รวมพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ ใน กทม. และปริมณฑล - List of museums in Bangkok.

พิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ ในกรุงเทพหรือปริมณฑลมีกี่แห่ง ? How many museums or art galleries are there in Bangkok or the surrounding areas?

ถ้านับรวม พิพิธภัณฑ์ + หอศิลป์ + แกลเลอรีเอกชน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมากกว่า 100 แห่ง และถ้านับเฉพาะสถานที่ที่เปิดให้เข้าชมเป็นประจำ จะอยู่ราว 70–100 แห่ง ขึ้นอยู่กับว่าจะนับแกลเลอรีขนาดเล็กด้วยหรือไม่


สำหรับคนที่อยากค่อย ๆ เก็บให้ครบ แนะนำแบ่งเป็นหมวดแบบนี้

หมวด A : ต้องไปให้ครบก่อน (15 แห่ง)

  1. Bangkok Art & Culture Centre (BACC)
  2. MOCA Bangkok
  3. Museum Siam
  4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
  5. Jim Thompson House Museum
  6. The Erawan Museum
  7. เมืองโบราณ (สมุทรปราการ)
  8. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน
  9. The Queen's Gallery
  10. บ้านบางกอก (Bangkokian Museum) Bangkokian Museum
  11. พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี
  12. พิพิธภัณฑ์ศิริราช
  13. สวนป่าเบญจกิติ Art Walk
  14. ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
  15. พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ Royal Thai Air Force and National Aviation Museum

หมวด B : แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย

  1. Bangkok CityCity Gallery
  2. SAC Gallery
  3. ATT 19
  4. Art Gallery 36
  5. West Eden
  6. River City Bangkok
  7. Warehouse 30
  8. 100 Tonson Foundation
  9. Nova Contemporary
  10. La Lanta Fine Art
  11. Tang Contemporary Art
  12. Bangkok Kunsthalle

ปัจจุบันย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อย กำลังเป็นย่านศิลปะที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

หมวด C : พิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง

  1. พิพิธภัณฑ์แพทยศาสตร์ศิริราช
  2. พิพิธภัณฑ์เหรียญ
  3. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
  4. พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร
  5. พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
  6. พิพิธภัณฑ์เด็ก
  7. พิพิธภัณฑ์ผ้า
  8. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
  9. พิพิธภัณฑ์การเกษตร
  10. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (ปทุมธานี)

หมวด D : ปริมณฑล

  1. เมืองโบราณ (สมุทรปราการ)
  2. The Erawan Museum
  3. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย (นครปฐม)
  4. พิพิธภัณฑ์หุ่นมนุษย์ไทย
  5. Jesada Technik Museum
  6. องค์พระปฐมเจดีย์และพิพิธภัณฑ์
  7. อุทยานการเรียนรู้คลองมหาสวัสดิ์

ลองทำเป็นโปรเจกต์ 1 ปี "Museum Passport กรุงเทพฯ" 

ตั้งเป้าไปเดือนละ 2 แห่ง ก็จะได้ประมาณ 24 แห่งในหนึ่งปี ซึ่งเป็นจังหวะที่ไม่เหนื่อยเกินไป และยังมีเวลาซึมซับแต่ละที่

BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท)

  1. Bangkok Art & Culture Centre (BACC)
  2. Jim Thompson House Museum
  3. หอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University Gallery)
  4. หอศิลป์ Queen's Gallery
  5. Science Center for Education (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ)
  6. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เอกมัย
  7. TCDC Bangkok
  8. ATT 19
  9. River City Bangkok
  10. Warehouse 30
  11. Bangkok CityCity Gallery
  12. SAC Gallery
  13. Nova Contemporary
  14. 100 Tonson Foundation
  15. Art Gallery 36
15 แห่ง

BTS สายสีลม

  1. Bangkokian Museum
  2. Neilson Hays Library Gallery
  3. Kathmandu Photo Gallery
  4. House No.1
  5. O.P. Place Gallery
  6. Serindia Gallery
  7. ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ จุฬาฯ
  8. Number 1 Gallery
  9. แมนดาริน โอเรียนเต็ล Heritage Gallery
  10. ไปรษณีย์กลาง บางรัก Exhibition

10 แห่ง

MRT สีน้ำเงิน

  1. Museum Siam
  2. Bangkok National Museum
  3. Rattanakosin Exhibition Hall
  4. The National Gallery
  5. Bank of Thailand Museum
  6. Royal Barges National Museum
  7. Siriraj Medical Museum
  8. Baan Kudichin Museum
  9. พิพิธภัณฑ์เหรียญ
  10. พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์
  11. พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า
  12. นิทรรศน์รัตนโกสินทร์
  13. มิวเซียมวัดโพธิ์
  14. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน
  15. มิวเซียมสยาม Discovery Lab

15 แห่ง

MRT สายสีม่วง

  1. พิพิธภัณฑ์นนทบุรี
  2. บ้านโบราณนนทบุรี
  3. ศูนย์การเรียนรู้จังหวัดนนทบุรี
  4. พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด
  5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนเกาะเกร็ด

BTS สายสีเขียวเหนือ / สายสีแดง

  1. MOCA Bangkok
  2. Royal Thai Air Force and National Aviation Museum
  3. Bangkok Aquarium
  4. พิพิธภัณฑ์เกษตร ม.เกษตร
  5. พิพิธภัณฑ์แมลง
  6. พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา
  7. หอศิลป์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  8. พิพิธภัณฑ์ตำรวจ

8 แห่ง

BTS สายสีเขียวใต้ (สมุทรปราการ)

  1. The Erawan Museum
  2. Ancient Siam (เมืองโบราณ)
  3. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
  4. พิพิธภัณฑ์ช้าง
  5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนพระประแดง
  6. หอชมเมืองสมุทรปราการ

6 แห่ง

ปทุมธานี

  1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
  2. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
  3. พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
  4. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
  5. Southeast Asian Ceramics Museum
  6. Rare Stone Museum
  7. พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ
  8. Hall of Inspiration
  9. Hall of Wonder

9 แห่ง

นครปฐม

  1. Thai Human Imagery Museum
  2. Jesada Technik Museum
  3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
  4. หอภาพยนตร์ (Thai Film Archive)
  5. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  6. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านนครปฐม

6 แห่ง

แกลเลอรีและพื้นที่ศิลปะทั่วกรุงเทพฯ

  1. Bangkok Kunsthalle
  2. La Lanta Fine Art
  3. Tang Contemporary Art
  4. VS Gallery
  5. Joyman Gallery
  6. RCB Galleria
  7. Subhashok The Arts Centre
  8. Yelo House
  9. MMAD
  10. Dib Bangkok
  11. Baan Noorg Collaborative Arts
  12. Cartel Artspace
  13. สปีดี้แกลเลอรี
  14. Ardel Gallery
  15. Gallery VER
  16. HOP Hub of Photography
  17. People's Gallery (BACC)
  18. Doc Club & Pub Space
  19. MMCA Pop-up
  20. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
  21. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร
  22. หอศิลป์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  23. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  24. หอศิลป์มหาวิทยาลัยรังสิต
  25. หอศิลป์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  26. หอศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล

26 แห่ง

30 อย่างที่ไม่ควรพลาดตอนปิดเทอม

30 things you shouldn't miss during school holidays. 30 อย่างที่ไม่ควรพลาดตอนปิดเทอม อาทิ เที่ยวทะเลหรือน้ำตก, ตะเวนกินของอร่อย, และเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้คุ้มค่า

เที่ยวทะเล หรือเล่นน้ำตก คลายร้อน

  • ตะลอนทัวร์ในเมือง หรือจังหวัดใกล้เคียง
  • แบกเป้เดินทาง แนวขาลุย
  • ไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือสวนน้ำ
  • ล่องแก่ง หรือทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์
  • ปั่นจักรยาน ชมธรรมชาติรอบบ้าน

การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้

  • เรียนภาษาที่สาม หรือทักษะใหม่
  • ฝึกเขียนโค้ดดิ้ง หรือสร้างเกม
  • อ่านหนังสือเล่มโปรด ให้จบเล่ม
  • วาดรูปและระบายสี เสริมความคิดสร้างสรรค์
  • ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเข้าร่วมค่ายพัฒนาตัวเอง

ไลฟ์สไตล์และความสนุกที่บ้าน

  • ตะเวนกินเมนูอร่อย ทั่วถิ่น
  • เข้าครัวฝึกทำอาหารหรือขนม
  • เล่นบอร์ดเกม ฝึกสมองกับเพื่อน
  • ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ เรื่องโปรด
  • ปลูกต้นไม้ จัดสวนที่บ้าน
  • เล่นกีฬา ออกกำลังกายรักษาสุขภาพ

การสร้างประสบการณ์และงาน

  • ทำงานพาร์ทไทม์ หาประสบการณ์
  • ทำกิจกรรมอาสาสมัคร ช่วยเหลือสังคม
  • ทำคอนเทนต์ออนไลน์ หรือฝึกตัดต่อวิดีโอ
  • จัดห้องนอนและทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
  • เคลียร์รูปภาพและจัดระเบียบมือถือ
  • ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในกิจกรรมสร้างสรรค์

การพักผ่อนและดูแลจิตใจ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม
  • ฝึกสมาธิหรือโยคะผ่อนคลาย
  • เขียนบันทึกความรู้สึกประจำวัน
  • งดเล่นมือถือ 1 วัน (Digital Detox)
  • นัดเจอเพื่อนสนิทพูดคุยสังสรรค์
  • วางแผนเป้าหมายชีวิตหลังเปิดเทอม


40 ไอเดียใช้ชีวิต - Augus bucket list.

กิจกรรมเล็ก ๆ ในหนึ่งเดือน 40 ไอเดียใช้ชีวิต - Augus bucket list. ที่อาจจะเลือกมาเพียง 10 หรือ 5 อย่าง หรือจะทำให้มากที่สุดก็ได้

  1. ตื่นเช้ากว่าปกติ 30 นาที แล้วออกไปรับแดดเช้า
  2. เดินในสวนสาธารณะ 1 ชั่วโมง โดยไม่ฟังอะไรเลย
  3. นั่งรถเมล์สายที่ไม่เคยนั่งจนสุดสาย
  4. ลองคาเฟ่ใหม่ที่ไม่เคยไป
  5. อ่านหนังสือ 30 หน้า
  6. เขียนสิ่งที่รู้สึกขอบคุณ 5 ข้อ
  7. ทำอาหารหรือเมนูใหม่
  8. ปิดโซเชียลทั้งวัน
  9. ดูพระอาทิตย์ตก
  10. จัดโต๊ะทำงานหรือห้องเล็ก ๆ ให้เรียบร้อย
  11. ถ่ายรูป "สิ่งสวยงาม" ให้ได้ 10 รูป
  12. เดินย่านเก่า เช่น ตลาด ชุมชน หรือถนนที่ไม่คุ้นเคย
  13. ฟังอัลบั้มเพลงทั้งอัลบั้มโดยไม่กดข้าม
  14. ลองเขียนไดอารี 1 หน้า
  15. นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีที่ไม่เคยลง
  16. ซื้อดอกไม้หรือของเล็ก ๆ ให้ตัวเอง
  17. ลองออกกำลังกายแบบใหม่ 20–30 นาที
  18. ดูสารคดีเรื่องที่ไม่เคยสนใจ
  19. คุยกับคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ เช่น พนักงานร้านกาแฟ หรือคนขายของ
  20. เดินในห้างโดยไม่ซื้ออะไร แค่สังเกตผู้คนและร้านค้า
  21. ลองวาดรูป แม้จะวาดไม่เก่ง
  22. ไปห้องสมุดแล้วหยิบหนังสือแบบสุ่ม
  23. เขียนรายการ "100 สิ่งที่อยากทำก่อนอายุ 50"
  24. ทดลองงดของหวานหรือเครื่องดื่มหวาน 1 วัน
  25. ดูดาวหรือพระจันทร์ตอนกลางคืน
  26. โทรหาหรือส่งข้อความหาคนที่ไม่ได้คุยนาน
  27. วางแผนทริปเล็ก ๆ แม้จะยังไม่จอง
  28. ลองทำสมาธิ 10 นาที
  29. เขียนว่า "วันนี้มีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นบ้าง" ก่อนนอน
  30. ใช้เวลา 1 ชั่วโมงทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เชิงงาน แต่ทำแล้วเพลิดเพลิน เช่น ต่อจิ๊กซอว์ ระบายสี ฟังเพลง หรือเดินเล่น
  31. ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นสักครั้ง
  32. นั่งรถไฟเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
  33. ไปพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์
  34. ลองเรียนเวิร์กช็อป 1 ครั้ง (เซรามิก วาดรูป ทำขนม ฯลฯ)
  35. บริจาคเลือดหรือทำกิจกรรมอาสา
  36. ดูหนังคนเดียวในโรง
  37. เดินถ่ายภาพในย่านเก่า
  38. เขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 1 ปี
  39. ลองใช้ทั้งวันโดยไม่รีบ
  40. ไปนั่งริมแม่น้ำหรือทะเล แล้วไม่ทำอะไรเลยสักชั่วโมง


เป้าหมายเล็กๆ ของชีวิต

ถ้าความรู้สึกตอนนี้คือ "ไม่ได้ทุกข์ แต่ก็ไม่ตื่นเต้นกับอะไร" สิ่งที่ช่วยได้มักไม่ใช่การหา "เป้าหมายใหญ่" แต่เป็นการสร้าง "สิ่งให้ตั้งตารอ"

ลองเลือกสัก 1-2 ข้อจากนี้

  • มีโครงการ 30 วัน เช่น อ่านหนังสือ 10 หน้า/วัน เดิน 5,000 ก้าว/วัน หรือฝึกโยคะต่อเนื่อง
  • ออกสำรวจกรุงเทพฯ ไปสถานีรถไฟฟ้าหรือย่านที่ไม่เคยไป โดยไม่ต้องมีภารกิจ
  • เรียนทักษะใหม่ เช่น ภาษาที่สาม วาดภาพ ถ่ายภาพ แต่งดนตรี
  • ทำงานสร้างสรรค์ที่ไม่เกี่ยวกับรายได้ เช่น ทำอัลบั้มรูป เขียนบันทึก ทำแผนที่สถานที่ที่ชอบ
  • เป็นอาสาสมัคร เดือนละครั้ง ได้เจอคนและรู้สึกว่าทำสิ่งที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายแบบมีเป้าหมาย เช่น เดินให้ครบ 100 กม. ในเดือนนี้ แทนการออกเพื่อเผาผลาญอย่างเดียว
  • วางแผนทริปเล็ก มีวันที่จะได้ตั้งตารอ แม้จะอีก 1-2 เดือน

อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลคือถามตัวเองว่า

"อีก 6 เดือน อยากให้ชีวิตมีเรื่องอะไรเพิ่มขึ้น 1 เรื่อง"

ไม่ต้องคิดว่าเป็นความฝันใหญ่ อาจเป็นแค่

  • ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก
  • อ่านหนังสือครบ 12 เล่ม
  • เดินทางด้วยรถไฟครบ 5 จังหวัด
  • มีงานอดิเรกที่ทำได้ทุกสัปดาห์
  • มีร่างกายแข็งแรงขึ้นจนเดินทั้งวันไม่เหนื่อย

สุดท้าย ถ้าตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ให้ใช้หลักง่าย ๆ คือ เพิ่ม "ประสบการณ์ใหม่" มากกว่า "ซื้อของใหม่" เพราะความรู้สึกว่างมักลดลงเมื่อสมองได้เจอสิ่งแปลกใหม่ ได้เรียนรู้ และได้ตั้งตารอสิ่งถัดไป

นั่งรถไฟเที่ยวใกล้กรุงเทพ - รถไฟไทย ไปไหนได้บ้าง ? Thailand Train Trip

การรถไฟแนะนำที่ท่องเที่ยว ทำภาพไว้ดูง่าย 

ยอดฮิตเส้นทางรถไฟไทยการเดินทางโดยรถไฟในไทยขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ ดังนี้

- สายเหนือ (กรุงเทพฯ - เชียงใหม่): เดินทางผ่านทุ่งนาและภูเขาสูง แนะนำให้นั่งรถไฟด่วนพิเศษขบวนอุตราวิถีเพื่อรับชมวิวธรรมชาติช่วงเช้าก่อนถึงสถานีเชียงใหม่

- สายใต้ (กรุงเทพฯ - หัวหิน / สุราษฎร์ธานี): เส้นทางเรียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยอันงดงาม เหมาะสำหรับไปพักผ่อนตากอากาศ

- สายแม่กลอง (ตลาดร่มหุบ): เส้นทางสายสั้นที่โด่งดังระดับโลก เริ่มต้นจากสถานีวงเวียนใหญ่หรือมหาชัย สัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นเมื่อแม่ค้าหุบร้านหลบขบวนรถไฟ

- สายมรณะ (กาญจนบุรี - น้ำตก): ทริปประวัติศาสตร์บนสะพานข้ามแม่น้ำแควและเส้นทางรถไฟสายมรณะ เลียบหน้าผาสูงชัน


สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)

เดินทางกับขบวนรถโดยสารนั่งชั้นย 3 พัดลมกับขบวนรถธรรมดาที่ 283 (ตารางเวลา) กรุงเทพ - จุกเสม็ด ออกเวลา 06.55 น. (หากเดินทางมาด้วย MRT ให้ลงที่สถานีหัวลำโพง ทางออกประตู 2 ใช้เวลาเดินรถทาง 3 ชั่วโมง 39 นาที ถึงสถานีพัทยา เวลา 10.34 น. และ เที่ยวกลับ เดินทางโดยขบวนรถธรรมดาที่ 284 (ตารางเวลา) จุกเสม็ด - กรุงเทพ ออกสถานีพัทยา เวลา 14.21 น. ถึงสถานีกรงเทพ เวลา 18.15 น.

สำหรับการเดินทางกับขบวนรถพิเศษโดยสาร ข.997/998 จะมีให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น เป็นขบวนรถนั่งปรับอากาศ เหมาะกับการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้อย่างมาก

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 997 (ตารางเวลา) กรุงเทพ - จุกเสม็ด ออกสถานีกรุงเทพ เวลา 06.45 น. ถึงสถานีพัทยา เวลา 09.14 น. เที่ยวกลับ

ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 998 (ตารางเวลา) จุกเสม็ด - กรุงเทพ ออกสถานีพัทยา เวลา 16.26 น. ถึงสถานีกรุงเทพ เวลา 18.55 น. 

สำหรับขบวนรถพิเศษโดยสาร 997/998 นักท่องเที่ยวสามารถจะเดินทางต่อไปยังสถานีจุกเสม็ด ซึ่งเป็นสถานีปลายทางและสามารถเพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวรอบๆ สถานีได้ด้วยเช่นกัน


ราคาตั๋วโดยสาร ไปพัทยา

- สำหรับขบวนรถธรรมดาที่ 283/284 : ผู้ใหญ่ 31 บาท เด็ก 16 บาท ต่อ 1 เที่ยว 

- สำหรับขบวนรถพิเศษโดยสาร 997/998 : ราคาพิเศษราคาสูงสุด 170 บาท ต่อ 1 เที่ยว

ค่าโดยสาร รถไฟไปพัทยา

นครปฐม

การเดินทางไป สถานีนครปฐม สามารถใช้การโดยสารต้นทางได้ 3 จุด ได้แก่ ต้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ , สถานีกรุงเทพ และสถานีธนบุรี

1. ต้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มีขบวนรถ Feeder ไป-กลับ รองรับ 4 ขบวน เดินทางโดยรถไฟฟ้าสายสีแดง ต้นทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต่อรถไฟที่ สถานีชุมทางตลิ่งชัน (ตารางเวลา) เพื่อไปสถานีนครปฐม (ค่าโดยสารอัตราพิเศษ 20 บาท)

2. ต้นทางสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) มีให้บริหาร 2 ขบวน ได้แก่ รถธรรมดาที่ 261 และ รถพิเศษชานเมือง 355 (เดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง ออกช่องทางที่ 2 )

3. ต้นทางสถานีธนบุรี มีรถธรรมดา จำนวน 5 ขบวน ได้แก่ ขบวน 255 , 257 , 251 , 259 และ 351 หากผู้ใช้บริการเดินทางมาด้วย MRT ให้ลงที่สถานีบางขุนนนท์ ออกช่องทางที่ 2 และรอขึ้นรถไฟที่ ป้ายหยุดรถจรัลสนิทวงศ์ (ซื้อตั๋วโดยสารบนขบวนรถ)


ราคาค่าตั๋วโดยสาร : ขึ้นสถานีธนบุรี ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท : ขึ้นสถานีกรุงเทพ(หังลำโพง) ผู้ใหญ่ 14 บาท เด็ก 7 บาท

พิกัด ป้ายหยุดรถจรัลสนิทวงศ์

เส้นทางสายวงเวียนใหญ่ - มหาชัย (เส้นทางสายใต้)

Wongwian Yai Station - Mahachai Station Line


การเดินทางไปมหาชัย ใช้โดยสารกับขบวนรถธรรมดา ขึ้นรถไฟที่ สถานีวงเวียนใหญ่ (ห่างจาก BTS วงเวียนใหญ่ ประมาณ 800 เมตร) มีขบวนรถทั้งหมด 17 ขบวน  ใช้เวลาเดินรถทางประมาณ 60 นาที มีเวลาออก ดังนี้ 05.30 , 06.25 , 07.00 , 07.40 , 08.35 , 09.40 , 10.40 ,12.15 , 13.20 , 14.25 , 15.25 , 16.30 , 17.00 ,17.35 , 18.35 , 19.10 และ เที่ยวสุดท้าย 20.10 น. (ตารางเวลาเที่ยวไป) 

เที่ยวกลับมีทั้งหมด 17 ขบวน เช่นกัน เวลาออกจากสถานีมหาชัย ดังนี้ 04.30 , 05.20 , 05.55 , 06.25 , 07.00 , 08.00 , 09.35 , 10.40 , 11.45 , 13.15 , 14.25 , 15.25 , 16.00 , 16.30 , 17.35 , 18.10 และเที่ยวสุดท้าย 19.00 น. (ตารางเวลาเที่ยวกลับ)

**เวลาสีฟ้ามีตู้โดยสารปรับอากาศพ่วงในขบวน


ราคาตั๋วโดยสาร รถธรรมดา ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท และรถปรับอากาศ ผู้ใหญ่ 25 บาท เด็ก 20 บาท ต่อ 1 เที่ยว

เส้นทางสายบ้านแหลม - แม่กลอง (เส้นทางสายใต้)

Ban Laem-Mae Klong Line.


ท่องเที่ยวเมืองลพบุรี One Day Trip

วันเดียวเที่ยวลพบุรี 


ที่มา www.railway.co.th

จากสถานีรถไฟหัวลำโพง เดินทางไปยังปลายทางจังหวัดหรืออำเภอไหนได้บ้าง

สถานีรถไฟหัวลำโพง (สถานีกรุงเทพ) ให้บริการรถไฟขบวนชานเมือง ธรรมดา และขบวนนำเที่ยวเป็นหลัก ครอบคลุมการเดินทางสู่จังหวัดและอำเภอต่างๆ ใน สายเหนือ สายตะวันออก และ สายใต้ โดยสามารถแยกปลายทางหลักได้ดังนี้

สายตะวันออก: ไปสุดปลายทางที่ อ.สัตหีบ (จุกเสม็ด) จ.ชลบุรี โดยผ่านสถานีสำคัญใน อ.เมืองฉะเชิงเทรา, อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.กบินทร์บุรี, อ.เมืองสระแก้ว และ อ.อรัญประเทศ

สายเหนือ: ไปสุดปลายทางที่ อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ผ่านพื้นที่ชานเมืองและเมืองสำคัญ เช่น อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.พระพุทธบาท/อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

สายใต้: สามารถเดินทางไปถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่าน อ.เมืองนครปฐม, อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นอกจากนี้ยังมีขบวนสายใต้ที่ผ่านสถานีบางบำหรุ มุ่งหน้าสู่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี ได้ด้วย

(หมายเหตุ: สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น เชียงใหม่, เชียงราย, หนองคาย, หรือหาดใหญ่ ปัจจุบันต้องใช้บริการที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์)


รถไฟธรรมดา ขึ้นที่พญาไท ไปไหนได้บ้าง

จากป้ายหยุดรถไฟพญาไท (บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์และ BTS) จะมี รถไฟธรรมดา และ รถชานเมือง สายตะวันออกให้บริการเป็นหลัก สามารถเดินทางไปได้หลากหลายจังหวัด ดังนี้

สายฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-พัทยา: ฉะเชิงเทรา, บางน้ำเปรี้ยว, ปราจีนบุรี, กบินทร์บุรี, สระแก้ว ไปจนถึงอรัญประเทศ (สุดชายแดนกัมพูชา)จุดจอดสำคัญใกล้เคียง: สามารถนั่งระยะสั้นๆ ในเมืองเพื่อลงที่ สถานีมักกะสัน (เชื่อมต่อ MRT) หรือ สถานีหัวหมาก

ตารางกำหนดเวลาเดินรถ สายตะวันออก Railway.co.th/timetable

วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปสถานีกลางบางซื่อ 2569

การเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลาง) ที่สะดวกที่สุดคือการนั่ง รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT โดยเดินทางเชื่อมต่อสายสีน้ำเงินจากสถานีหัวลำโพงไปลงที่สถานีบางซื่อ จากนั้นเดินตามป้ายบอกทางเชื่อมต่อไปยังสถานีกลางได้ทันที ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 15-20 นาที (Update กรกฎาคม 2569)

สามารถเลือกวิธีเดินทางตามความสะดวกและงบประมาณได้ดังนี้

วิธีที่ 1 : รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT (สะดวกและรวดเร็วที่สุด)

- ขั้นตอน: เดินจากสถานีรถไฟหัวลำโพงลงไปที่สถานีรถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง

- เส้นทาง: นั่ง MRT สายสีน้ำเงิน (ฝั่งที่มุ่งหน้าไปท่าพระ) ไปลงที่ สถานีบางซื่อ

- การเชื่อมต่อ: เมื่อถึงสถานีบางซื่อ ให้เดินตามป้ายบอกทางเพื่อใช้ทางเชื่อมเดินเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

- ค่าโดยสารและเวลา: ประมาณ 42 บาท ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 20 นาที

วิธีที่ 2 : รถไฟขบวนธรรมดา (ประหยัดที่สุด)

- ขั้นตอน: เช็คตารางเวลารถไฟขบวนธรรมดาที่วิ่งออกจากสถานีหัวลำโพงไปยังสถานีชุมทางบางซื่อ

- เส้นทาง: นั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปลงที่ สถานีชุมทางบางซื่อ จากนั้นเดินข้ามสะพานเชื่อมไปยังสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์

- ค่าโดยสารและเวลา: ประมาณ 2-10 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

วิธีที่ 3 : รถเมล์ประจำทาง (ประหยัดและต่อเดียวถึง)

- เส้นทาง: ขึ้นรถเมล์ ขสมก. สาย 49 จากบริเวณป้ายรถเมล์ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง นั่งไปลงที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย

- ค่าโดยสารและเวลา: ประมาณ 8-20 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทรถ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-45 นาทีขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

วิธีที่ 4 รถบริการ : TAXI , GRAB, BOLT, LINE MAN


แผนที่ ปี 2562 : MapSRT4096Size_2019.jpg

ตารางกำหนดเวลาเดินรถ : Railway.co.th/timetable

อนุญาตให้ตัวเองเปลี่ยนใจได้ - SelfCare

1. “ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดิมตลอดเวลา”

คุณยังเป็นคุณอยู่ แต่เวอร์ชันอัปเดตได้



2. “การเปลี่ยนใจ คือการเรียนรู้ ไม่ใช่ความโลเล”

คนที่ไม่เปลี่ยนเลย มักไม่ได้เติบโตอะไรใหม่

3. “คำพูดของฉันในอดีต ไม่ใช่สัญญาตลอดชีวิต”

มันคือข้อมูล ณ เวลานั้น ไม่ใช่กฎถาวร

4. “ฉันเลือกสิ่งที่เหมาะกับฉันตอนนี้ได้”

ไม่ต้องฝืนตัวเองให้สอดคล้องกับเมื่อวาน

5. “ความสบายใจสำคัญกว่าการรักษาภาพลักษณ์”

บางครั้งเราไม่ได้ยึดคำพูด แต่ยึดภาพว่า ‘ฉันต้องเป็นคนแบบนี้’

6. “ฉันเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องอธิบายกับทุกคน”

คุณไม่จำเป็นต้อง justify ทุกการเปลี่ยนแปลง

7. “ความยืดหยุ่น คือความฉลาดรูปแบบหนึ่ง”

ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการปรับตัวได้ดี

8. “ฉันให้สิทธิ์ตัวเองลอง แล้วค่อยตัดสินใหม่”

ไม่ต้อง commit ตั้งแต่แรก

9. “ฉันไม่ติดหนี้คำพูดตัวเอง”

คุณไม่ได้ต้องใช้ชีวิตเพื่อรักษาคำพูดเก่า

10. “วันนี้ฉันเข้าใจตัวเองมากกว่าเมื่อวาน”

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง = ความแม่นยำมากขึ้น ไม่ใช่สับสน