ข้อคิดให้ใจเบา วิชาเบาใจ

การทำให้ใจเบาลงหรือรู้สึกโล่งใจในภาษาอังกฤษ สามารถใช้สำนวนและคำศัพท์ได้หลายแบบ เช่น lighten the load, ease the mind หรือ feel at ease ซึ่งหมายถึงการลดความกังวลและความทุกข์ที่แบกไว้ในใจ

วลีและสำนวนที่น่าสนใจ

- Lighten the load: ลดภาระหรือความเครียดในใจให้เบาลง

- Ease one's mind: ทำให้จิตใจสงบและหายกังวล

- Take a load off (your mind): ปลดปล่อยความกังวลออกไปจากสมอง

- Unburden oneself: การระบายหรือปลดเปลื้องความทุกข์ใจ

ประโยคตัวอย่างภาษาอังกฤษสำหรับ ให้กำลังใจตัวเอง (Self-encouragement) เพื่อให้ใจเบาลงและปล่อยวางความเครียด

ประโยคพูดกับตัวเองเพื่อละทิ้งความกังวล

- I need to lighten my load today. (วันนี้ฉันจำเป็นต้องลดภาระในใจลงบ้าง)

- I am letting go of things I cannot control. (ฉันกำลังปล่อยวางสิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้)

- I will just breathe and ease my mind. (ฉันจะแค่นั่งหายใจเข้าลึก ๆ และทำใจให้สบาย)

- It is time to take a load off my mind. (ถึงเวลาที่ต้องยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว)


ประโยคเตือนสติให้ใจเย็นลง

- Don't carry the weight of the world. (อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเลย)

- Take it easy, one step at a time. (ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้น)

- My peace of mind matters the most. (ความสงบสุขในใจของฉันสำคัญที่สุด)

- I've done my best, now I'll let it be. (ฉันทำดีที่สุดแล้ว จากนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นไป)

ขึ้นรถไฟธรรมดาที่ป้ายหยุดพญาไท ไปที่ไหนได้บ้าง ?

การขึ้นรถไฟธรรมดาที่ป้ายหยุดรถพญาไท ซึ่งอยู่ในเส้นทางรถไฟสายตะวันออก คุณสามารถเดินทางไปได้หลักๆ สองทิศทาง คือมุ่งหน้าเข้าสู่สถานีปลายทางกรุงเทพ (หัวลำโพง) หรือมุ่งหน้าออกสู่ชานเมืองและจังหวัดในภาคตะวันออก เช่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ทิศทางขาเข้า (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ)

- สถานีอุรุพงษ์: จุดจอดถัดไปก่อนถึงหัวลำโพง

- สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง): สถานีปลายทางใจกลางเมือง

ทิศทางขาออก (มุ่งหน้าภาคตะวันออก)

- สถานีใกล้เคียงในกรุงเทพฯ/ปริมณฑล: ราชปรารภ, มักกะสัน, อโศก, สุขุมวิท 71, หัวหมาก

- จังหวัดฉะเชิงเทรา: เช่น สถานีชุมทางฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรี: เช่น พัทยา และสถานีจุกเสม็ด (สัตหีบ)

- จังหวัดปราจีนบุรี: เช่น กบินทร์บุรี

- จังหวัดสระแก้ว: เช่น อรัญประเทศ / ตลาดโรงเกลือ (ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก)

หมายเหตุ: ป้ายหยุดรถพญาไท จะมีเฉพาะขบวนรถไฟธรรมดาและรถชานเมืองสายตะวันออกเท่านั้นที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ควรตรวจสอบตารางเวลาและซื้อตั๋วโดยสาร บนขบวนรถกับเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ อีกครั้งขณะขึ้นรถ


ตารางเวลาออกของรถไฟธรรมดาและรถชานเมืองที่ ป้ายหยุดรถพญาไท (ขาออกมุ่งหน้าภาคตะวันออก) ตามข้อมูลล่าสุดของ ระบบกำหนดเวลาเดินรถการรถไฟแห่งประเทศไทย มีรายละเอียดเวลาที่รถจะออกจากพญาไทดังนี้

ตารางเวลาขบวนรถขาออก (ออกจากพญาไท)

เวลาออก - ขบวนรถ - ประเภทรถ - สถานีปลายทาง

06:10 น. - ขบวน  275 - รถธรรมดา - ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก (อรัญประเทศ)

07:08 น. - ขบวน  283 - รถธรรมดา - จุกเสม็ด (สัตหีบ / พัทยา)

08:11 น. - ขบวน  281 - รถธรรมดา - กบินทร์บุรี

10:23 น. - ขบวน  367 - รถธรรมดา - ชุมทางฉะเชิงเทรา

12:20 น. - ขบวน  389 - รถชานเมือง - ชุมทางฉะเชิงเทรา

13:13 น. - ขบวน  279 - รถธรรมดา - ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก (อรัญประเทศ)

15:41 น. - ขบวน  277 - รถธรรมดา - กบินทร์บุรี

16:45 น. - ขบวน  379  - รถธรรมดา - หัวตะเข้

17:07 น. - ขบวน  391 - รถชานเมือง - ชุมทางฉะเชิงเทรา

17:53 น. - ขบวน  371 - รถธรรมดา - ปราจีนบุรี

19:13 น. - ขบวน  383 - รถธรรมดา - ชุมทางฉะเชิงเทรา

(หมายเหตุ: ขบวน 997 รถด่วนไปพลูตาหลวงที่วิ่งเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ จะไม่จอดรับส่งที่ป้ายหยุดรถพญาไท)

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางการซื้อตั๋ว: เนื่องจากพญาไทเป็นเพียง "ป้ายหยุดรถ" ไม่มีห้องจำหน่ายตั๋วถาวร ผู้โดยสารสามารถเดินขึ้นไปรอบนชานชาลาและซื้อตั๋วบนขบวนรถกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

ONE DAY TRIP

ฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) คือจุดหมายที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับการนั่งรถไฟชมวิวระยะสั้นจากพญาไทครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ค่าโดยสารไม่เกิน 15 บาท ได้นั่งรับลมชมวิวทุ่งนาและวิถีชีวิตชานเมืองอย่างเต็มที่ และเมื่อถึง สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา ก็สามารถต่อรถสองแถวหน้าสถานีไปเที่ยวต่อได้ทันที ตารางเวลาขบวนรถไฟที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางไป-กลับภายในวันเดียว มีดังนี้

ตารางรถไฟขาไป (พญาไท ➡️ ฉะเชิงเทรา)

แนะนำให้เลือกขบวนช่วงเช้า เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวและไม่ร้อนจนเกินไป

  • 06:10 น. (ขบวน 275) - ถึงฉะเชิงเทรา 07:40 น. (แนะนำ: อากาศกำลังสบาย)
  • 07:08 น. (ขบวน 283) - ถึงฉะเชิงเทรา 08:35 น.
  • 08:11 น. (ขบวน 281) - ถึงฉะเชิงเทรา 09:38 น.
  • 10:23 น. (ขบวน 367) - ถึงฉะเชิงเทรา 11:45 น.

ตารางรถไฟขากลับ (ฉะเชิงเทรา ➡️ พญาไท)

ขบวนรถไฟขากลับเข้ากรุงเทพฯ ที่จะจอดส่งที่ป้ายหยุดรถพญาไท มีรอบเย็นที่สะดวกดังนี้

  • 15:01 น. (ขบวน 372) - ถึงพญาไท 16:34 น.
  • 16:22 น. (ขบวน 384) - ถึงพญาไท 17:51 น.
  • 18:00 น. (ขบวน 390) - ถึงพญาไท 19:28 น.

แผนเที่ยวและไฮไลต์

เมื่อไปถึงฉะเชิงเทรา คุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อจากสถานีรถไฟได้ง่ายๆ ด้วยรถสองแถวสีขาวหรือสีเหลืองที่จอดรออยู่หน้าสถานี:

- วัดโสธรวรารามวรวิหาร: นั่งรถสองแถวสีขาวเข้าวัดไปสักการะหลวงพ่อโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคล

- ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี: ตลาดโบราณริมแม่น้ำบางปะกง แหล่งรวมของกินอร่อยๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ขนมเปี๊ยะ และกาแฟโบราณ เหมาะกับการเดินชิลและชมวิวแม่น้ำ

- นั่งเรือชมวิวแม่น้ำบางปะกง: มีบริการเรือนำเที่ยวชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำ แวะขึ้นฝั่งไหว้พระตามวัดต่างๆ

ไปทะเลด้วยรถไฟ ที่ป้ายหยุดรถพญาไท

หากคุณต้องการนั่งรถไฟไปเที่ยวทะเลโดยเริ่มเดินทางจากป้ายหยุดรถพญาไท คุณสามารถขึ้น ขบวนรถธรรมดาที่ 283 (กรุงเทพ - จุกเสม็ด) ซึ่งจะมาจอดรับผู้โดยสารที่พญาไทเวลา 07:08 น. ทุกวันจันทร์ - อาทิตย์

1. ลงสถานีเขาพระบาท (สำหรับไป "หาดบางแสน")

- เวลาถึงสถานี: ประมาณ 09:55 น.

- การต่อรถไปทะเล: หน้าสถานีจะมีรถสองแถวรอรับผู้โดยสาร นั่งต่อไปยัง หาดบางแสน หรือหาดวอนนภาได้เลย ค่ารถสองแถวประมาณ 40 บาท

- ไฮไลต์: เที่ยวริมหาดบางแสน, กินซีฟู้ดสดๆ, หรือแวะชม ศูนย์เรียนรู้โลกใต้ทะเล บางแสน (สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล)

2. ลงสถานีพัทยา (สำหรับไป "หาดพัทยา" หรือข้ามไป "เกาะล้าน")

- เวลาถึงสถานี: ประมาณ 10:34 น.

- การต่อรถไปทะเล: ต่อรถสองแถวหน้าสถานีรถไฟพัทยาเพื่อไปยังชายหาดพัทยา หรือนั่งยาวไปลงที่แหลมบาลีฮายเพื่อขึ้นเรือข้ามไปเที่ยว เกาะล้าน

- ไฮไลต์: เดินชิลชายหาด คาเฟ่ริมทะเลริมหาดพัทยา หรือนอนพักผ่อนดูน้ำทะเลใสๆ ที่เกาะล้าน

3. ลงสถานีจุกเสม็ด (สำหรับไป "หาดนางรำ-หาดนางรอง" สัตหีบ)

- เวลาถึงสถานี: 11:45 น. (สถานีปลายทางสุดสายตะวันออก)

- การต่อรถไปทะเล: จะมีรถสองแถวจอดรอรับนักท่องเที่ยวเพื่อพาเข้าไปยังโซนท่องเที่ยวทางทหาร

- ไฮไลต์: สถานีนี้อยู่ใกล้ทะเลมากที่สุด สามารถนั่งสองแถวไปเที่ยวชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร, เดินเล่นกินลมชมวิวที่ หาดนางรำ และ หาดนางรอง ซึ่งเป็นหาดที่น้ำทะเลใสและสะอาดมากๆ

ข้อแนะนำสำหรับการเดินทาง

ขากลับ: รถไฟธรรมดาขากลับขบวน 284 จะออกจากสถานีจุกเสม็ดเวลา 13:15 น. (ผ่านพัทยาและเขาพระบาทช่วงบ่ายต้นๆ) ซึ่งค่อนข้างเร็ว หากคุณต้องการเดินเที่ยวริมหาดนานๆ แนะนำให้ขากลับเปลี่ยนมาใช้บริการรถตู้หรือรถบัสประจำทางกลับกรุงเทพฯ (ลงเอกมัยหรือหมอชิต) จะสะดวกและไม่ต้องรีบทำเวลา

การซื้อตั๋ว: เดินขึ้นมารอบนชานชาลาพญาไทก่อนเวลา 07:08 น. แล้วซื้อตั๋วบนขบวนรถกับนายตรวจได้เลย ค่าตั๋วรถไฟชั้น 3 (พัดลม) ราคาประหยัดมาก เพียงประมาณ 26 - 40 บาทเท่านั้น



เที่ยวทะเล บางแสน ด้วยรถไฟ

🚂 แผนการเดินทางขาไป (พญาไท ➡️ บางแสน)

06:55 น. เดินขึ้นมารอบนชานชาลาป้ายหยุดรถพญาไท

07:08 น. ขึ้น ขบวนรถธรรมดาที่ 283 (เดินขึ้นรถได้เลย แล้วรอซื้อตั๋วกับนายตรวจบนรถ แจ้งลง "สถานีเขาพระบาท" ค่าตั๋วประมาณ 26 บาท)

09:55 น. รถไฟถึงสถานีเขาพระบาท

🚌 การต่อรถจากสถานีรถไฟไปชายหาดเมื่อลงรถไฟที่สถานีเขาพระบาทแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง จะมีรถสองแถวมาจอดสแตนบายรอรับผู้โดยสารจากรถไฟขบวนนี้โดยเฉพาะ:

- รถสองแถว: ขึ้นรถสองแถวที่จอดหน้าสถานีเพื่อไปส่งที่ วงเวียนบางแสน หรือ หาดวอนนภา- ค่าโดยสาร: ประมาณ 40 บาท

- เวลาเดินทาง: นั่งรถสองแถวต่ออีกประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงหน้าหาดแล้ว

🏝️ แนะนำพิกัดไฮไลต์ใกล้หาด (เที่ยวได้ใน 1 วัน)

- หาดบางแสน / หาดวอนนภา: เดินเล่นริมหาด นั่งเตียงผ้าใบทานส้มตำไก่ย่าง หรือแวะคาเฟ่ริมทะเลชิคๆ ฝั่งหาดวอนนภา

- สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล (Aquarium บางแสน): อยู่ในมหาวิทยาลัยบูรพา ไม่ไกลจากวงเวียนบางแสน เดินหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปได้ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 80 บาท ด้านในมีอุโมงค์ปลาขนาดใหญ่และแมงกะพรุนเรืองแสง สวยงามและแอร์เย็นสบายมาก

แนะนำขากลับ (บางแสน ➡️ กรุงเทพฯ)เนื่องจากรถไฟขากลับเข้ากรุงเทพฯ จะผ่านสถานีเขาพระบาทค่อนข้างเร็ว (ประมาณ 14:30 น.) ทำให้มีเวลาเที่ยวที่บางแสนน้อยเกินไป แนะนำให้กลับด้วยรถตู้หรือรถมินิบัส จะได้เที่ยวจนถึงเย็น

- จุดขึ้นรถ: เดินหรือนั่งวินมาที่ จุดจอดรถตู้หน้ามหาวิทยาลัยบูรพา (ห้างแหลมทองบางแสน)

- ปลายทาง: มีรถตู้/มินิบัส วิ่งกลับกรุงเทพฯ ตลอดทั้งวัน ส่งทั้ง สถานีขนส่งเอกมัย และ หมอชิต 2 (สามารถเลือกลงเอกมัย แล้วนั่ง BTS ต่อกลับมาพญาไท)

- ค่ารถ: ประมาณ 100 - 140 บาท รถออกทุกๆ 30-40 นาที

เที่ยวเมืองไทย คนต่างชาติชอบไปที่ไหนกันบ้าง - Travel in Thailand

Core Thailand Bucket List ถ้าเปรียบประเทศไทยเหมือนสวนสนุกขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มาเพราะมีสถานที่เดียว แต่เพราะไทยมี 5 ประสบการณ์หลัก ที่หาได้ครบในประเทศเดียว และเดินทางระหว่างกันค่อนข้างสะดวก



🛕 Heritage Thailand – วัด พระราชวัง เมืองประวัติศาสตร์

🍜 Food Thailand – สตรีทฟู้ด ตลาด ร้านอาหารท้องถิ่น

🏝️ Island Thailand – ทะเล เกาะ ดำน้ำ ล่องเรือ

🌿 Nature Thailand – ภูเขา ป่า น้ำตก อุทยานแห่งชาติ

🌆 Modern Thailand – ห้าง คาเฟ่ รูฟท็อป ตลาดกลางคืน และย่านสร้างสรรค์

นี่เป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับมาเที่ยวไทยซ้ำ เพราะครั้งแรกอาจมาเพื่อ "เมืองและวัด" ครั้งต่อมาอาจตั้งใจไป "ทะเล" หรือ "ภูเขา" โดยแทบไม่รู้สึกว่ากำลังเที่ยวประเทศเดิมเลย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียมีได้ยาก

สิ่งที่ทุกชาติ "เห็นตรงกัน"

ถ้าหา "จุดร่วม" ของนักท่องเที่ยวเอเชียและยุโรปจริง ๆ จะเหลือประมาณ 10 สิ่งที่แทบทุกคนอยากทำเมื่อมาไทย

  1. เยี่ยมชมวัดและพระราชวัง
  2. กินอาหารริมทาง (Street Food)
  3. เที่ยวเกาะและชายหาด
  4. นวดแผนไทย
  5. ล่องเรือ
  6. ช้อปปิ้งตลาดและห้าง
  7. ชมวิวเมืองจากจุดสูง
  8. ชมธรรมชาติ
  9. สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น
  10. ลองกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น มวยไทยหรือเรียนทำอาหาร

Thailand Bucket List 50 อันดับ

A. วัฒนธรรมและแลนด์มาร์ก (1–10)

  • พระบรมมหาราชวัง
  • วัดอรุณราชวราราม
  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  • ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
  • อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
  • อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
  • ชมพระอาทิตย์ตกที่วัดอรุณ
  • ตลาดน้อย–เจริญกรุง
  • บ้านไทยโบราณและพิพิธภัณฑ์
  • ชมการแสดงวัฒนธรรมไทย

B. อาหาร (11–20)

  • เยาวราช
  • ตลาดน้ำ
  • เรียนทำอาหารไทย
  • กินผัดไทยร้านดัง
  • กินข้าวเหนียวมะม่วง
  • ดื่มชาไทย
  • ร้านอาหารริมแม่น้ำ
  • ร้านอาหารระดับ Michelin
  • ร้านอาหาร Local
  • ตลาดกลางคืน

C. ทะเลและเกาะ (21–30)

  • หมู่เกาะพีพี
  • หาดไร่เลย์
  • ภูเก็ต
  • เกาะสมุย
  • เกาะเต่า
  • เกาะพะงัน
  • เกาะลันตา
  • อ่าวพังงา
  • ดำน้ำตื้น
  • นั่งเรือหางยาว

D. ธรรมชาติ (31–40)

  • อุทยานแห่งชาติเขาสก
  • อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
  • ปาย
  • น้ำตกเอราวัณ
  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
  • ดูช้างในศูนย์อนุรักษ์ที่เน้นสวัสดิภาพสัตว์
  • พายเรือคายัก
  • เดินป่า
  • ดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูเขา
  • ล่องแพ

E. Lifestyle และประสบการณ์ (41–50)

  • ตลาดนัดจตุจักร
  • ไอคอนสยาม
  • มหานคร สกายวอล์ค
  • นวดแผนไทย
  • Rooftop Bar
  • คาเฟ่สวย
  • นั่งรถตุ๊กตุ๊ก
  • ช้อปปิ้ง
  • ชมมวยไทย
  • เที่ยวเทศกาลไทย (เช่น สงกรานต์ หรือลอยกระทง)


100 เป้าหมายท่องเที่ยว - 100 travel destinations.

100 เป้าหมายท่องเที่ยว - 100 travel destinations. การท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและไม่กดดันว่าจะต้องทำให้ครบเร็ว ๆ

🚆 15 เป้าหมาย: รถไฟ

  1. นั่งรถไฟสายเหนือ
  2. นั่งรถไฟสายใต้
  3. นั่งรถไฟสายอีสาน
  4. ขึ้นรถไฟชั้น 2 นอน
  5. นั่งรถไฟไปหัวหิน
  6. นั่งรถไฟไปอยุธยา
  7. นั่งรถไฟไปลพบุรี
  8. นั่งรถไฟไปพิษณุโลก
  9. นั่งรถไฟชมวิวช่วงพระอาทิตย์ตก
  10. เดินสำรวจสถานีรถไฟเก่า
  11. นั่งรถไฟไปจังหวัดที่ไม่เคยไป
  12. ใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นจุดเริ่มต้น
  13. เที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับด้วยรถไฟ
  14. ถ่ายภาพสถานีที่ชอบที่สุด
  15. จดบันทึกการเดินทางด้วยรถไฟ



🚌 10 เป้าหมาย: รถเมล์

  1. นั่งรถเมล์ไปสุดสาย
  2. ลองรถเมล์สายใหม่
  3. เที่ยวด้วยรถเมล์ทั้งวัน
  4. เดินสำรวจย่านที่รถเมล์ผ่าน
  5. ข้ามแม่น้ำด้วยรถเมล์
  6. ลองรถเมล์ไฟฟ้า
  7. ไปตลาดด้วยรถเมล์
  8. ไปหอศิลป์ด้วยรถเมล์
  9. ไปสวนสาธารณะด้วยรถเมล์
  10. ใช้เงินเดินทางไม่เกิน 100 บาท

🚢 10 เป้าหมาย: ล่องเรือ

  1. เรือด่วนเจ้าพระยา
  2. เรือคลองแสนแสบ
  3. ล่องเรือเกาะเกร็ด
  4. ล่องเรืออัมพวา
  5. เรือไปเกาะล้าน
  6. เรือไปเกาะเสม็ด
  7. เรือเที่ยวอ่าวพังงา
  8. เรือสำราญสิงคโปร์–มาเลเซีย
  9. ล่องเรือแม่น้ำโขง
  10. ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก

🏛️ 15 เป้าหมาย: พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย
  • หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
  • มิวเซียมสยาม
  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
  • บ้านศิลปิน
  • พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
  • หอศิลป์เอกชน
  • นิทรรศการภาพถ่าย
  • นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย
  • นิทรรศการออกแบบ
  • พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
  • พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ
  • พิพิธภัณฑ์รถไฟ
  • พิพิธภัณฑ์ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
  • งานศิลปะกลางแจ้ง

🌳 10 เป้าหมาย: สวนสาธารณะ

  1. สวนลุมพินี
  2. สวนเบญจกิติ
  3. สวนรถไฟ
  4. สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
  5. สวนป่าในกรุงเทพฯ
  6. เดินครบ 10,000 ก้าว
  7. อ่านหนังสือในสวน
  8. ดูพระอาทิตย์ตก
  9. ถ่ายรูปต้นไม้ที่ชอบ
  10. ฟังเสียงนก 30 นาที

🏖️ 15 เป้าหมาย: ทะเล

  1. หัวหิน
  2. ชะอำ
  3. บางแสน
  4. เกาะล้าน
  5. เกาะเสม็ด
  6. ปราณบุรี
  7. กระบี่
  8. ตรัง
  9. ภูเก็ต
  10. ระยอง
  11. สัตหีบ
  12. พังงา
  13. ดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเล
  14. เดินชายหาด 5 กม.
  15. นั่งคาเฟ่ริมทะเล

⛰️ 10 เป้าหมาย: ธรรมชาติ

  1. น้ำตก
  2. ถ้ำ
  3. ภูเขา
  4. จุดชมวิว
  5. อุทยานแห่งชาติ
  6. สวนพฤกษศาสตร์
  7. ทุ่งดอกไม้
  8. ดูดาว
  9. ดูหมอก
  10. ปิกนิกกลางธรรมชาติ

✈️ 15 เป้าหมาย: ต่างประเทศ

  1. สิงคโปร์
  2. มาเลเซีย
  3. เวียดนาม
  4. ลาว
  5. ญี่ปุ่น
  6. ไต้หวัน
  7. เกาหลีใต้
  8. ฮ่องกง
  9. อินโดนีเซีย
  10. ฟิลิปปินส์
  11. จีน
  12. รถไฟต่างประเทศครั้งแรก
  13. ล่องเรือต่างประเทศครั้งแรก
  14. เที่ยวคนเดียวต่างประเทศ
  15. กลับไปประเทศที่ประทับใจอีกครั้ง 

รวมพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ ใน กทม. และปริมณฑล - List of museums in Bangkok.

พิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ ในกรุงเทพหรือปริมณฑลมีกี่แห่ง ? How many museums or art galleries are there in Bangkok or the surrounding areas?

ถ้านับรวม พิพิธภัณฑ์ + หอศิลป์ + แกลเลอรีเอกชน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมากกว่า 100 แห่ง และถ้านับเฉพาะสถานที่ที่เปิดให้เข้าชมเป็นประจำ จะอยู่ราว 70–100 แห่ง ขึ้นอยู่กับว่าจะนับแกลเลอรีขนาดเล็กด้วยหรือไม่


สำหรับคนที่อยากค่อย ๆ เก็บให้ครบ แนะนำแบ่งเป็นหมวดแบบนี้

หมวด A : ต้องไปให้ครบก่อน (15 แห่ง)

  1. Bangkok Art & Culture Centre (BACC)
  2. MOCA Bangkok
  3. Museum Siam
  4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
  5. Jim Thompson House Museum
  6. The Erawan Museum
  7. เมืองโบราณ (สมุทรปราการ)
  8. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน
  9. The Queen's Gallery
  10. บ้านบางกอก (Bangkokian Museum) Bangkokian Museum
  11. พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี
  12. พิพิธภัณฑ์ศิริราช
  13. สวนป่าเบญจกิติ Art Walk
  14. ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
  15. พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ Royal Thai Air Force and National Aviation Museum

หมวด B : แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย

  1. Bangkok CityCity Gallery
  2. SAC Gallery
  3. ATT 19
  4. Art Gallery 36
  5. West Eden
  6. River City Bangkok
  7. Warehouse 30
  8. 100 Tonson Foundation
  9. Nova Contemporary
  10. La Lanta Fine Art
  11. Tang Contemporary Art
  12. Bangkok Kunsthalle

ปัจจุบันย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อย กำลังเป็นย่านศิลปะที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

หมวด C : พิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง

  1. พิพิธภัณฑ์แพทยศาสตร์ศิริราช
  2. พิพิธภัณฑ์เหรียญ
  3. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
  4. พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร
  5. พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
  6. พิพิธภัณฑ์เด็ก
  7. พิพิธภัณฑ์ผ้า
  8. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
  9. พิพิธภัณฑ์การเกษตร
  10. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (ปทุมธานี)

หมวด D : ปริมณฑล

  1. เมืองโบราณ (สมุทรปราการ)
  2. The Erawan Museum
  3. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย (นครปฐม)
  4. พิพิธภัณฑ์หุ่นมนุษย์ไทย
  5. Jesada Technik Museum
  6. องค์พระปฐมเจดีย์และพิพิธภัณฑ์
  7. อุทยานการเรียนรู้คลองมหาสวัสดิ์

ลองทำเป็นโปรเจกต์ 1 ปี "Museum Passport กรุงเทพฯ" 

ตั้งเป้าไปเดือนละ 2 แห่ง ก็จะได้ประมาณ 24 แห่งในหนึ่งปี ซึ่งเป็นจังหวะที่ไม่เหนื่อยเกินไป และยังมีเวลาซึมซับแต่ละที่

BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท)

  1. Bangkok Art & Culture Centre (BACC)
  2. Jim Thompson House Museum
  3. หอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University Gallery)
  4. หอศิลป์ Queen's Gallery
  5. Science Center for Education (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ)
  6. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เอกมัย
  7. TCDC Bangkok
  8. ATT 19
  9. River City Bangkok
  10. Warehouse 30
  11. Bangkok CityCity Gallery
  12. SAC Gallery
  13. Nova Contemporary
  14. 100 Tonson Foundation
  15. Art Gallery 36
15 แห่ง

BTS สายสีลม

  1. Bangkokian Museum
  2. Neilson Hays Library Gallery
  3. Kathmandu Photo Gallery
  4. House No.1
  5. O.P. Place Gallery
  6. Serindia Gallery
  7. ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ จุฬาฯ
  8. Number 1 Gallery
  9. แมนดาริน โอเรียนเต็ล Heritage Gallery
  10. ไปรษณีย์กลาง บางรัก Exhibition

10 แห่ง

MRT สีน้ำเงิน

  1. Museum Siam
  2. Bangkok National Museum
  3. Rattanakosin Exhibition Hall
  4. The National Gallery
  5. Bank of Thailand Museum
  6. Royal Barges National Museum
  7. Siriraj Medical Museum
  8. Baan Kudichin Museum
  9. พิพิธภัณฑ์เหรียญ
  10. พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์
  11. พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า
  12. นิทรรศน์รัตนโกสินทร์
  13. มิวเซียมวัดโพธิ์
  14. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน
  15. มิวเซียมสยาม Discovery Lab

15 แห่ง

MRT สายสีม่วง

  1. พิพิธภัณฑ์นนทบุรี
  2. บ้านโบราณนนทบุรี
  3. ศูนย์การเรียนรู้จังหวัดนนทบุรี
  4. พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด
  5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนเกาะเกร็ด

BTS สายสีเขียวเหนือ / สายสีแดง

  1. MOCA Bangkok
  2. Royal Thai Air Force and National Aviation Museum
  3. Bangkok Aquarium
  4. พิพิธภัณฑ์เกษตร ม.เกษตร
  5. พิพิธภัณฑ์แมลง
  6. พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา
  7. หอศิลป์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  8. พิพิธภัณฑ์ตำรวจ

8 แห่ง

BTS สายสีเขียวใต้ (สมุทรปราการ)

  1. The Erawan Museum
  2. Ancient Siam (เมืองโบราณ)
  3. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
  4. พิพิธภัณฑ์ช้าง
  5. พิพิธภัณฑ์ชุมชนพระประแดง
  6. หอชมเมืองสมุทรปราการ

6 แห่ง

ปทุมธานี

  1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
  2. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
  3. พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
  4. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
  5. Southeast Asian Ceramics Museum
  6. Rare Stone Museum
  7. พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ
  8. Hall of Inspiration
  9. Hall of Wonder

9 แห่ง

นครปฐม

  1. Thai Human Imagery Museum
  2. Jesada Technik Museum
  3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
  4. หอภาพยนตร์ (Thai Film Archive)
  5. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
  6. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านนครปฐม

6 แห่ง

แกลเลอรีและพื้นที่ศิลปะทั่วกรุงเทพฯ

  1. Bangkok Kunsthalle
  2. La Lanta Fine Art
  3. Tang Contemporary Art
  4. VS Gallery
  5. Joyman Gallery
  6. RCB Galleria
  7. Subhashok The Arts Centre
  8. Yelo House
  9. MMAD
  10. Dib Bangkok
  11. Baan Noorg Collaborative Arts
  12. Cartel Artspace
  13. สปีดี้แกลเลอรี
  14. Ardel Gallery
  15. Gallery VER
  16. HOP Hub of Photography
  17. People's Gallery (BACC)
  18. Doc Club & Pub Space
  19. MMCA Pop-up
  20. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
  21. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร
  22. หอศิลป์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  23. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  24. หอศิลป์มหาวิทยาลัยรังสิต
  25. หอศิลป์มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  26. หอศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล

26 แห่ง

30 อย่างที่ไม่ควรพลาดตอนปิดเทอม

30 things you shouldn't miss during school holidays. 30 อย่างที่ไม่ควรพลาดตอนปิดเทอม อาทิ เที่ยวทะเลหรือน้ำตก, ตะเวนกินของอร่อย, และเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้คุ้มค่า

เที่ยวทะเล หรือเล่นน้ำตก คลายร้อน

  • ตะลอนทัวร์ในเมือง หรือจังหวัดใกล้เคียง
  • แบกเป้เดินทาง แนวขาลุย
  • ไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือสวนน้ำ
  • ล่องแก่ง หรือทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์
  • ปั่นจักรยาน ชมธรรมชาติรอบบ้าน

การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้

  • เรียนภาษาที่สาม หรือทักษะใหม่
  • ฝึกเขียนโค้ดดิ้ง หรือสร้างเกม
  • อ่านหนังสือเล่มโปรด ให้จบเล่ม
  • วาดรูปและระบายสี เสริมความคิดสร้างสรรค์
  • ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีเข้าร่วมค่ายพัฒนาตัวเอง

ไลฟ์สไตล์และความสนุกที่บ้าน

  • ตะเวนกินเมนูอร่อย ทั่วถิ่น
  • เข้าครัวฝึกทำอาหารหรือขนม
  • เล่นบอร์ดเกม ฝึกสมองกับเพื่อน
  • ดูซีรีส์หรือภาพยนตร์ เรื่องโปรด
  • ปลูกต้นไม้ จัดสวนที่บ้าน
  • เล่นกีฬา ออกกำลังกายรักษาสุขภาพ

การสร้างประสบการณ์และงาน

  • ทำงานพาร์ทไทม์ หาประสบการณ์
  • ทำกิจกรรมอาสาสมัคร ช่วยเหลือสังคม
  • ทำคอนเทนต์ออนไลน์ หรือฝึกตัดต่อวิดีโอ
  • จัดห้องนอนและทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
  • เคลียร์รูปภาพและจัดระเบียบมือถือ
  • ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในกิจกรรมสร้างสรรค์

การพักผ่อนและดูแลจิตใจ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม
  • ฝึกสมาธิหรือโยคะผ่อนคลาย
  • เขียนบันทึกความรู้สึกประจำวัน
  • งดเล่นมือถือ 1 วัน (Digital Detox)
  • นัดเจอเพื่อนสนิทพูดคุยสังสรรค์
  • วางแผนเป้าหมายชีวิตหลังเปิดเทอม


40 ไอเดียใช้ชีวิต - August bucket list.

กิจกรรมเล็ก ๆ ในหนึ่งเดือน 40 ไอเดียใช้ชีวิต - August bucket list. ที่อาจจะเลือกมาเพียง 10 หรือ 5 อย่าง หรือจะทำให้มากที่สุดก็ได้

  1. ตื่นเช้ากว่าปกติ 30 นาที แล้วออกไปรับแดดเช้า
  2. เดินในสวนสาธารณะ 1 ชั่วโมง โดยไม่ฟังอะไรเลย
  3. นั่งรถเมล์สายที่ไม่เคยนั่งจนสุดสาย
  4. ลองคาเฟ่ใหม่ที่ไม่เคยไป
  5. อ่านหนังสือ 30 หน้า
  6. เขียนสิ่งที่รู้สึกขอบคุณ 5 ข้อ
  7. ทำอาหารหรือเมนูใหม่
  8. ปิดโซเชียลทั้งวัน
  9. ดูพระอาทิตย์ตก
  10. จัดโต๊ะทำงานหรือห้องเล็ก ๆ ให้เรียบร้อย
  11. ถ่ายรูป "สิ่งสวยงาม" ให้ได้ 10 รูป
  12. เดินย่านเก่า เช่น ตลาด ชุมชน หรือถนนที่ไม่คุ้นเคย
  13. ฟังอัลบั้มเพลงทั้งอัลบั้มโดยไม่กดข้าม
  14. ลองเขียนไดอารี 1 หน้า
  15. นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีที่ไม่เคยลง
  16. ซื้อดอกไม้หรือของเล็ก ๆ ให้ตัวเอง
  17. ลองออกกำลังกายแบบใหม่ 20–30 นาที
  18. ดูสารคดีเรื่องที่ไม่เคยสนใจ
  19. คุยกับคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ เช่น พนักงานร้านกาแฟ หรือคนขายของ
  20. เดินในห้างโดยไม่ซื้ออะไร แค่สังเกตผู้คนและร้านค้า
  21. ลองวาดรูป แม้จะวาดไม่เก่ง
  22. ไปห้องสมุดแล้วหยิบหนังสือแบบสุ่ม
  23. เขียนรายการ "100 สิ่งที่อยากทำก่อนอายุ 50"
  24. ทดลองงดของหวานหรือเครื่องดื่มหวาน 1 วัน
  25. ดูดาวหรือพระจันทร์ตอนกลางคืน
  26. โทรหาหรือส่งข้อความหาคนที่ไม่ได้คุยนาน
  27. วางแผนทริปเล็ก ๆ แม้จะยังไม่จอง
  28. ลองทำสมาธิ 10 นาที
  29. เขียนว่า "วันนี้มีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นบ้าง" ก่อนนอน
  30. ใช้เวลา 1 ชั่วโมงทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เชิงงาน แต่ทำแล้วเพลิดเพลิน เช่น ต่อจิ๊กซอว์ ระบายสี ฟังเพลง หรือเดินเล่น
  31. ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นสักครั้ง
  32. นั่งรถไฟเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
  33. ไปพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์
  34. ลองเรียนเวิร์กช็อป 1 ครั้ง (เซรามิก วาดรูป ทำขนม ฯลฯ)
  35. บริจาคเลือดหรือทำกิจกรรมอาสา
  36. ดูหนังคนเดียวในโรง
  37. เดินถ่ายภาพในย่านเก่า
  38. เขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 1 ปี
  39. ลองใช้ทั้งวันโดยไม่รีบ
  40. ไปนั่งริมแม่น้ำหรือทะเล แล้วไม่ทำอะไรเลยสักชั่วโมง


เป้าหมายเล็กๆ ของชีวิต

ถ้าความรู้สึกตอนนี้คือ "ไม่ได้ทุกข์ แต่ก็ไม่ตื่นเต้นกับอะไร" สิ่งที่ช่วยได้มักไม่ใช่การหา "เป้าหมายใหญ่" แต่เป็นการสร้าง "สิ่งให้ตั้งตารอ"

ลองเลือกสัก 1-2 ข้อจากนี้

  • มีโครงการ 30 วัน เช่น อ่านหนังสือ 10 หน้า/วัน เดิน 5,000 ก้าว/วัน หรือฝึกโยคะต่อเนื่อง
  • ออกสำรวจกรุงเทพฯ ไปสถานีรถไฟฟ้าหรือย่านที่ไม่เคยไป โดยไม่ต้องมีภารกิจ
  • เรียนทักษะใหม่ เช่น ภาษาที่สาม วาดภาพ ถ่ายภาพ แต่งดนตรี
  • ทำงานสร้างสรรค์ที่ไม่เกี่ยวกับรายได้ เช่น ทำอัลบั้มรูป เขียนบันทึก ทำแผนที่สถานที่ที่ชอบ
  • เป็นอาสาสมัคร เดือนละครั้ง ได้เจอคนและรู้สึกว่าทำสิ่งที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายแบบมีเป้าหมาย เช่น เดินให้ครบ 100 กม. ในเดือนนี้ แทนการออกเพื่อเผาผลาญอย่างเดียว
  • วางแผนทริปเล็ก มีวันที่จะได้ตั้งตารอ แม้จะอีก 1-2 เดือน

อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลคือถามตัวเองว่า

"อีก 6 เดือน อยากให้ชีวิตมีเรื่องอะไรเพิ่มขึ้น 1 เรื่อง"

ไม่ต้องคิดว่าเป็นความฝันใหญ่ อาจเป็นแค่

  • ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก
  • อ่านหนังสือครบ 12 เล่ม
  • เดินทางด้วยรถไฟครบ 5 จังหวัด
  • มีงานอดิเรกที่ทำได้ทุกสัปดาห์
  • มีร่างกายแข็งแรงขึ้นจนเดินทั้งวันไม่เหนื่อย

สุดท้าย ถ้าตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ให้ใช้หลักง่าย ๆ คือ เพิ่ม "ประสบการณ์ใหม่" มากกว่า "ซื้อของใหม่" เพราะความรู้สึกว่างมักลดลงเมื่อสมองได้เจอสิ่งแปลกใหม่ ได้เรียนรู้ และได้ตั้งตารอสิ่งถัดไป