H.M. The Queen Birthday = วันเฉลิมฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

H.M. The King Birthday = วันเฉลิมฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

H.M. The Queen of the Late King Bhumibol Adulyadej’s Birthday. วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (12 สิงหาคม

The Late King Bhumibol Adulyadej’s Brithday. = วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลบเดช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคม)

Thai Festival at the end of 10th Lunar Month = วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (13 ตุลาคม)

Naresuan Day = วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ประเพณีต่างๆ

Candle Festival = งานประเพณีแห่เทียนพรรษา

Festival of Floral Offerings = งานประเพณีตักบาตรดอกไม้

Loy Krathong = งานประเพณีลอยกระทง

Candle Festival = เผาเทียนเล่นไฟ

Phi Ta Khon Festival = งานเทศกาลผีตาโขน

Rocket Festival = งานประเพณีบุญบั้งไฟ

Songkarn Festival = วันสงกรานต์, ประเพณีสงกรานต์

วันสำคัญอื่นๆ

Constitution Day = วันรัฐธรรมนูญ

National Labour Day = วันแรงงานแห่งชาติ

May Day

National Children’s Day = วันเด็กแห่งชาติ

National Teacher’s Day = วันครูแห่งชาติ

Mother’s Day = วันแม่แห่ชาติ

Father’s Day = วันพ่อแห่งชาติ

Chinese Midyear Remembrance Ceremony Day = วันสารทจีน

Chinese Lunar Day = วันไหว้พระจันทร์

Veterans’ Day = วันทหารผ่านศึก (เวท เทอ เรินส์ เดย์)

World No Tobacco Day = วันงดสูบบุหรี่โลก (เวิร์ลด โน โทแบคโค เดย์)

National Artist Day = วันศิลปินแห่งชาติ

International Women’s Day = วันสตรีสากล (อินเทอร์เนเชินแนล วีเมนส์ เดย์)

National Scout Day = วันลูกเสือแห่งชาติ

Day of the National Police = วันตำรวจแห่งชาติ

National Sport’s Day = วันกีฬาแห่งชาติ

Thai Environment Day = วันสิ่งแวดล้อมไทย

Nation Wildlife Protection Day = วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

Mahidol Day = วันมหิดล

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

Holidays วันหยุด

Festivals เทศกาล

Vacations วันหยุดพักผ่อน

Leave การลา (ลาหยุด ลางาน)

Substitution for New year’s Eve = วันหยุด ชดเชยวันสิ้นปี

วันหยุดทางศาสนา Religious holidays

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา Important Buddhist Day

27 เทคนิค การออกเสียงภาษาอังกฤษ

27 เทคนิค การออกเสียงภาษาอังกฤษ ให้เป๊ะเว่อร์ จนฝรั่งต้องยกนิ้วให้

 1. คำที่ลงท้ายด้วย -OUS

จากเดิมที่เราออกเสียงว่า “อัส” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่ส” (เสียงต่ำลงมาอีกหนึ่งสเต็ป) เช่น Famous จากเดิม เฟ-มัส เปลี่ยนเป็น เฟ๊-เหมิ่ส (พยางค์สองเสียงต่ำลงมาหนึ่งสเต็ป) หรืออีกคำ Dangerous จากเดิม แดน-เจอ-รัส เปลี่ยนเป็น แด๊น-เจอะ-เหริส


2. คำที่ลงท้ายด้วย -ing

ส่วนใหญ่คำกริยา เรามักจะออกเสียงว่า “อิ้ง” ให้ลดเสียงลงมาอีกหนึ่งสเต็ป เป็น “อิ่ง” เช่น Going เดิมออกเสียง โก-อิ้ง ไม่เอาแล้ว! ให้เปลี่ยนเป็น โก๊-อิ่ง, Reading จากเดิม รี๊ด-ดิ้ง เปลี่ยนเป็น รี๊ด-ดิ่ง, Comimg จากเดิม คัม-มิ้ง ขอออกเสียงสำเนียงเลิศๆ ว่า คั๊ม-หมิ่ง

3. คำที่ลงท้ายด้วย -ture

ออกเสียงผิดกันประจำ ปกติคนไทยออกเสียง “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนให้ถูกต้องเป็น “เฉ่อร์” เช่น Picture เดิม พิค-เจ้อร์ เปลี่ยนเป็น พิค-เฉ่อร์ อย่างไปที่รังสิตต้องเจอ Future ไม่เอา ฟิว-เจ้อร์ แล้ว ออกเสียงเก๋ๆ เป็น ฟิว-เฉ่อร์ เลิศ!!

4. คำที่ลงท้ายด้วย -ly หรือ -ry

ที่เราจะออกเสียงว่า “ลี่” (จริงๆ ตัว R กับ L ถ้าให้ออกเสียงให้ถูกต้อง ต้องว่ากันยาว) ให้เปลี่ยนเป็น “หลี่” แทน เช่น Ferry เดิมออกเสียง เฟอ-รี่ เปลี่ยนเป็น เฟ-หรี่ รับรองเหมือนกับที่ฝรั่งพูดกันเด๊ะ!

5. คำที่ลงท้ายด้วย -tion

ปกติเราออกเสียงว่า “ชั่น” ให้เปลี่ยนเป็น “เฉิ่น” แทน เช่น Position เดิมคือ โพ-ซิ-ชั่น เปลี่ยนเป็น โพ-ซิ-เฉิ่น , Partition เดิม พาร์-ทิ-ชั่น เปลี่ยนเป็น พาร์-ทิ-เฉิ่น หรือคำยาวๆ เช่น Reputationw ไม่ออกเสียง เรพ-พิว-เท-ชั่น ให้พูดว่า เรพ-พิว-เท-เฉิ่น

6. คำที่ลงท้ายด้วย -ile

ปกติเราจะออกเสียงแค่พยางค์เดียว “อายล์” แต่ถ้าจะออกให้สำเนียงเป๊ะเว่อร์ ต้องออกเสียง 2 พยางค์ว่า “อายล์-เอิว์ล” เช่น Smile เดิมออกเสียง สะ-มายล์ เปลี่ยนเป็น “สะ-มายล์-เอิว์ลล”

7. คำที่ลงท้ายด้วย -er หรือ -or

ที่เรามักออกเสียงกัน “เอ้อ” ให้ลดคีย์ลงหนึ่งสเต็ป และออกเสียงว่า “เอ่อร์” แทน เช่น Farmer เดิมออกเสียง ฟาร๋ม-เม้อ เปลี่ยนนิดเดียวเป็น ฟาร๋ม-เหม่อร์, Tutor ถ้าสำเนียงไทยจัดๆ ออกเสียง ติว-เต้อร์ ลองเปลี่ยนให้ดีขึ้นมาอีกนิด ทิว-เท้อร์ หรือเอาให้สำเนียงเป๊ะเว่อร์ให้ออกเสียง ทิว-เถ่อร์ (ลดคีย์พยางค์หลังลงหนึ่งสเต็ป)

8. คำที่ลงท้ายด้วย -ment

จากเดิมที่เราออกเสียงว่า “เม้นท์” ให้เปลี่ยนลดเสียงต่ำลงเป็น “เหม่นท์” แทน เช่น คำนี้ที่เรามักจะเจอกันอยู่บ่อยๆ Comment จากเดิมเราอ่านว่า คอม-เม้นท์ ไม่เอาแล้ว! ให้เปลี่ยนเป็น ค่อม-เหม่นท์ เก๋กว่าเยอะเลย

9. คำที่ลงท้ายด้วย -our

คนไทยมักออกเสียงผิด โดยการออกเสียงพยางค์เดียวว่า “เอาร์” จริงๆ ถ้าจะออกให้สำเนียงเป๊ะนั้นจะต้องออกเสียง 2 พยางค์ “เอ้า-เหว่อ” เช่น Sour เดิม เซาร์ เปลี่ยนเป็น เซ้า-เหว่อ, Hour เจอบ่อยๆ เลย เปลี่ยนจาก เอาร์ เป็น “เอ้า-เหว่อ”

10. คำที่ลงท้ายด้วย -um

ถ้าออกเสียงแบบปกติคือ “อั้ม” ซึ่งฟังพอเข้าใจ แต่ถ้าอยากให้สำเนียงเลิศแบบสุดติ่ง ต้องออกเสียงว่า “เอิ่ม” เช่น Forum จาก ฟอ-รั่ม เป็น ฟอ-เหริ่ม, Serum ที่เรามักออกเสียงผิดแบบหนักๆ กันว่า ซี-รั่ม จริงๆ ต้องออกเสียงว่า เซีย-เหริ่ม

11. คำที่ลงท้ายด้วย -sion

เชื่อว่าคนไทยเกินล้านคนออกเสียงว่า “ชั่น” ซึ่งที่ที่ควรต้องออกเสียงว่า “เฉิ่น” เช่น Mansion ไม่ใช่ แมน-ชั่น ต้องออกเสียงว่า แมน-เฉิ่น , Desicion ก็ไม่ใช่ ดี-สิ-ชั่น ต้องออกเสียงว่า ดิ-ซิ-เฉิ่น

12. คำที่ลงท้ายด้วย -ral

เรามักออกเสียงกันว่า “รัล” (เร่า) แต่จริงๆ ควรออกเสียงว่า “เริล” เช่น น้ำแร่ Mineral ไม่เอา มิ-เนอ-รัล ให้เปลี่ยนเป็น มิ-เหน่อ-เริล

13. คำที่ลงท้ายด้วย -ire

ที่เรามักออกเสียงกันพยางค์เดียว “อาย” ให้ออกเสียงเป็น 2 พยางค์ คือ “อาย-เย้อร์” เช่น Fire เดิมๆ เคยออกเสียง ฟาย ให้เปลี่ยนเป็น ฟาย-เย้อร์ หรือ Tire จากเดิม ทาย เปลี่ยนเป็น ทาย-เย้อร์

14. คำที่ลงท้ายด้วย -el

คำนี้คนไทยออกเสียงผิดกันเยอะมาก เพราะชอบออกเสียงว่า “เอล” เช่น Model ออกเสียง โม-เดล ฝรั่งฟังแทบไม่ออกบอกเลย จริงๆ คำที่ลงท้ายว่า -el ไม่ใช่ “เอล” แต่เป็น “โอ็ล” ต่างหาก เช่นคำว่า Model ออกเสียงว่า เม๊าะ-โด็ล, Level ไม่ใช่ เล-เวล ต้องออกเสียงว่า เล๊ะ-โฝว็ล

15. คำที่ลงท้ายด้วย -ant (เฉพาะคำสองพยางค์ขึ้นไป)

เดิมปกติเราออกเสียงว่า “แอ๊นท์” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่นท์” เช่น Important จากเดิม อิม-พอ-แท๊นท์ ให้เปลี่ยนเป็น อิม-เพาะ-เทิ่นท์, Mutant เดิมออกเสียง มิว-แท๊นท์ ก็เปลี่ยนเป็น มิว-เทิ่นท์ หรือคำยาวๆ อย่าง Participant พา-ทิ-ซิ-แพ๊นท์ ก็แค่เปลี่ยนพยางค์สุดท้ายเป็น พา-ทิ-ซิ-เพิ่นท์

16. คำที่ลงท้ายด้วย -ger

ที่เรามักใส่กันสุดคำว่า “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนเป็นแค่ “เจ่อะ” พอค่ะ เช่น Manager หลายคนอ่านกันว่า แม-เน-เจ้อร์ แต่ที่ถูกต้องคือ มะ-หนิด-เจ่อะ, Ledger ไม่ใช่ เล็ด-เจ้อร์ แค่ออกเสียง เล็ด-เจ่อะ ก็พอแล้ว

17. คำที่ลงท้ายด้วย -om

เราออกเสียงกันแบบไทยสไตล์ว่า “อ้อม” แต่จริงๆ แค่ “เอิ่ม” ก็พอ เช่น รณรงค์ให้ใช้ถุงยาง Condom ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ Condom มิใช่ คอน-ด้อม ออกเสียงแบบฝรั่งคือ ค๊อน-เดิ่ม, Random เปลี่ยนจาก แรน-ด้อม เป็น แรน-เดิ่ม, Bottom เดิมๆ คือ บ๊อต-ท่อม ต้องออกเสียงเป็น บ๊อต-เถิ่ม

18. คำที่ลงท้ายด้วย -ton (2 พยางค์ขึ้นไป)

ปกติชอบออกเสียงกันแบบไทยๆ ว่า “ต้อน” จริงๆ ออกเสียงแบบฝรั่ง ต้องออกว่า “เทิ่น” ต่างหาก เช่น Cotton Bud เราออกเสียงกันว่า คัท-ตั้น-บัด แต่จริงๆ ต้องออกเสียงว่า คัท-เทิ่น-บัด, Carton ก็ไม่ใช่ คาร์-ต้อน เปลี่ยนเป็น คาร์-เทิ่น

19. คำที่ลงท้ายด้วย -ure (บางคำ)

หลายๆ คำ เรามักจะเจอบ่อยๆ เช่น Pure, Cure, Secure เป็นต้น คำลงท้ายด้วย -ure เราชอบออกเสียงกันว่า “เอียว” เช่น Pure ออกเสียงว่า เพียว ซึ่งไม่ถูก (แต่ก็ไม่มาก ฝรั่งพอฟังออก) แต่ถ้าจะให้แบบถูกต้องก็คือ “พเยอร์” อ่านว่า พะ-เยอร์ ต้องควบคุมเสียงหรือออกเสียงเร็วๆ ให้เหมือนเป็นพยางค์เดียว ดังนั้น Cure ก็ไม่ใช่ เคียว ต้องเป็น คเยอร์ แทนนะจ๊ะ

20. คำที่ลงท้ายด้วย -us

โดยปกติเราชอบออกเสียงว่า “อัส” ไม่ก็ “อุส” แต่ถ้าจะให้เป็นสำเนียงฝรั่งจริงๆ ต้องออกเสียงว่า “เอิ่ส” เช่น Status เดิมๆ ออกเสียงว่า สะ-เต-ตัส เปลี่ยนเป็น สะ-เต-เทิ่ส, ปลาหมึกยักษ์ Octopus เราจะไม่ออกเสียงว่า อ๊อก-โต-พุส ต่อจากนี้ให้ออกเสียงว่า อ๊อก-เถอะ-เผิส

21. คำที่ลงท้ายด้วย -land

เจอปุ๊บ ออกเสียง “แลนด์” ปั๊บ! ซึ่งฝรั่งจะไม่ออกเสียงงี้ แต่เขาจะออกเสียงว่า “เลิ่นด์” เช่น Scotland ออกเสียงที่ถูกคือ สก๊อต-เลิ่นด์, New Zealand ก็ออกเสียง นิว-ซี๊-เลิ่นด์ แต่ยกเว้นคำว่า Thailand กับ Foodland

22.คำที่ลงท้ายด้วย -en

เราชอบออกเสียงกันว่า “เอ้น” จริงๆ ต้องออกเสียงว่า “อึ่น” เช่น Garden เดิมๆ คือ การ์-เด้น แต่ถ้าจะเอาให้ฝรั่งเก็ทก็ต้องออกเสียงว่า การ์-ดึ่น, Kitten ลูกแมว ก็ไม่เอา คิท-เท่น ที่ดีงามต้องเป็น คิท-ทึ่น หรือ Kitchen ก็ไม่ คิท-เช่น ละต้องเป็น คิท-ฉึ่น

23. คำที่ลงท้ายด้วย -ard (ตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไป)

เรามักจะออกเสียง “อาร์ด” กัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่! ฝรั่งออกเสียงกันว่า “เอิด” เช่น Wizard ไม่ใช่ วิ-สาร์ด ที่ถูกต้องคือ วิ-เสิด, จิ้งจก : Lizard ก็ไม่ใช่ ลิ-สาร์ด ออกเสียงเป็น ลิ-เสิด แม้กระทั่ง Standard จากเดิม สะ-แตน-ดาร์ด จริงๆ คือ สะ-แตน-เดิด

24. คำที่ลงท้ายด้วย -le

ที่เราออกเสียงกันแบบคุ้นปากตั้งแต่เด็กๆ ว่า “เอิ้ล” ซี่งจริงๆ ต้องพูดว่า “โอ็ล” แบบเสียงสั้น เช่น Table ใครก็รุ็ว่าอ่านว่า เท-เบิ้ล แต่ที่ถูกก็คือ เท-โบ็ล, Double เปลี่ยนจาก ดับ-เบิ้ล เป็น ดึ่บ-โบ็ล, สายเคเบิ้ล Cable ก็ให้ออกเสียงใหม่เป็น เค๊-โบ็ล

25. คำที่ลงท้ายด้วย -ley

เราชอบออกเสียง “เล่” แต่ที่ถูกต้องคือ “ลี่” เช่น รถเข็น Trolley ก็ไม่ใช่ โทรล-เล่ ที่ถูกคือ ทรอ-หลี่, เพลง Medley ก็ไม่ใช่ เมดเล่ ต้องออกเสียงว่า เม็ด-ลี่ พยางค์แรกออกเสียงสั้นด้วยนะ

26. คำที่ลงท้ายด้วย -ian

ที่เรามักเจอในความหมายว่าเป็น “นัก” ต่างๆ แล้วชอบออกเสียงงว่า เชี่ยน ให้เปลี่ยนเป็น เฉิ่น จะดีกว่า เช่น นักมายากล Magician ไม่ เม-จิก-เชี่ยน ละ เปลี่ยนเป็น เม๊-จิ-เฉิ่น, นักดนตรี Musician มิว-สิค-เชี่ยน เปลี่ยนเป็น มิว-ซิ-เฉิ่น

27. คำที่ลงท้ายด้วย -oil

ดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะเราอ่าน “ออย” กันอยู่แล้ว แต่ที่จริงต้องออกเสียง 2 พยางค์ “ออย-เยิ่ล” เช่น น้ำมัน Oil ออกเสียงว่า ออย-เยิ่ล , soil ดิน ไม่แค่ ซอย แต่ต้อง ซอย-เยิ่ล, ต้มน้ำจนเดิอด boil ก็ต้อง บอย-เยิ่ล

คำที่มักออกเสียงผิด ภาษาอังกฤษ

คำที่มักออกเสียงผิด ภาษาอังกฤษ – หัดออกเสียงสำเนียงฝรั่ง

1. Vegetable ผัก

คำนี้อ่านว่า “เวจ-ทะ-เบิล” / ไม่ใช่ “เว-เจท-เท-เบิล”

2. Suite (ห้องพักในโรงแรม)

Suite ออกเสียงว่า ซุว – อีท เนื่องจากมีเสียง u ตรงกลางด้วย เลยมักมีคนเสียงเป็น สวีท ซึ่งซ้ำกับ sweet นะ / ไม่ใช่ “ขอห้องสวีท” นะครับ

3. Winter ฤดูหนาว

ให้พูดว่า “วิน’-เทอะ” / ไม่ใช่ “วินเตอร์”

4. Yoga

Yoga หรือคุ้นหูกันที่ว่า “โยคะ” แต่ถ้าอ่านว่า “โย-เกอะ” จะดีกว่า / แต่หลังๆ เราชินคำว่า “โยคะ” มากกว่าจริงๆ นะ


5. Error ความผิดพลาด

Error ควรอ่านว่า “แอ-เร่อะ” / ไม่ใช่ “เออ-เร่อ”

6. Sword ดาบ

Sword อ่านว่า “ซอร์ด” / ไม่ใช่ “สะ-หวอด” … เด้อค่ะเด้อ

7. Receipt ใบเสร็จ

receipt คำนี้จะต้องอ่านออกเสียงว่า “รี-ซีท” / ไม่ใช่ “รี-ซิป”

8. Debt หนี้สิน

debt อ่านว่า “เด็ท” / ไม่ควรอ่าน “เด็บ”

9. Juice น้ำผลไม้

Juice อ่านว่า “จูซ” / อย่าอ่าน “จุ๊ยส์” นะคะ

11. Science วิทยาศาสตร์

Science อ่านว่า “ไซ-เยินซ” / ไม่ใช่ “ซาย”

11. Slave ทาส

Slave ที่แปลว่า ทาส การออกเสียงที่ถูกต้องคืออ่านว่า “สเลฟ” / ไม่ใช่ สลาฟ

12. Elephant ช้าง

Elephant ออกเสียงว่า “เอ-ลิ-เฝิ่นท” / ไม่ใช่ “อิ-เลฟ-เฟ่น”

13. Value ความคุ้มค่า

ออกเสียงว่า แวล – ลยู่ (ม้วนลิ้น L เช่นกัน) / สังเกตว่า มันไม่ใช่ โวลยุ่ม – แวลยู่ – แว-ลู่

14. Volume เสียง

Volume อ่านว่า “โวล-ลยุ่ม” / ไม่ใช่ “วอ-ลุ่ม”

15. Tropical fruit ผลไม้เมืองร้อน

Tropical fruit พูดเป็น ทรอพ-พิ-เคิล ฟรุท

16.Onion หัวหอม

Onion ออกเสียงว่า “อัน-เยิน” / ม่ใช่ “ออน-เนี่ยน”

17. Iron เตารีด

Iron อ่านว่า “ไอ-เยิร์น” / ไม่ใช่ “ไอ-รอน”

18. Salmon

Salmon หรือเมนูปลา ที่ต้องออกเสียงว่า “แซ-เมิน” / ไม่ใช่ “แซล-มอน”

19. Dove

Dove คำนี้ที่แปลว่า นกเขาสีขาว ออกเสียงว่า “เดิฟ” ไม่ใช่ “โดฟ” (คำว่า โดฟ นี้ จะเป็นรูปอดีตของ dive ที่มาจากคำว่า “ดำน้ำ หรือ กระโดดน้ำ” ซึ่งจะความหมายต่างกัน

20. Comfortable สบาย

Comfortable ออกเสียง คัมเฟิร์ท [ทะ] เบิล เสียง [ทะ] สั้นจนแทบไม่ได้ยิน / ไม่ใช่ “คอม-ฟอร์ท-เท-เบิ้ล”

21. Asia

asia อ่านว่า เอ-เฉอะ หรือ เอ-ฉะ ก็ได้ / “south east asia” หรือทวีปเอเชียอาคเนย์ ก็ต้องออกเสียงเป็น “เซาท์-อีส-เอ-ฉะ”

22. Deluxe หรูหรา

deluxe อ่านว่า เดอ ลุกซ หรือ เดอ ลักซ หรือ ดี-ลักซ์ ก็ได้ค่ะ

อย่ายอมแพ้นะ – รวมประโยคพูดให้กำลังใจ ภาษาอังกฤษ+คำแปล

อย่ายอมแพ้นะ – รวมประโยคพูดให้กำลังใจ ภาษาอังกฤษ+คำแปล

Be strong! = เข้มแข็งไว้นะ

Cheer up! = ร่าเริงหน่อยสิ

Chill out! = ใจเย็นๆ นะ

Don’t discourage. = อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย

Don’t feel so bad. = อย่ารู้สึกแย่ไปเลย

Don’t think too much. = อย่าคิดมากเลยน่า

Don’t worry about it. = อย่ากังวลใจไปเลย

I feel for you. = ฉันเห็นใจเธอนะ


I’ ll encourage you. = ฉันจะเป็นกำลังใจให้นะ

It can’t be that bad. = มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง

Pull yourself together. = ทำตัวให้สดชื่นหน่อย

Snap yourself out of it. = ลืมมันไป ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ

Look on the bright side. = มองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ

it’s could happen to anyone. = เรื่องแบบนี้อาจเกิดกับใครก็ได้

I hope you get well soon. = หวังว่าคุณคงจะหายดีเร็วๆ นะ

I hope you get better soon. = หวังว่าคุณคงจะดีขึ้นเร็วๆ นี้นะ

it’s gonna be ok = เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

keep fighting = สู้เค้า

fight on = สู้ต่อไป (ทาเคชิ)

keep going = ก้าวต่อไป

hang in there = สู้ๆ อย่าหยุด

hang on / hang on there = สู้ดิเฮ้ย

don’t give up = อย่ายอมแพ้

don’t get discouraged = อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ

You’ll get through this = เดี๋ยวเธอก็ผ่านมันไปได้นะจ๊ะ

I’m always here for you = ฉันอยู่ข้างเธอเสมอนะ

smile on chin up = ยิ้ม เริ่ด เชิด จบ

You can do it = เธอทำได้แน่

May the force be with you = ขอให้พลังจงสถิตย์อยู่กับคุณ

สู้ๆ นะ .. ใช้ fighting เหรอ?

เวลาให้กำลังใจคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่จะชอบใช้คำว่า “fighting!“ แต่จริงๆ แล้วมันผิดนะรู้ไหมเอ่ย? เพราะว่าจริงๆ แล้วคำนี้มีความหมายไปทางที่ว่ากำลังสู้กับอะไรสักอย่าง ซึ่งคนละเรื่องกับการให้กำลังใจเลยนะ นอกจากคำด้านบนแล้ว ยังมีประโยคอีกมากมายให้กำลังใจพูดได้หลายแบบ ไปดูกันเลย….

Don’t worry, be happy! = อย่ากังวลไปเลย จงมีความสุขเข้าไว้

Cheer up! It’s not that bad! หรือ Come on, it isn’t that bad. = ร่าเริงหน่อย มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ

Come on, just look on the bright side, you could have = ไม่เอาน่า มองไปยังด้านดีๆ ที่คุณมีซิ

Every cloud has a silver lining. = หลังก้อนเมฆมีแสงสว่างเรืองรองอยู่เสมอ หรือก็คือย่อมมีสิ่งดีๆ ตามหลังจากสิ่งที่ไม่ดีเสมอ

Nothing lasts forever. = ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนหรอก (อย่าเสียใจไปเลยนะ)

There are plenty more fish in the sea. = ยังมีปลาอีกมากมายในท้องทะเล ใช้ปลอบเพื่อนเวลาอกหัก ว่ายังมีคนดีๆ รออยู่อีกเยอะ อย่าเสียใจไปเลย

Get over it! = อย่าไปคิดถึงมันเลย (ไปทำอย่างอื่นดีกว่า)

Just count your blessings. = ลองนับสิ่งดีๆ ที่คุณมีสิ (อย่าไปคิดมากกับเรื่องที่ไม่ดีเลย)

There’s a light at the end of the tunnel. = มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงเสมอ (ความหวังไม่เคยหมดไปหรอกนะ)

It’s not the end of the world. = มันไม่ใช่จุบจบของโลกหรอกนะ (อย่าคิดมากไปเลย)

Keep on fighting. / Never give up. / Fight on. = สู้ๆ นะจ๊ะ

I’m behind you all the way. / I’m right behind you. = ฉันจะอยู่ข้างหลังคุณตลอดทั้งเส้นทาง (จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณนั่นเอง)

You have my full support. / You have my backing. = คุณมีแรงสนับสนุนของฉันอย่างเต็มกำลังเลย

Keep going, I’ll support you. = ทำต่อไปนะ ฉันจะสนับสนุนคุณ

Keep going, I’ll cheer you up. = สู้ต่อไปนะ ฉันให้กำลังใจคุณอยู่

สุภาษิต คำคมภาษาอังกฤษ แปลไทย

สุภาษิต คำคมภาษาอังกฤษ แปลไทย

Enough is better that too mush. พอดี ดีกว่า มากเกินไป

Good to forgive; best to forget. การอภัยนั้นดี แต่ลืมเสียนั้นดีที่สุด

Everything must have a beginning. ทุกสิ่งย่อมมีการเริ่มต้น

No smoke without fire. ไม่มีไฟ ก็ไม่มีควัน

Prevention is better than cure. กันดีกว่าแก้

Better is half a loaf than no bread. ขมนปังครึ่งก้อนดีกว่าไม่มีเลย



Man is his own worst enemy. ตนเองนั่นแหละเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุด ของตนเอง


So much to do, so little done. งานยิ่งทำมากเท่าใด ก็ยิ่งเสร็จน้อยเท่านั้น


Do good, receive good. Do evil, receive evil. ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว


Confidence is the companion of success. ความเชื่อมั่นเป็นของคู่กับความสำเร็จ


He that cannot obey cannot command. ผู้ที่ไม่เคยเชื่อฟัง มักจะออกคำสั่งไม่เป็น


Never put off till tomorrow what may be done today. อย่าผลัดวัดประกันพรุ่ง


An open enemy is better than a false friend. การมีศัตรูที่เปิดเผย ดีกว่าการมีเพื่อนที่ไม่จริงใจ


Self-help is the best way to success. การช่วยเหลือตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะประสบความสำเร็จ


When money speaks the truth is silent. เมื่อเงินพูด ความจริงก็เงียบ


A great man is the man who does a thing for the first time. ผู้ยิ่งใหญ่คือผู้ที่ลงมือทำสิ่งใดๆ เป็นคนแรก


It is better to be safe than sorry. ปลอดภัยย่อมดีกว่าเสียใจ


Lost time is never found again. เวลาที่เสียไปย่อมหาไม่ได้อีก


Do as others do, and few will laugh at you. ทำตัวให้เหมือนคนอื่น จะได้ไม่มีใครหัวเราะเยาะ


Thought is the seed of action. ความคิดคือจุดเริ่มของการกระทำ


สุภาษิต คำพังเพยแบบไทยๆ

Honestly is the best policy. ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน


He laughs best who laughs last. หัวเราะทีหลังดังกว่า


A bad workman always blames his tool. รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง


Where there is a will, there is a way. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น


Time and tide wait for no man. เวลาและวารีไม่คอยใคร


Live not to eat, but eat to live. กินเพื่ออยู่ อย่าอยู่เพื่อกิน


Actions speak louder than words. การกระทำสำคัญกว่าการพูด


Better late than never. มาสายดีกว่าไม่มาเลย


When in Rome do as the Romans do. เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม


It is too late to lock the stable when the horse has been stolen. วัวหายล้อมคอก


No new is good news. ไม่มีข่าว นั่นแหละข่าวดี


You cannot teach an old dog new tricks. ไม้แก่ดัดยาก

สำนวน ประโยค คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ ที่มักได้ยินบ่อยๆ

คนไทยเราชอบแปลภาษาอังกฤษตรงตัว พอมาอยู่ในรูปแบบสำนวนแล้วบางทีต้องมีปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ตามรูปประโยคที่ใช้ ยกตัวอย่างภาษาอังกฤษ สำนวนที่มักได้เจอบ่อยๆ ในข้อสอบโอเน็ต หรือจะอ่านเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก็ดีทั้งนั้นค่ะ


ประโยค คำศัพท์ สำนวนภาษาอังกฤษ ใกล้ตัว

Couldn’t be better. แปลว่า ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว

You can say that again แปลว่า ฉันเห็นด้วยกับคุณ (ไม่ได้แปลว่า คุณสามารถพูดได้อีกครั้ง)

I feel left out. มีความหมายว่า ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครเห็นค่า รู้สึกไม่สำคัญกับใคร

It takes one to know one. แปลว่า ผีย่อมเห็นผีด้วยกัน

A morning person. หมายถึง คนที่ชอบตื่นนอนแต่เช้า

Are you a morning person? แล้วคุณล่ะ เป็นคนชอบตื่นเช้ารึปล่าว?

Make up your mind. แปลว่า ตัดสินใจสักที

Stay in touch/ Keep in touch. ติดต่อกันไว้ อย่าหายหน้าหายตา

It’s better to be single with high standards than in a relationship settling for less. โสดเพราะเลือกเยอะ ดีกว่ามีแฟนบ่อยๆ เพราะไม่รู้จักเลือก

ประโยคแสดงความเสียใจ

– I feel sorry for you. ฉันเสียใจด้วยจริง

– I’m sorry to hear that. ฉันเสียใจที่ได้ยินแบบนี้นะ

She’s mine and I’m hers. เธอเป็นของผม และผมก็เป็นของเธอ

Get back together. แปลว่า กลับมาคบกันใหม่ กลับมาคบกันอีก (ตัวอย่าง We’re never getting back together. เราสองคนจะไม่มีทางกลับมาคบกันอีก!)

I look forward to see you. ฉันรอคอยที่จะเจอคุณ

It’s love if your heart is beating. ถ้าหัวใจของเธอเต้นแรง มันก็คือความรัก

Let’s grow old together! แก่ไปด้วยกันนะ

Stop faffing around! เลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว

ไปส่งที่บ้านได้มั้ย?

Can you give me a ride home? ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย?(กรณีขับรถ)

Can you walk me home? เดินไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย?

สำนวนเหล่านี้ บางครั้งมักเจอในข้อสอบโอเน็ตภาษาอังกฤษนะคะ

ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษอื่นๆ

คำว่า เคย ภาษาอังกฤษ

used to แปลว่า เคย / แต่ I’m used to being single แปลว่า ฉันโสดจนชิน ไม่ได้แปลว่า ฉันเคยโสด

แอบชอบ = have a crush on …. (ตัวอย่าง I have a crush on Tony ฉันแอบชอบโทนี่)

ของตาย = A sure thing. (ภาษาอังกฤษพูดว่า I’m not a sure thing. ฉันไม่ใช่ของตายนะ)

Idioms ที่มักออกข้อสอบบ่อยๆ

Go dutch แชร์ค่าใช้จ่ายร่วมกัน

In a nutshell พูดสั้นๆ ให้ได้ใจความที่ชัดเจน

Out of the question เป็นไปไม่ได้

Paint the town red ออกไปสนุกสนานข้างนอก หรือ ฉลอง

Hanging by a thread แปลว่า แขวนอยู่บนเส้นด้าย, ร่อแร่

ฉันจะไม่ทน , พอแล้ว พูดยังไง?

– I’m done!

– I’ve had enough!

– It’s over!

– I can’t take this anymore!

ว่าง – เวลา – กี่โมง

Do you have time? แปลว่า คุณว่างมั้ย?

Do you have the time? แปลว่า ตอนนี้กี่โมงแล้ว

ทำอะไร?

What do you do? คุณทำอาชีพอะไร?

What are you doing? คุณกำลังทำอะไร?

How do you do? คุณเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม?

งานเข้า ภาษาอังกฤษ พูดยังไงได้บ้าง

I’m in trouble. งานเข้า , ฉันซวยแล้ว

I’m so dead. ฉันตายแน่ๆ

การถาม ราคาเท่าไหร่? ภาษาอังกฤษ

What’s the cost?

How much?

How much is it?

What’s the price?

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ขึ้นต้นด้วย break

Break up เลิกรา, สลาย

Break down พัง

Break in บุกรุก

Break out พังออก, อยู่ๆ ก็เริ่ม

Break off ยุติ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ขึ้นต้นด้วย back

back talk ตอบอย่างอวดดี

back off ถอยหลัง อธิบายให้ละเอียด

back out ละทิ้ง ผละจาก

back down กลับใจ เปลี่ยนใจ กลับคำ

back away ถอยหลัง ถอยจาก

back and forth เดินทางกลับไปกลับมา

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ขึ้นต้นด้วย keep

Keep calm ใจเย็น

Keep an eye on จับตาดู

Keep a promise รักษาสัญญา

Keep away from หลีกเลี่ยงจาก

Keep one’s word รักษาคำพูด

Keep one step ahead of ก้าวล้ำหน้า