แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวยความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวยความงาม แสดงบทความทั้งหมด

เคล็ดลับ 10 ประการ เพื่อผมสวย

คนส่วนมากมักมาพบแพทย์ผิวหนังด้วยเรื่องปัญหาผมร่วงหรือผมบาง ซึ่งมีสาเหตุมากมาย เช่น ผมร่วงเฉพาะที่ (Alopecia areta) ผมบางแบบกรรมพันธุ์ ผมร่วงจากความเครียด เป็นต้น ซึ่งการรักษาส่วนมากต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และระหว่างนี้ คนเหล่านี้ก็มักจะถามว่าควรดูแลสุขภาพผมให้ดีได้อย่างไร? ซึ่งเป็นคำถามที่แพทย์ผิวหนังจะโดนถามบ่อยมาก เราจึงรวบรวมเคล็ดลับการดูแลผมซึ่งสามารถใช้ได้กับผมปกติ เพื่อที่เส้นผมเหล่านี้จะอยู่กับคุณต่อไปได้นานๆ


อย่ายุ่งกับผมมากนัก
เวลาที่คุณไปร้านทำผมนั้น ช่างทำผมมักแนะนำให้ทำผมต่างๆ มากมายนอกจากการสระหรือตัดผม เช่น ย้อม ดัด หมัก และในปัจจุบันมีการทำสปาหนังศีรษะและผมอีก ซึ่งผมมักแนะนำว่าให้ทำได้ แต่อย่าทำบ่อยเกินไป อย่าลืมว่าผมของคุณนั้นเป็นส่วนที่ตายแล้ว ถ้าคุณไปดัดหรือย้อมผมมากเกินไป จนเสียแตกหรือหักแล้วก็ไม่สามารถจะซ่อมแซมได้ครับ

เลือกหวี (comb) ที่ดี
สิ่งที่ทำอันตรายต่อเส้นผม หรือหนังศีรษะที่สำคัญประการหนึ่งคือ การหวีผม เพราะเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกวัน ก่อนอื่นควรเลือกหวีที่มีฟันกว้างพอสมควร เพราะถ้าคุณเลือกหวีที่ฟันแคบไป ก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผมหรือหนังศีรษะได้ และถ้าสามารถเลือกหวีที่มีสารเทฟลอน (Teflon) เคลือบไว้ที่ฟันด้วยก็จะช่วยลดแรงเสียดทานต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าต้องหวีผมให้ได้ถึงวันละ 100 หน เพื่อให้ผมมีสุขภาพที่ดี เป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ เพราะถ้าคุณหวีวันละ 100 หนเป็นเวลานานๆ ผมจะร่วงมากกว่าครับ เพราะเป็นการทำอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ โดยทั่วไปผมแนะนำให้หวีวันละ 5-10 ครั้งก็พอแล้ว

เลือกแปรง (brush) ที่ดี
ลักษณะของแปรงผมที่ดี ควรมีตัวฟันแปรงห่างกันพอสมควร และทำด้วยพลาสติกที่มีปลายเป็นจุดบอลเล็กๆ ติดอยู่เพื่อลดโอกาสที่จะขีดข่วน ทำอันตรายต่อหนังศีรษะของคุณ ปัจจุบันแปรงที่กำลังนิยมกันมาก คือแปรงที่ทำจากไม้ซี่เล็กๆ มีปลายค่อนข้างแหลม เพราะเชื่อว่าเป็นผลิตธรรมชาติที่ดี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ วิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อ ก็คือลองแปรงผมของคุณ ถ้าคุณรู้สึกเจ็บหรือปวดก็แสดงว่าแปรงนั้นไม่เหมาะกับหนังศีรษะของคุณ

อย่าหวีผมตอนผมเปียก
เวลาหลังสระผมนั้นผมมักจะเปียกและพันกัน คนส่วนมากมักจะหวีหรือแปรงผมเพื่อที่จะให้ผมดูดี แต่เวลาที่ผมเปียกนั้นเป็นช่วงที่เส้นผมจะอ่อนแอมาก ไม่ควรไปทำอะไรกับเส้นผมช่วงนั้นมาก อาจจะใช้นิ้วมือช่วยสางผมจากโคนผมถึงปลายผม และเมื่อเวลาที่ผมเกือบแห้งแล้ว จึงค่อยใช้หวีหรือแปรงผมจะดีกว่าครับ

ไม่ควรเป่าผมด้วยความร้อน
คนส่วนใหญ่นิยมเป่าผมให้แห้งโดยใช้ความร้อนสูง โดยใช้เครื่องเป่าผมที่บ้านหรือใช้ที่ครอบผม (hood) ในร้านทำผม ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะความร้อนจะสลายเส้นผมได้ และทำให้น้ำในเส้นผมระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิด "bubble hair" ซึ่งจะทำให้เส้นผมแตกหักได้ ความจริงแล้วควรใช้ที่เป่าผมให้ลมออกมาในอุณหภูมิปกติ (แต่ผู้ใช้ส่วนมากมักไม่ชอบ) ผมจึงแนะนำให้ใช้ความร้อนน้อยที่สุดก็แล้วกันครับ

อย่าแกะหรือเกาหนังศีรษะ 
ในคนที่มีรังแคหรือผิวหนังอักเสบที่ศีรษะ บางคนจะมีอาการคันที่หนังศีรษะร่วมด้วย และมักจะคอยแกะหรือเกาทำให้ผมร่วงได้ ซึ่งบางทีจะรักษายากกว่าอาการรังแคเองเสียอีก ถ้าคุณมีรังแคหรือคันศีรษะมาก ควรพบแพทย์ผิวหนังดีกว่า เพราะอาจจำเป็นต้องใช้โลชั่นในกลุ่มของสเตียรอยด์ ร่วมกับแชมพูยาสระผม และในรายที่มีอาการคันมากอาจต้องใช้ยา antihistamine ชนิดรับประทานเพื่อช่วยอาการคันในช่วงแรกครับ

ลองใช้ conditioning shampoo ดู
ส่วนมากคนที่มาหาหมอผิวหนังนั้น มักมีผมที่เสียมากพอสมควร การใช้แชมพูที่ผสมครีมนวดผม (conditioner) จะช่วยได้ แต่หมอผิวหนังก็มักแนะนำให้ใช้แยกกัน โดยใช้ครีมนวดผม (conditioner) ตามหลังแชมพู

ควรใช้ instant conditioner ตามหลังการสระผม
instant conditioner ก็คือ conditioner ที่ใช้ทันทีหลังสระผม ซึ่งพวกนี้ระยะหลังๆ มักมีสารซิลิโคน (silicon) ประกอบด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะช่วยให้สภาพเส้นผมดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อยครับ

ลองใช้ deep conditioner อาทิตย์ละหน
การ ใช้ deep conditioner จะเหมาะกับผมที่ได้รับการดัด ย้อม หรือทำเป็นเส้นตรง โดยการหมักไว้ประมาณ 20-30 นาที ซึ่งมี 2 ชนิด คือ ชนิดน้ำมัน (oil) หรือโปรตีน (protein) โดยมากผมมักแนะนำให้ใช้แบบโปรตีน เพราะใช้ได้ทุกสภาพเส้นผม ส่วนชนิดน้ำมันเหมาะกับผมหยักศกที่ยืดเป็นผมเส้นตรง

ตัดผมเสียที่ปลายผมออกไป
คนส่วนมากมักไม่ค่อยอยากตัดผมที่เสียบริเวณปลายผมทิ้ง เพราะอยากเก็บผมไว้นานๆ แต่หมอผิวหนังมักแนะนำให้ตัดเล็มออกไป เพราะผมที่เสียแล้วไม่มีประโยชน์ แถมยังทำให้ผมฟูฟ่องจัดทรงได้ยากอีกด้วย

30 เคล็ดลับหน้าร้อน ดูแลตัวเองให้สวย

30 วิธีดูแลตนเองเพื่อความสวยสุขภาพดีโดยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญความงามหลายแขนงที่จะให้สาว ๆ เดินทางไปพร้อมความมั่นใจและรับมือกับภัยคุกคามกความสวยที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชาญฉลาด

1. หากไม่มีเวลาเตรียมพร้อมหุ่นสวย ลองว่ายน้ำเพราะอย่างน้อยจะช่วยลดน้ำหนักของเหลวในร่างกายได้และกระชับสัดส่วนด้วย ส่วนการวิ่งจะยิ่งไปเพิ่มขนาดของช่วงขาจึงไม่เหมาะสมสำหรับออกกำลังกายในช่วงเวลาจำกัด




2. ตัดเล็มผมให้เข้ารูปเพื่อกำจัดผมแห้งแตกปลายหรือเปลี่ยนทรงที่ดูแลได้ง่าย หากผมยาวลองหาเครื่องประดับสีสันมาเก็บผม เช่น กิ๊บ ที่คาดผม ผ้าผูกผม ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำหรับ หน้าร้อน และอย่าลืมใส่ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีส่วนผสมของสารบำรุง

3. สไตลิสต์ผมชื่อดังอย่าง Frederic Fekkai บอกว่าผมที่เซ็กซี่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหากเป็นคนผมยาวลองบิดเกลียวแล้วยึดด้วยกิ๊บหรือที่หนีบผมโดยปล่อยให้ดูหลวมๆยุ่งๆ เสมือนไม่ตั้งใจเข้าไว้

4. ดื่มน้ำมาก ๆ ก่อนออกไปเผชิญกับแดด และเพิ่มวิตามินซีในร่างกายเพื่อผิวพรรณดีด้วย ควรดื่มน้ำส้มคั้นสดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงน้ำมะพร้าว กล้วย สับปะรด เพราะมีน้ำตาลสูง

5. นักโภชนาการแนะนำให้กินอาหารใส่พริกไทยหรืออาหารเผ็ดหน่อยเพราะช่วยเรื่องการเผาผลาญได้ดีขนาดซูเปอร์โมเดลจีเซล บันด์เชน ยังชอบพริกชนิด Cayenne Pepper ที่เผ็ดร้อนเป็นพิเศษ

6. ผู้หญิงที่มีช่วงล่างใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องเล่นที่ต้องใช้กำลังขา เช่น Stair Master เพราะจะยิ่งไปเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น ควรเน้นการบริหารพวกคาร์ดิโอหรือหัวใจ เช่น เครื่องวิ่ง (Treadmill) ประมาณ 30 นาที แล้วต่อด้วยการเล่นเวตเพื่อเพิ่มขนาดช่วงไหล่ อก และแขนเพื่อให้รูปร่างสมดุล

7. ลองดื่มชาเขียวประมาณ 3 ถ้วยต่อวัน เพราะนอกจากจะช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้วสารประกอบในชาเขียวที่ชื่อ EGCG ยังกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญดีขึ้นได้ถึงร้อยละ 4 แล้วร่างกายจะไม่กักเก็บไขมัน
8. อย่างดอาหารเช้าเพราะร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำหนักด้วย แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งขัดขาวหรือของทอดของมัน

9. หากควบคุมอาหารแล้วยังรู้สึกท้องอืดและอึดอัดอยู่ เม็กซ์ ทอมลินสัน นักโภชนาการแนะนำให้ดื่มน้ำชาเปปเปอร์มิ้นต์ช่วยขับลม จะทำให้รู้สึกสบายขึ้น

10. ผิวขาวเนียนสวยด้วยการแว๊กซ์กำจัดขนและอย่าลืมขัดผิวบ้างเพื่อขจัดเซลล์ที่ผิวตายแล้วรวมทั้งป้องกันขนคุด พร้อมบำรุงขนที่ขึ้นใหม่ให้อ่อนนุ่มลองผลิตภัณฑ์จาก Jergens และ ROC

11. ผิวกายจะมันขึ้นในช่วงหน้าร้อนเช่นเดียวกับใบหน้า จึงควรบำรุงผิวกายด้วยโลชั่นเนื้อบางเบาและทาเวลารู้สึกแห้งตึง หรือใช้โ ชั่นที่มีส่วนผสมซิมเมอร์เพื่อผิวเนียน เรืองรองยามต้องแสง

12. อย่าทาครีมกันแดดอย่างเร่งรีบ แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ทาให้ทั่วถึงแม้แต่ในร่มผ้าด้วย โดยทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และหลังว่ายน้ำ แม้ผลิตภัณฑ์จะเป็นสูตรกันน้ำก็ตาม โดยควรเลือกที่มีส่วนผสมของ Mexoryl และ Tinosorb เพราะสามารถกรองรังสียูวีเอและยูวีบีได้ดี เช่น Vichy, Nivea และ Ambre Solaire จาก Garnier

13. พยายามลดแอลกอฮอล์จำพวกเบียร์ ไวน์ และแชมเปญ เพราะมียีสต์และน้ำตาลอยู่มากซึ่งจะกลายเป็นไขมันสะสม ดังนั้นหากอยากอวดเรือนร่างก็ควรงดดื่มก่อนเดินทางประมาณ 2 อาทิตย์ หรือเปลี่ยนไปดื่มมะนาวโซดาหรือวอดก้าแทนซึ่งมีปริมาณน้ำตาลต่ำ

14. กินผักและผลไม้ จำพวกแตงกวา แครอต กระเทียม ผักชีฝรั่ง และเกรปฟรุต เพราะมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะจึงช่วยขจัดน้ำส่วนเกินได้

15. ช่างภาพระดับโลก ทอดด์ แบร์รี่ ฝากมาบอกสาวนักถ่ายรูปว่าควรถ่ายช่วงแสงอาทิตย์ยามเย็นเพราะช่วยขับผิวอบอุ่นให้เรืองรอง หากเป็นช่วงแดดจ้าควรใส่แว่นกันแดดด้วย ตาจะได้ไม่หยี และพรางหุ่นให้ดูเพรียวด้วยการโพสท่าเอียงโดยบิดเอวไปด้านหลังเล็กน้อยและไม่ควรถ่ายหน้าตรง

16. อากาศร้อนจัดมีผลต่ออารมณ์หงุดหงิดและหดหู่ (SAD – Seasonal Affective Disorder) จากสถิติผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นลองออกไปเดินเล่นช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือช่วงที่คนไม่มากสิ่งสำคัญคือพยายามกระฉับกระเฉงเข้าไว้

17. หากผิวแสบร้อนจากการโดนแดด แพทย์ผิวหนังแนะนำให้กินยาแอสไพรินเพื่อลดอาการเจ็บปวด แล้วลองแช่ตัวในอ่างน้ำอุณหภูมิร่างกายโดยใส่ออยล์สำหรับแช่อาบ จากนั้นบำรุงผิวด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ หรืออาฟเตอร์ซันเจล และหลีกเลี่ยงแดดในวันถัดไป

18. ปกปิดสีเล็บเหลืองจากการโดนแดด ช่างทำเล็บชื่อดังไอริส แชปเปล แนะนำให้ลองให้ยาทาเล็บพื้นสีชมพูดีกว่าสีเบจ และอย่าลืมเคลือบเล็บด้วยท๊อปโค๊ตที่มีสารป้องกันแสงแดด

19. ลองทำสเปรย์บรรเทาผิวไหม้เกรียมอย่างง่าย ๆ คือ น้ำกรองบริสุทธิ์ 2 ออนซ์ ใส่เอสเซ็นเชียลออยล์กลิ่นลาเวนเดอร์ 9 หยด กลิ่นเปปเปอร์มิ้นต์ 2 หยด และสเปียร์มิ้นต์ 1 หยด ผสมรวมกันแล้วใส่ในกระบอกฉีด สำหรับพกติดตัว

20. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณเกลือสูงเพราะจะทำให้ร่างกายอุ้มน้ำส่วนเกินทำให้ร่างกายบวมขึ้นและอาจก่อให้เกิดโรคความดันได้

21. ลองโปรแกรมนวดเพื่อกระตุ้นระบบกำจัดของเสียออกจากร่างกาย (Lymphatic Drainage Massege) ประมาณเดือนละครั้งเพราะจะช่วยลดเลือนรอยคลื่นจากเซลลูดลต์ได้

22. พยายามหากิจกรรมทำจะช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรี อย่าเอาแต่นอนดูทีวีเพราะจะยิ่งทำให้ต้องหาของขบเคี้ยวมากินระหว่างดูทีวี

23. แต่งหน้าอย่างบางเบาโดยใช้เพียงคอนซีลเลอร์แต้มบริเวณที่ต้องการหรือใช้มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดสี (Tinted Moisturizer) แล้วปัดแก้มด้วยบรอนเซอร์ประกายทอง

24. อากาศร้องอาจทำให้เกิดสิวบริเวณหลัง ช่วงอก และแขน ลองเปลี่ยนมาใช้เจลอาบน้ำที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิก แอซิด และงดโลชั่นเนื้อเข้มข้น

25. หากอยู่ในร่มเป็นส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดค่า SPF สูงมากนัก แค่ใช้ประจำวันประมาณ 15-30 ก็เพียงพอแล้ว

26. ลองดื่มน้ำประมาณ 1 ขวด (500 มล.) ก่อนอาหารประมาณ 1 ชม. จะช่วยให้ร่างกายกินได้น้อยลง โดยเฉพาะผู้ที่ขาดอาหารจำพวกแป้งไม่ได้

27. หากต้องออกไปเผชิญอากาศร้อนภายนอกควรใช้เครื่องสำอางเนื้อครีมที่ปัจจุบันมีเนื้อแห้งเหมือนแห้งหากหน้ามัน ปัดทับด้วยบรอนเซอร์หรือแป้งชนิดฝุ่น

28. ก่อนว่ายน้ำลองฉีดสเปรย์ครีมนวดบำรุงผมแล้วใส่หมวกว่ายน้ำเพื่อป้องกันผมเสียจากคลอรีนและน้ำทะเลและควรหมักผมด้วยครีมนวดผมเข้มข้นอาทิตย์ละครั้ง

29. หากสีผมเก่าเริ่มซีดจาง ลองไปทำสีผมให้สดใหม่และอย่าลืมนำผลิตภัณฑ์บำรุงสำหรับผมทำสีไปด้วย

30. อย่าลืมขัดเท้าด้วยหินขัดหรือตะไบเป็นประจำ และทาครีมก่อนนอนเพื่อจะได้อวดเท้าสวยตลอดการเดินทาง

วิธีเลือกน้ำยาล้างเล็บ

ใครที่ชอบทาสีเล็บบ่อย ๆ แล้วมีปัญหาเรื่องน้ำยาล้างเล็บ ล้างแล้วทำให้เล็บแห้ง วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีการเลือกน้ำยาล้างเล็บมาฝาก

เวลาเลือกซื้อน้ำยาล้างเล็บ วิธีง่าย ๆ คือ ตรวจดูว่ามีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเล็บหรือไม่

วิธีทดสอบ คือ ให้ลองหยดน้ำยาล้างเล็บลงบนปลายนิ้วมือ ถูนิ้วไปมาจนแห้ง ทิ้งไว้สักพัก ถ้าหากนิ้วมือเปลี่ยนเป็นสีขาว แสดงว่าน้ำยานั้น อาจมีสารให้ความชุ่มชื้นน้อยเกินไป หรืออาจไม่มีเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็บอกลาแล้วเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแทนได้เลย


ถ้าคิดจะซื้อยาล้างเล็บครั้งต่อไป อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปทดสอบก่อนซื้อ แล้วจะได้น้ำยาล้างเล็บที่ทำให้เล็บไม่แห้ง

เคล็ดลับ สวยด่วนๆ

สารพัดวิธี “ซ่อม” ความสวยอย่างเร่งด่วน ทั้งทำให้ยาทาเล็บแห้งในพริบตา ซ่อมแซมเล็บฉีก ป้องกันตาบวม และแก้ปัญหาทรงผมที่ตัดมาไม่ถูกใจ


ยาทาเล็บ
วิธีทำให้ยาทาเล็บแห้งเร็ว หลังจากทาเล็บแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที จากนั้นจุ่มเล็บที่เพิ่งทาเล็บลงไปในอ่างน้ำเย็น แช่เล็บไว้ประมาณ 3 นาที ความเย็นจากน้ำจะทำให้ยาทาเล็บแห้งและแข็งอย่างรวดเร็ว

ใครที่ประสบปัญหายาทาเล็บแห้งช้ากว่าปกติ  ให้สังเกตว่ายาทาเล็บเริ่มที่จะเปลี่ยนสีหรือน้ำยาแยกออกเป็นชั้นๆ หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นให้ทิ้งไปซะ เพราะเป็นสัญญาณว่ายาทาเล็บเสื่อมสภาพ ทำให้เนื้อสีเหนียวและหนา

หน้าแดงหลังการออกกำลังกาย
ส่วนผู้ที่หลังออกกำลังกายแล้วหน้าแดงแปร๊ด และต้องการทำให้ใบหน้าหายแดงอย่างเร่งด่วน ให้คลุมผ้าขนหนูที่เปียกและเย็นไว้บริเวณหลังคอ เพราะการหน้าแดงเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นเพราะร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น หลอดเลือดจึงขยายตัว โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้เลือดสูบฉีดไปที่ใบหน้ามากกว่าปกติ

การวางผ้าขนหนูที่เปียกลงไปที่หลังคอ จะทำให้ร่างกายอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นก็ใช้วิธีล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือถ้ามีเวลาเตรียมตัว ให้พกขวดสเปรย์บรรจุน้ำเย็นไปออกกำลังกายด้วย หากรู้สึกว่าหน้าเริ่มร้อนให้ฉีดสเปรย์ลงไปบนใบหน้า จะช่วยทำให้หน้าแดงน้อยลง

ลดตาบวม
และเป็นที่รู้กันดีกว่า วิธีลดการบวมของดวงตา ที่ดีและง่ายที่สุด คือ การใช้ความเย็นประคบ แต่การป้องกันไม่ให้ดวงตาบวมเป็นวิธีที่ดีกว่าการแก้ปัญหา ซึ่งปกติการบวมแดงของดวงตามักเกิดจากการกินอาหารที่เค็ม หรือดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นหากกินอาหารเค็มหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้ดื่มน้ำมากๆ และให้แรงโน้มถ่วงของโลกช่วยป้องกันปัญหา โดยนอนหนุนหมอนสูงๆ จะทำให้ตาบวมน้อยลง

เล็บฉีก
ส่วนวิธีซ่อมแซมเล็บฉีกก็ไม่ยุ่งยาก แค่ตัดถุงชาออกเป็นส่วนเล็กๆ ที่สามารถคลุมบริเวณที่เล็บฉีกได้พอดี จากนั้นหยดกาวติดเล็บลงไปบนกระดาษถุงชา และค่อยๆ วางแนบลงไปบริเวณที่เล็บฉีก ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งสักครู่ และดึงกระดาษถุงชาออกเบาๆ วิธีนี้จะทำให้เล็บที่ขาดติดสนิทเข้าไปที่เดิมและไม่ทำให้เล็บบาดเจ็บมากขึ้น จากนั้นให้ทาน้ำยาเคลือบเล็บลงไปแล้วทาเล็บได้ตามปกติ

ตัดผมแล้วไม่ถูกใจ
สำหรับใครที่ไปตัดผมมาแล้วไม่ถูกใจ แทบไม่อยากไปให้ใครเห็น เพราะคิดว่าทรงผมช่างไม่เข้ากับตัวเองจนรับไม่ได้ ไม่ต้องตกใจไป บางทีทรงผมใหม่อาจไม่แย่อย่างที่คิด แต่เป็นเพราะการเซตผมของช่างผม ลองสระผมดู ทรงผมธรรมชาติที่ไม่ได้เซตอาจจะไม่แย่เท่าไหร่ และใช้วิธีอำพรางทรงผมโดยใช้อุปกรณ์อื่นๆ ช่วย เช่นกิ๊บ ที่คาดผม ใครที่ผมยาวก็มัดผมหรือเกล้ามวยสวยๆ ไปเลย อย่าเครียดกับทรงผมมากนัก เพราะไม่นานผมก็จะยาวและกลับมาดูดีอีกครั้ง

ไดร์ผม
การไดร์ผมให้แห้งเร็วก็ไม่ยาก แค่มีเคล็ดลับคือไดร์จากด้านใน ไล่มาด้านนอก ก่อนไดร์ผมให้เช็ดผมให้หมาดก่อน ไม่อย่างนั้นต้องไดร์ผมนานและใช้อุณหภูมิสูงกว่าผมจะแห้ง ทำให้ผมแห้งกรอบ และเลือกใช้ไดร์ที่มีกำลังสูงไม่น้อยกว่า 1800 วัตต์ เพราะจะแรง ทำให้ผมแห้งเร็วกว่า

หน้าเป็นริ้วรอยหลังนอนตื่น
หรือใครถ้ามีปัญหาตื่นมาแล้วหน้าเป็นริ้ว แก้ปัญหาริ้วรอย ที่เกิดขึ้นจากการนอนหนุนหมอนด้วยการนวดหน้าด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์หลังตื่นนอน เพื่อไล่ริ้วรอยที่เกิดขึ้นออกไปและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนมาใช้หมอนซาตินแทนหมอนคอตตอน ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

ขอบตาดำ แก้ยังไงดี?

เก็บคำตอบมาจากข้อเขียนของ นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล อธิบายเรื่องขอบตาดำไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ว่า นอกจากสาเหตุที่เกิดจากการกระทบกระแทก ทำให้เกิดการฉีกขาดหรือทำลายหลอดเลือดฝอย มีการไหลของเลือดออกนอกหลอดเลือด ทำให้มีการคั่งค้างของเลือดบริเวณรอบขอบตา ซึ่งมักเกิดทันทีทันใดภายหลังเกิดอุบัติเหตุแล้ว


การเกิดอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปของสีดำคล้ำบริเวณขอบตาก็เช่นเดียวกัน เป็นการสะท้อนถึงการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดฝอยของตา มีการคั่งค้าง อุดกั้น ไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อเวลาผ่านไปการไหลเวียนยิ่งน้อยลง อาการดำคล้ำก็จะสังเกตได้มากขึ้น

ภาวะขอบตาดำอาจเป็นภาวะของสรีรภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองของร่างกายขณะที่ยังไม่เป็นโรค หรือเป็นพยาธิสภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรภาพ นานๆ เข้าและไม่ได้รับการเยียวยา

แพทย์แผนจีนพูดถึงความสัมพันธ์ของอวัยวะภายในกับดวงตาไว้ว่า "ตับมีทวารเปิดที่ตา" และ "พลังของไตจะขึ้นบนมากำกับความมีชีวิตชีวาของดวงตา" ขณะที่การแพทย์สมัยใหม่ก็พบว่า คนไข้ที่มีภาวะของไตพร่องและการไหลเวียนของเลือดไม่ดี มักเกี่ยวข้องกับภาวการณ์แปรปรวนของระบบต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมน ต่อมหมวกไต โรคหัวใจขาดเลือด และโรคที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดติดขัด

โรคที่เกิดจากภาวการณ์สูญเสียพลังอย่างต่อเนื่องยาวนานจะมีผลต่อการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ ที่ปรากฏรอบๆ ดวงตา และเม็ดสีที่บริเวณนั้นด้วย

ขอบตาดำคล้ำจากภาวะเสียสมดุล ดังนี้ 

1.นอนหลับไม่เพียงพอ

2.การอ่อนล้าของระบบประสาทจากภาวะเครียด กลุ้มใจ ตรากตรำ วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ร่วมกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ

3.กินของเย็นขณะมีประจำเดือน หรือกินน้ำแข็ง ของเย็นเป็นประจำ มีการแปรปรวนของฮอร์โมนและภาวะความเป็นกรดมากขึ้นของร่างกาย (ในภาวะร่างกายปกติ เป็นด่างเล็กน้อย ภาวะของสารเม็ดสีจะไม่มีสี แต่ถ้าเป็นภาวะกรดจะเป็นสีดำ)

4.ภาวะความเป็นกรดมากขึ้นมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ยา อาหาร สารพิษ โรคตับ ฯลฯ ภาวะสารแคลเซียมในร่างกายน้อย (แคลเซียมมีมากในสารพวกผักสีเขียว กระดูก ปลากรอบ ฯลฯ มีหน้าที่รักษาสมดุลของกรดและด่าง)

5.การกินอาหารพวกแป้งและของหวานมากเกินไป จะทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญ มีคาร์บอนไดออกไซด์มาก ทำให้เลือดดำคล้ำ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกเนื้อสัตว์

6.การมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป จะสูญเสียพลังและสารจำเป็น รวมทั้งการมีอาชีพที่ต้องทำงานกลางคืน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ

7.การสูญเสียพลังเรื้อรัง หรือภายหลังการเจ็บป่วยเรื้อรัง แพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์บ่อยๆ การคลอดลูกแต่ละครั้งมีการทำลายพลังดั้งเดิม (พลังของไต) รวมทั้งการเจ็บป่วยเรื้อรังก็มีการทำลายพลังของร่างกาย จึงควรสนใจสร้างเสริมพลังและป้องกันการสูญเสียพลังของร่างกายแต่เนิ่นๆ

อาการอื่นๆ ที่ต้องสนใจและมีความเกี่ยวข้องกับขอบตาดำคล้ำ ได้แก่ อาการที่บ่งบอกถึงภาวะของตับและไตพร่อง ได้แก่ ปวดเมื่อยเอว สีหน้าขาวซีด กลัวหนาว แขนขาเย็น มีตกขาวใส มีอาการร้อนตามฝ่ามือฝ่าเท้า ไข้ต่ำๆ นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ฯลฯ

การดูแลรักษา 

1.รักษาเฉพาะที่ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณตาประมาณ 10 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด หรือใช้ก้อนน้ำแข็งห่อด้วยผ้าบางๆ ประคบสลับกับผ้าชุบน้ำอุ่น ทั้งนี้เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดฝอย ใช้ประคบเย็นประมาณ 5 นาที

2.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เสียพลังอย่างสะสม งดของเย็น น้ำแข็ง โดยเฉพาะหลังกินอาหารเสริมบำรุงร่างกายให้เต็มที่ภายหลังการ สูญเสียพลัง เช่น จากการคลอดลูก การเจ็บป่วยเรื้อรัง

3.พักผ่อนแต่หัวค่ำ นอนหลับให้เพียงพอ

4.ลดอาหารจำพวกเพิ่มกรด เช่น ของหวาน แป้ง และเนื้อสัตว์ ให้กินอาหารพวกผักและผลไม้ให้มาก

เคล็ดลับ แต่งหน้า สวยใส ในพริบตา

ถ้าคุณมีเวลาไม่มากนักในการแต่งเติมความงามบนใบหน้า นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่จะทำให้คุณดูสวยพร้อมในเวลาอันรวดเร็ว ลองดูนะคะ

- ใช้ครีมรองพื้นแบบแท่งกลบรอยแดงๆ และสิวเอาไว้ การเลือกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวของคุณ จะช่วยให้ทาได้ง่ายและเร็วขึ้น

- ที่ดัดขนตาดีๆ จะช่วยให้ดวงตาของคุณดูโตขึ้น และขนตางอนสวยโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

- ปัดมาสคาร่าสองสามรอบ จะช่วยให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ถ้าคุณไม่มีเวลาทาอายแชโดว์หรือเขียนอายไลเนอร์

- ใช้ผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่ใช้แต่งเติมความงามบนใบหน้าได้หลายอย่าง และสามารถใช้นิ้วแต้มลงบนเปลือกตา แก้ม และริมฝีปากได้ โทนสีชมพูกุหลาบ สีพีช และสีบรอนซ์เป็นโทนสีที่ใช้ได้ดีที่สุด

- ใช้ลิปสติกแบบบางใสและมีความมันวาว หรือลิปบาล์มแบบที่มีสีเจืออยู่เล็กน้อย จะช่วยให้เรียวปากดูสวยใสได้โดยไม่ต้องเขียนขอบปากหรือทาทับด้วยลิปกลอส ลิปสติกโทนสีแดงหรือชมพูจะช่วยให้ดูสดใสขึ้นได้ แม้ในยามที่แต่งหน้าไม่ครบสูตร

7 คำถาม ปัญหาแต่งหน้า ที่สาวๆ ถามกันมากที่สุด


ปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่พบเจอในการ แต่งหน้า แต่ละครั้ง มีได้ร้อยแปดพันประการ ขึ้นอยู่กับโครงหน้า ยีน พันธุกรรม รวมไปถึงการใช้ชิวิตประจำวันเป็นตัวกำหนด ต่อไปนี้เป็นปัญหา 7 ประการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ถามกันมากที่สุด

1. ถาม : ขนตาแข็ง ปัดอย่างไรก็ไม่งอนงาม
ตอบ : ก่อนปักให้ดัดขนตา 3 ครั้ง ครั้งแรก ให้ดัดชิดกับโคนขนตา ครั้งที่สองดัดตรงกลางความยาวของเส้นขนตา ครั้งสุกท้ายดัดส่วนปลายของขนตา การดัด 3 ครั้งจะช่วยให้ขนตางอนงามมากที่สุด แม้กระทั่งขนตาที่แข็งกระด้าง

2. ถาม : ทำไมแต่งหน้าได้ไม่เรียบเนียน ทั้งที่ผิวหน้าก็นวลเนียนไม่เป็นผดผื่น
ตอบ : แต่คุณอาจจะมีสิวเสี้ยน ซึ่งเป็นสิ่งสกปรกประเภทไขมันที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขน นานวันเข้าจะกลายเป็นเหมือนเสี้ยนดำๆ ฝังแน่น ทำให้ทาแป้งได้ไม่เรียบเนียนแก้ไขง่ายๆ ด้วยการขักหน้าด้วยครีมขัดหน้าอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกไปบ้าง

3. ถาม : ทำไมลิปติกที่เราเห็นสีสวยๆ เมื่อซื้อมาทาแล้วไม่ได้มีมีสวยอย่างที่เห็น
ตอบ : นั้นก็เป็นเพราะว่าริมฝีปากของแต่ละคนมีสีต่างๆ กัน ลิปติกที่ผลิตมานั้นจะให้สีตามที่เห็น แต่เมื่อไปอยู่บนวัตถุใดที่ไม่ใช้พื้นสีขาว สีก็จะเปลี่ยนทันที วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือทาลิปติกทุกครั้ง คุณควรปัดแป้งฝุ่นเบาๆรองพื้นบนริมฝีปากก่อนแล้วจึงค่อยทาลิปติกลงไปสีจะสวยเหมือนจริงขึ้น

4. ถาม : อยากเปลี่ยนมาลองใช้แป้งฝุ่นบ้าง แต่ใช้ทีไรแป้งจับเป็นปื้นทุกที
ตอบ : การที่ปัดแป้งฝุ่นแล้วแป้งไม่กระจายตัว แสดงว่าใบหน้าคุณยังชื้นและหรือเหนียวอยู่ อาจจะเนื้องมาจากการที่มอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้อยู่ซึมลงสู่ผิวช้า คุณควรปล่อยหน้าให้แห้งหมาดๆ สักพัก แล้วใช้แปรงปัดแป้งอย่างดีหน่อย เลือกที่มีขนนุ่ม และแข็งแรงมาใช้ แล้วลองปัดด้วยน้ำหนังมือที่เบาก่อนค่อยปัดให้หนังขึ้น แป้งจะกระจายตัวทั่วหน้า

5. ถาม : ใช้คอนซีลเลอร์กลบเกลื่อนรอยแดงจ่ำและไฝบนหน้า แต่ไม่ได้ผล
ตอบ : คอนซีลเลอร์สำหรับปกปิดไฝและรอยดแงจ้ำจะเป็นคนละลักษณะกัน คุณควรใช้คอนซีลเลอร์ชนิดที่เป็นดินสอสำหรับเน้นเฉพาะจุดเล็กๆ เช่น ไฝ ส่วนคอนซีลเลอร์ชนิดครีมหรือแท่งนั้น เหมาะสำหรับปกปิดร่องรอยในบริเวณที่กว้าง

6. ถาม : ทำอย่างไรจะกำจัดรอยเล็กๆใต้ตา ทั้งๆที่ไม่ได้นอนดึก ดื่มน้ำมากและใช้ครีมบำรุงด้วยอย่างสม่ำเสมอ
ตอบ : ผิวหนังบริเวณใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบางมาก ถ้าหากคุณปฏิบัติดังว่าอย่างสม่ำเสมอ แสดงว่า เครื่องสำอางอาจเป็นเหตุให้เกิดริ้วรอย บางครั้งมาสคาร่าคือดินสอเขียนขอบตาที่ลบออกไม่หมดและตกค้าง

7. ถาม : กันคิ้วหรือถอนคิ้วดีกว่า
ตอบ : ได้ทั้งสองวิธี แล้วแต่ว่าคุณจะถนัดวิธีไหน บางคนชอบการกันคิ้วเพราะไม่เจ็บเท่าการถอน แต่ก็จะประสบปัญหาว่าคิ้วที่งอกขึ้นมาใหม่จะเป็นเส้นแข็งๆ แหลมต้องหมั่นสำรวจขนคิ้วที่งอกออกมาใหม่แล้วคอยกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนการถอนนั้นอาจจะเจ็บมากกว่า แต่จะได้ขนคิ้วที่เรียงเส้นเป็นระเบียบมากกว่า เพราะใช้วิธีดึงจากราก

3 เคล็ดลับ เพื่อวงแขนขาวเนียน


แนะนำเคล็ด (ไม่) ลับ ในการทำให้วงแขนขาวเนียนขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ในบ้าน ลองใช้เองแล้วดีมากเลยค่ะ เพื่อนๆลองทำดูนะคะ

สูตร 1 น้ำมะนาว + เกลือ ขัดผิวขาว ป้องกันกลิ่น
นำเกลือป่นผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย ขัดเบา ๆ ที่ใต้รักแร้ ขัดจนเกลือละลายจนหมด ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป แล้วบีบน้ำมะนาวทาทับอีกครั้ง รอจนแห้งไม่ต้องล้างออกน้ำมะนาวจะช่วยให้วงแขนของคุณขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยังช่วยป้องกันกลิ่นได้ดีอีกด้วย

สูตร 2 มะขามเปียก + โยเกิร์ต ช่วยให้ผิวขาวนุ่มนวล
มะขามเปียกแช่น้ำเล็กน้อยให้นุ่ม กรองด้วยกระชอนตาถี่เอาเฉพาะเนื้อ ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ อัตราส่วน 1:1 ใช้พอกรักแร้เป็นประจำทุกวัน รักแร้จะขาวอย่างเป็นธรรมชาติ หากต้องการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เพื่อเร่งให้จุดด่างดำจางลง และวงแขนขาวเร็วขึ้น ควรพอกทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง (จะพอกผิดทั้งตัวเลยก็ได้) หลังจากหนึ่งชั่วโมง ใช้ใยบวบที่แช่น้ำจนนิ่มขัดเบา ๆ ที่ผิว เซลล์ผิวที่ตายแล้ว (ขี้ไคล) จะหลุดออกมาได้โดยง่าย (หากใช้พอกทั้งตัว หลังจากขัดผิวแล้วควรทาครีมกันแดดให้ทั่ว เพื่อถนอมผิว ไม่ให้ถูกแสงแดดทำลาย) วิธีนี้ควรทำอาทิตย์ละครั้ง

สูตร 3 มะขามเปียก + ขมิ้นชัน เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย 
1. ทำความสะอาดรักแร้ แล้วใช้ขมิ้นสดฝานทาให้ทั่วรักแร้

2. มะขามเปียกแช่น้ำเล็กน้อยพอนิ่ม นำมาขัดใต้รักแร้ให้ทั่ว จนสีเหลืองขมิ้นที่ทาไว้จางลง

3. ล้างน้ำให้สะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน รักแร้จะขาวขึ้นเห็นผลได้ทันทีหลังขัด

Tips ไม่ว่าจะใช้สูตรใด หากต้องการเร่งความขาว หลังจากใช้สูตรต่าง ๆ แล้ว เช็ดรักแร้ให้แห้งแล้วใช้น้ำมะนาวทารักแร้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้งไม่ต้องล้างออกกรดมะนาวจะช่วยกัดสีผิวให้ขาวขึ้น แต่ไม่นิยมนำไปกัดสีผิวในส่วนอื่นของร่างกายเพราะจะทำให้ผิวบอบ บางเมื่อโดนแสงแดดจะทำให้แพ้เป็นรอยดำคล้ำง่ายขึ้น ดังนั้นจึงนิยมใช้ในบริเวณที่ไม่ถูกแสงแดด จะได้ผลดี

7 วิธีเลือกสำลีที่ดีสำหรับผิวหน้า

สาวๆ ทั้งหลายคงปฎิเสธไม่ได้นะคะว่า อุปกรณ์สำคัญสำหรับแต่งเติมความสวยให้ผิวใสๆ ที่ขาดไม่ได้อีกชิ้นหนึ่งของเรา นั่นก็คือ สำลี ไม่ว่าจะเลือกใช้สำลีแผ่นธรรมดา สำลีรีดขอบ หรือสำลีก้อน ก็คงต้องใส่ใจเลือกเฟ้นกันสักหน่อยค่ะ เพราะสำลีที่เราจะเลือกมาใช้กับผิวหน้าของเรานั้นจะสัมผัสกับผิวสวยๆ ของเราโดยตรงแทบจะทุกวัน วันนี้เราจึงมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเลือกซื้อสำลีมาให้ดูกันค่ะ

1. สำลีเช็ดหน้าที่ดีต้องผลิตจากใยฝ้ายแท้ทั้งแผ่น ไม่มีการเจือปนสิ่งอื่นๆ เพราะใยฝ้ายแท้จะมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้ดีกว่าและปลอดภัยกับผิวหน้าของเรามากกว่าเพราะเป็นเส้นใยธรรมชาติ แต่เนื่องจากปัจจุบันใยฝ้ายแท้มีราคาสูงขึ้นมาก ทำให้ผู้ผลิตบางรายแอบเจือปนใยสังเคราะห์เข้าไป เพื่อลดต้นทุนในการผลิตหรืออาจมีการเคลือบผิวหน้าของสำลีด้วยสารสังเคราะห์เพื่อให้ผิวสำลีเนียนเรียบไม่เป็นขุย ดังนั้นหากจับบริเวณผิวหน้าสำลีแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบอยู่หรือสำลีนั้นอาจมีผิวหน้าที่เนียนเรียบจนเกินไป ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ได้เลยว่าอาจมีการใช้สารสังเคราะห์มาเคลือบผิวสำลี หากนำสำลีนั้นไปใช้เช็ดผิวหน้าอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้และสำลีนั้นอาจซับน้ำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

2. สำลีเช็ดผิวหน้าที่ดีต้องสะอาด มีเนื้อสำลีที่ละเอียด นุ่มนวล เนียนแน่น ผิวสัมผัสเนียนเรียบ ไม่มีขุยสำลีหรือสิ่งสกปรกใดๆ เจือปนมาในถุงสำลีหรือในแผ่นสำลี ซึ่งการที่ผู้ผลิตจะผลิตสำลีได้เนื้อเนียนแน่น ไม่เป็นขุยนั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการผลิต อีกทั้งยังต้องใส่ใจในการเลือกสรรวัตถุดิบจากใยฝ้ายที่มีเส้นใยเหมาะสมซึ่งก็คือ ใยฝ้ายชนิดใยยาว ที่จะให้ผิวสัมผัสที่ดีกว่าใยฝ้ายชนิดใยสั้น แต่เนื่องจากใยฝ้ายชนิดใยยาวมีราคาสูงกว่า ผู้ผลิตบางรายจึงเลือกใช้ใยฝ้ายแบบสั้นแต่ใช้เทคนิคเคลือบผิวหน้าสำลีด้วยสารสังเคราะห์แทน

3. สำลีเช็ดผิวหน้าต้องไม่มีสารเคมีจากการผลิตตกค้าง โดยมีวิธีทดสอบง่ายๆ ก็คือ นำสำลีเช็ดหน้าไปแช่ในน้ำสะอาดพอประมาณ ให้สำลีซับน้ำนั้นเข้าไป จากนั้นใช้ช้อนกดน้ำจากสำลีออกมา แล้วเทใส่หลอดทดลองก่อนลองเขย่าดู หากมีสารเคมีตกค้างจะพบว่ามีฟองสีขาวๆ ขุ่นๆ ลอยอยู่เหนือน้ำนั้นด้วย หากเป็นสำลีที่ดีน้ำจะใสไม่มีฟอง

4. สำลีที่ผลิตจากใยฝ้ายธรรมชาติ จะมีสีขาวนวลๆ ไม่ขาวจั๊วะๆ สำลีที่ขาวเกินไปอาจมีการใช้สารฟอกขาวย้อมสำลีหรืออาจผสมใยสังเคราะห์เข้าไป

5. สำลีเช็ดผิวหน้าที่ดี ต้องมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้ดี ลองทดสอบง่ายๆ ว่า หยดน้ำลงบนสำลีในปริมาณที่เท่าๆ กัน สำลีแผ่นไหนซึมซับน้ำเข้าไปในตัวสำลีได้ดีกว่ากัน สำลีแผ่นที่ซับน้ำได้มากกว่าแสดงว่ามีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดีกว่า ดังนั้นเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะกระจายตัวได้ดีกว่า จึงทำให้ไม่เปลืองเครื่องสำอาง

6. สำลีเช็ดผิวหน้าที่ดีต้องมีความคงตัว มีรูปทรงที่ดี มีขนาดเหมาะกำลังดี โดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ  5x6 เซ็นติเมตร ขอบทั้งสี่ด้านไม่รุ่ย แยกเป็นแผ่นๆ สำหรับเช็ดหน้าได้ทันที

7. สาวๆ ควรเลือกใช้สำลีแผ่นในการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าจะดีกว่าการใช้สำลีก้อน สำลีม้วนหรือสำลีแบบปึก เพราะสำลีแผ่นจะมีผิวสัมผัสที่ดีกว่าและมีความสะอาดมากกว่า อีกทั้งยั้งเช็ดผิวหน้าได้เป็นบริเวณกว้างทำให้ไม่เปลืองสำลี นอกจากนี้ยังควรเลือกสำลีแผ่นชนิดที่ผลิตมาสำหรับเช็ดผิวหน้าโดยเฉพาะ เนื่องจากจะผลิตจากเส้นใยฝ้ายที่ละเอียดและยาวกว่าสำลีแบบอื่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดขุยสำลีติดผิวหน้า

ไม่เพียงแค่การใส่ใจในคุณภาพของสำลีเท่านั้น แต่บรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้มสำลีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสำลีเช็ดผิวหน้าที่ดีนอกจากจะสะอาดแล้ว ยังต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง เช่น บรรจุภัณฑ์ประเภท Food grade ซึ่งถุงพลาสติกแบบ Food grade จะมีความใส สะอาดและเหนียวแข็งแรงมากกว่าถุงซิป โดยทั่วๆ ไป

รับมือกับ 8 สัญญาณ คุกคามหน้าใส


เพื่อกันไว้ดีกว่าแก้ ล่าสุด บริษัท เฮลท์คอร์ จำกัด เปิดเผยวิธีการรับมือกับ 8 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเราต้องดูแลตัวเองได้แล้ว ดังนี้

สัญญาณที่ 1 ขนตาขาดร่วงง่าย
การเจริญเติบโตของขนตาจะชะลอตัวลงตามอายุที่มากขึ้น และสีก็จะอ่อนลงจนขนตาดูบางมาก ทำให้ดวงตาไม่สดใส
วิธีรับมือ 0 เคล็ดลับการมีขนตาดกหนาอย่างเร่งด่วนจี๋อยู่ที่การปัดมาสคารา ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเน้นเฉพาะส่วนปลายคนตา แต่วิธีที่ถูกคือ จับแปลงให้ขนานกับขนตา ปัดมาสคาราต่อเนื่องกัน 3 ครั้งอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากโคนจรดปลาย


สัญญาณที่ 2 แก้มตอบ
ตอนเป็นเด็กหรือเป็นรุ่นสาว เราทุกคนมีพวงแก้มเปล่งปลั่งและอิ่มเอิบ แต่เดี๋ยวนี้กลับตรงกันข้าม เนื่องจากคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเสื่อมสภาพลง
วิธีรับมือ 0 หนึ่งในวิธีที่แนะนำคือ ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแปปไทค์ จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้ดี

สัญญาณที่ 3 เส้นเลือดปูดโปนที่หลังมือ
คนส่วนใหญ่มักเสียมวลกล้ามเนื้อและไขมันตามวัยที่ล่วงเลย ประกอบไปด้วยผิวหนังบางลงเรื่อยๆ จึงทำให้เห็นเลือดปูดนูนขึ้นอย่างชัดเจน
วิธีรับมือ 0 แสงแดดไม่เพียงทำให้เกิดจุดด่างดำแล้วยังดูดความชุ่มชื้นไปจากผิวเป็นสาเหตุให้เห็นเส้นเลือดได้ง่ายกว่าปกติ ควรใช้แฮนด์ครีมที่มีค่าเอสพีเอฟทุกครั้งหลังล้างมือ

สัญญาณที่ 4 ส้นเท้าแตกลอก
ส้นเท้าที่แห้ง แตกเป็นขุย ทำให้ดูแห้งกร้าน แก้ไขด้วยการดูแลที่ถูกวิธี
วิธีรับมือ 0 เพื่อผิวเนียนนุ่ม น่าสัมผัส ลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเซียบัตเตอร์เพื่อที่จะลดความหยาบกระด้างของผิวบริเวณเท้าก่อนนอนทุกคืน

สัญญาณที่ 5 ผมยาวเกินไป
สไตลิสต์มืออาชีพแนะนำว่า พอเข้าวัย 40 ผมที่ยาวเกินระดับหน้าอกอาจทำให้ผิวพรรณที่เริ่มหย่อนคล้อยยิ่งดูโรยรา และลุคส์โดยรวมดูไม่สดใส อีกทั้งหนังศีรษะจะผลิตน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้เส้นผมแห้งเสีย
วิธีรับมือ 0 ตัดผมให้สั้นลงและให้ช่างเล็มผมอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรหมักผมสัปดาห์ละครั้ง

สัญญาณที่ 6 ร่องริ้วรอยข้างแก้ม
พวงแก้มที่คล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงส่งผลให้เกิดริ้วรอยยับย่น บริเวณปีกจมูก ไปจนถึงปาก
วิธีรับมือ 0 ลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรมไฮยาลูโรนิกเพื่อเติมร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น

สัญญาณที่ 7 กระและจุดด่างดำ
สำหรับคนที่มีกระและจุดด่างดำบนใบหน้า มักจะทำให้ดูสูงวัยกว่าคนที่ไม่มี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าผิวโดนแสงแดดทำลายมาเป็นเวลานาน
วิธีรับมือ 0 ควรปกป้องผิวหน้าด้วยครีมกันแดดที่มีค่าพีเอฟ 60 ซึ่งในปัจจุบันได้มีการพัฒนาผสมผสานนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาบนผิวหน้าอย่าง “Provamed Sun SPF 60” ครีมกันแดดเนื้อครีม Silky Base ที่ปราศจากสารกันแดดชนิดเคมี (Non Chemical Sunscreen) ช่วยปกป้องผิวจาก รังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุของปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอย สีผิวคล้ำและไม่สม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเนื้อครีมที่ละเอียด บางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทำให้หน้ามันวาว และกลมกลืนกับสีผิว ช่วยปกปิดริ้วรอย ทำให้เมกอัพสว่างใสกระจ่างขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการแต่งหน้าให้กับคุณผู้หญิงได้อีกด้วย

สัญญาณที่ 8 สีของฟันไม่สม่ำเสมอ
เมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันจะค่อยๆ เสื่อมลง เป็นสาเหตุให้ฟันเหลือง เป็นคราบและกร่อนได้
วิธีรับมือ 0 ใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เคลือบฟันถูกทำลาย และใช้ยาสีฟันที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิกา (สารขัดฟัน) หากฟันคุณเหลืองจนรู้สึกไม่มั่นใจ ลองซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันมาใช้หรือปรึกษาทันตแพทย์.

10 วิธีหน้าใสไร้สิว

สำหรับคนที่หน้าไม่ใสหรือเป็นสิวนะคะ ฟังทางนี้ค่ะ

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องหน้าไม่ใสหรือสิวขึ้นใช่หรือไม่ ถ้าคุณเจอปัญหาเล่านี้มีทางแก้แล้วค่ะ เค้าวิจัยกันมาแล้วกว่า 80 %

1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง 3 - 3.30 ทุ่ม ข้อแรกสำคัญ

2. ถ้าเป็นเพศชาย กรุณาอย่าชัก...บ่อยติดต่อกันค่ะ (ลองเว้นระยะซัก 1 อาทิตย์ แล้วดูผล)

3. ถ้าเป็นเพศหญิง ตอนประจำเดือนมา อย่าพยายามกินของมันและ อย่าให้ผมปิดหน้าเพราะเมื่อมีประจำ...ผมคุณจะไม่สะอาดเพราะ อะไรไม่ทราบเหมือนกันไม่ได้เป็นผู้หญิง แต่เค้าสำรวจแล้ว

4.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3 เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า บ่อยๆ จะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น

มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆ ค่ะหน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้ แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจิงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้ เพื่อไม่ให้หน้ามันแต่ถ้าแพ้อีกก็ไม่รู้จะทำไงแล้วแหละ

5.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 ครั้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่แต่ขั้นต่ำ ไม่เกิน 30 นาที เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดนเด็ดขาด ถ้าคุณล้าง หน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็นจะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า

6.ไม่ควรกินของมัน แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว มีวิธีแก้คับคุณกินน้ำตามเมื่อคุณกินของมันเสร้จกินมากๆจะช่วยได้ค่ะ

7.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆ นี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคับ กินเมื่อฉี่ หรือ เยี๊ยวนั้นแหละ พอฉี่เสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตาม เสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุณและหน้าคุณจะใสไร้สิว

8. พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆ มากๆ จะทำให้สิวขึ้น

9.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น

10. อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัวช้างได้

11.ทำตาม 10 ข้อข้างบนได้หน้าคุณจะใสและไร้สิว หุหุ

****ถ้าคุณทำได้อยากที่โพสไปนี้อย่าน้อย 1 อาทิตย์คุณจะหน้าใส และสิวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

5 เคล็ดลับ ช่วยมือนุ่มดูดีมีสุขภาพ

สำหรับคุณสาวๆ ที่มักประสบกับปัญหามือแห้งกร้านและมีผื่นแดง โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศหนาวและอากาศร้อนจัดแบบในบ้านเรานั้น มีเคล็ดลับดีๆ ในการช่วยถนอมมือของคุณสาวๆ ให้กับมามีสุขภาพดีนุ่มชุ่มชื่น ผ่าน 5 ขั้นตอนง่ายๆ จากเจ้าของสถานเสริมความงามชื่อดังแห่งเมืองมะกัน อย่าง เยลเลนา โรยเซ็น มาฝากคุณสาวๆ กัน

1.ใช้ทุกคืน ในขณะที่คุณนอนหลับ ผิวร้อยละ 80 ของคุณกำลังรอรับการซ่อมแซม แนะนำให้คุณสาวๆ สวมถุงมือนุ่มๆ เพื่อป้องกันผิวบริเวณมือไม่ให้แห้งกร้าน เพราะหลังจากคุณสวมถุงมือดังกล่าว แผ่นเจลในถุงมือจะทำงานโดยการออกฤทธิ์ให้ครีมและอาหารเสริมทำความชุ่มชื่นและสร้างความเนียนเรียบให้กับผิวของคุณทันที แม้ในฤดูหนาวที่แสนจะเย็นเยือก หรือช่วงที่มีอากาศร้อนจัดๆ จนผิวแห้งเสียก็ตาม

2.ทามอยซ์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบน้ำมันธรรมชาติเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับมือ ในช่วงฤดูหนาวนั้น มันง่ายสำหรับการดูแลหลังมือใบหน้าและลำคอในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะงานทุกอย่างที่ทำในขณะที่มีอากาศหนาวเย็นนั้น สามารถช่วยยืดอายุมือของคุณได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณสาวๆ หยิบมอยซ์เจอไรเซอร์มาทาทุกวัน เจ้าของร้านคนสวยแนะนำว่า ขณะเดียวกันก็ควรมองหาโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยกู้คืนความนุ่มชุ่มชื่นให้กับมือน้อยๆ ของคุณ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดองุ่น ไขมันที่สกัดจากเมล็ดของต้นเชียร์หรือพืชตระกูลปาล์ม และวิตามินอี

3.ขัดผิวน้อยๆ แต่เคลือบผิวให้มากขึ้น คุณสาวๆ ควรหลีกเลี่ยงการล้างมือของคุณด้วยน้ำเปล่าเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้สาร NMF หรือสารที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวตามธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ในผิวชั้นนอกหลุดหล่อนออกมา ซึ่งปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ นับเป็นอุปสรรคของชั้นไขมันที่จะเก็บกักความชุ่มชื่นไว้ที่มือได้ เมื่อคุณหลีกเลี่ยงจากการกระทำเหล่านี้ มือของคุณควรจะเก็บความชุ่มชื่นที่ดีไว้ใช้ตลอดไปได้


4.การดูแลหนังกำพร้า ไม่ใช่เพียงแค่มือเท่านั้นที่เป็นตัวบ่งบอกอายุของคุณ เล็บและเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ตัวเล็บก็เป็นตัวที่บ่งบอกอายุเช่นกัน ขณะเดียวกันรอยซึ่งขาดรุ่งริ่งของหนังกำพร้าบริเวณเล็บ ก็สามารถทำให้เจ็บปวดได้ เยลเลนาแนะนำว่าคุณสาวๆ สามารถดูแลมือของตนเองโดยการล้างเซลล์ผิวที่พลัดออกไป เช่นเดียวกับขั้นตอนแรก ที่แนะนำให้คุณสาวๆ ใส่ถุงมือเพื่อให้มือกลับมานุ่มนั่นเอง

5.มือแห้งอย่างรุนแรง? ควรปรึกษาแพทย์ คุณสาวๆ ที่มีอาการแพ้ที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น มือมีหนองไหลซึมจากรอยแตก หรือมือที่แพ้ง่ายยังคงมีผื่นแดงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ควรรีรอที่จะไปพบแพทย์ เพื่อขอรับยาหรือครีมสำหรับทามือแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะกับสภาพมือของคุณ

ใส่ยีนส์ ให้เข้ากับเสื้อผ้าทำงาน

วิสิฐ ผรณาปิติ ผู้อำนวยการอาวุโสแบรนด์แรงเลอร์ (Wrangler) กล่าวว่า สำหรับวิธีการเลือกซื้อยีนส์สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศยุคใหม่นั้น อันดับแรกต้องพิจารณาจากทรงของกางเกงก่อน จะต้องเลือกในสไตล์ที่ชอบและต้องเหมาะสมกับรูปร่างด้วย 

อย่างเช่น ถ้าคนที่รูปร่างไม่สูง การใส่ทรงสกินนี่ที่ดูเข้ารูปจะเหมาะมากกว่าการใส่ทรงขาบานที่จะทำให้ดูเตี้ย แต่สำหรับคนที่ช่วงขาค่อนข้างใหญ่ การใส่ทรงสกินนี่อาจจะยิ่งเป็นการเน้นรูปขามากเกินไป ฉะนั้นควรเลือกใส่กางเกงทรงกระบอกหรือทรงกระบอกเล็กจะดูดีกว่า

ส่วนวิธีการมิกซ์แอนด์แมตช์ยีนส์ให้เข้ากับเสื้อผ้า สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศรุ่นใหม่ในสถานการณ์ต่างๆ นั้น มาพิจารณากัน

แคชชวลลุคส์แบบพอดีๆ ในวันทำงาน
ทุกวันนี้การใส่กางเกงยีนส์มาทำงานแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมองค์กรและกาลเทศะด้วย ดูว่าคนส่วนใหญ่แต่งตัวกันอย่างไร ถ้าต้องการใส่ยีนส์มาทำงานก็ควรจะสวมกับเสื้อเชิ้ตและทับเข้าในกางเกง จะทำให้ดูไม่ลำลองจนเกินไป และสไตล์ของเสื้อเชิ้ตก็ไม่ควรแคชชวลหรือสีสันมากจนเกินไป และหากเป็นโอกาสสำคัญๆ ที่ต้องการความเป็นทางการ ให้ลองเลือกสวมสูทลำลอง หรือเสื้อเบลเซอร์ (Blazer) สีดำหรือสีเข้ม ที่จะช่วยปรับลุคส์ให้คุณดูเป็นโปรเฟสชั่นนอลมากขึ้นเลยทีเดียว

สำหรับสาวๆ ก็เช่นกัน สามารถลองมิกซ์แอนด์แมตช์ โดยให้เปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตเป็นเสื้อยืดมีระบายลูกไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกลิ่นไอความน่ารักสดใสและอ่อนหวาน เพียงเท่านี้มาดสาวเวิร์กกิ้งวูแมนที่ดูคล่องแคล่ว ฉับไว ก็จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม

เติมกลิ่นไอของแฟชั่น สำหรับปาร์ตี้หลังเลิกงาน
แน่นอนว่าสำหรับคืนวันศุกร์ของชาวออฟฟิศ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เพราะจะได้หยุดพักผ่อนสมองในวันเสาร์-อาทิตย์ และมีหลายคนที่ถือโอกาสนี้จัดปาร์ตี้แฮงก์เอาต์สังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูงอย่างสนุกสุดเหวี่ยง

ฉะนั้นเพื่อลดความยุ่งยากในการแต่งตัว อาจจะต้องอาศัยการมิกซ์แอนด์แมตช์มาช่วยให้อะไรง่ายขึ้น โดยให้คงกางเกงยีนส์ตัวเก่งไว้ แต่อาจจะเปลี่ยนสไตล์ของเสื้อให้ดูลำลองมากขึ้น อย่างเสื้อเชิ้ตลายสกอตปล่อยชายสุดคลาสสิก เสื้อเชิ้ตยีนส์เท่ๆ ที่กำลังฮอตอิตอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่เสื้อยืดสไตล์แคชชวลก็สามารถ โดยอาจเพิ่มความดูดีเก๋และมีสไตล์มากขึ้นด้วยการสวมเสื้อเบลเซอร์สีอ่อนหรือมีลวดลาย เพื่อเพิ่มความสนุกสนานสำหรับปาร์ตี้ได้อย่างลงตัว

สำหรับสาวๆ ในช่วงกลางวัน อาจจะสวมเป็นเสื้อกล้ามหรือเสื้อทรงแฟชั่น คู่กับกางเกงยีนส์ทรงสลิมฟิต สวมทับด้วยเสื้อสูทหรือเสื้อเบลเซอร์ และเมื่อต้องออกไปงานปาร์ตี้ก็เพียงแค่ถอดเสื้อสูทหรือเบลเซอร์ออก พร้อมแต่งเติมเครื่องประดับอีกเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอดีไซน์เก๋ไก๋ เส้นใหญ่ ก็สามารถไปสนุกกับปาร์ตี้หลังเลิกงานได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากเป็นงานเอ็กซ์คลูซีฟสุดแสนพิเศษ ที่คุณอยากเจิดจรัสในสายตาคนรอบข้าง จนถูกขนานนามว่าเป็นแฟชั่นไอคอนแล้วล่ะก็ ให้ลองเลือกหยิบกางเกงขาบานใส่พร้อมกับรองเท้าส้นสูง รับรองว่าคุณจะกลายเป็นดาวที่ใครๆ ต่างมองอย่างไม่ละสายตาในงานปาร์ตี้นั้นเลยทีเดียว

ลุคส์สบายๆ ในวันหยุดสุดชิล
ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีๆ ที่หลายคนออกไปหากิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจในยามว่างตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ซึ่งการแต่งตัวก็ควรจะเน้นไปที่ความเบาสบาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยสไตล์ที่ดูดี โดยแน่นอนว่าคีย์ไอเท็มที่ขาดไม่ได้คือกางเกงยีนส์ตัวเก่ง เพราะนอกจากจะทำให้ผู้สวมใส่มั่นใจแล้ว ยังจะยิ่งช่วยเสริมบุคลิกที่ดีให้อีกด้วย เลือกสวมกับเสื้อยืดเข้ารูปเล็กน้อยที่ไม่พอดีตัวจนเกินไป หรืออาจจะลองหยิบเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นมาประมาณข้อศอกให้ดูแคชชวล แต่แฝงไว้ด้วยความเท่ ซึ่งเหมาะสุดๆ กับวันหยุดเช่นนี้ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับทุกกิจกรรมได้อย่างไร้กังวล

ในขณะที่สาวๆ อาจจะต้องการความคล่องตัวสำหรับกิจกรรมแสนสนุก การแต่งกายลุคส์เท่ๆ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยการสวมเสื้อยืดตัวเก่ง คู่กับกางเกงยีนส์ทรงบอยเฟรนด์ฟิต ที่กำลังฮิตติดกระแสอยู่ในช่วงนี้ เพียงเท่านี้สาวๆ ก็สามารถสนุกพร้อมกับลุคส์เท่ๆ ได้อย่างง่ายดาย
ดูดีไม่มี “เอาต์” ในโอกาสสุดพิเศษ

ในโอกาสพิเศษต่างๆ อย่างเช่นงานวันครบรอบวันเกิด หรืองานแต่งงานของเพื่อนสนิท ถือว่าเป็นวันสำคัญที่คุณควรจะให้ความพิถีพิถันในทุกๆ รายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแต่งกาย เพราะนอกจากจะเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ จนในบางครั้งอาจจะเป็นเพื่อนคู่ใจในอนาคตเลยก็เป็นได้ 

ง่ายๆ เริ่มจากเสื้อเชิ้ตสีสดใสให้ตรงกับเดรสโค้ดที่กำหนด เพิ่มความสมาร์ทอีกนิดด้วยสูทสุดเรียบหรู แมตช์คู่กับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่จะช่วยปรับลุคส์ให้ดูโมเดิร์นขึ้น พร้อมแต่งเติมแอคเซสเซอรี่สุดเก๋อย่าง เนคไทเส้นเล็ก หรือโบไทรูปหูกระต่าย ที่จะช่วยเนรมิตเสน่ห์เย้ายวนใจให้สะดุดตาท่ามกลางงานสังสรรค์สุดแสนพิเศษ

ส่วนสาวๆ ต้องลองไอเท็มแสนเก๋ อย่างเดรสกระโปรงยีนส์ ใส่กับรองเท้าส้นสูง ที่ให้กลิ่นไอความแคชชวล แต่ดูดี ซึ่งเหมาะกับงานสังสรรค์ได้อย่างสบายๆ

หวังว่าเคล็บลับดีๆ จากกูรูจะช่วยให้หนุ่มรุ่นใหม่ สามารถสวมใส่ยีนส์ได้อย่างสบาย ไม่ตกยุค และพร้อมรับมืออย่างมั่นใจในทุกๆ สถานการณ์

เคล็ดลับผมสวย ด้วยธรรมชาติ

เก็บคำตอบมาจากเอกสารของสำนักงานกองทุนสนับ สนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าด้วยการบำรุงรักษาเส้นผมด้วยผลิตผลที่มาจากธรรมชาติ ดังนี้

คนที่มีปัญหาผมแห้ง รวมถึงปัญหาหวีจัดทรงยาก ผมไม่มีสปริง ไม่มีน้ำหนัก ขาดชีวิตชีวา ทำให้หนังศีรษะแห้งและเกิดสะเก็ดรังแคง่าย ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับไข่ไก่ 

โดยนำน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะตั้งไฟอ่อน ผสมกับไข่ไก่ 1 ฟอง เอาเฉพาะไข่แดง ตีให้เข้ากัน รอจนเย็นแล้วนำไปลูบให้ทั่วศีรษะ นวดด้วยปลายนิ้วให้ทั่วตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายทอย แล้วใช้ฝ่ามือขยำๆ ขยี้ๆ เพื่อให้ซึม เข้าสู่เส้นผม ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมหมักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วสระด้วยแชมพูอ่อนๆ ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผมจะนุ่มดูมีน้ำหนักและจัดทรงง่ายขึ้น

คนที่ไม่ชอบกลิ่นของไข่ไก่ให้ใช้สูตรน้ำมันมะกอก โดยนำน้ำมันมะกอกอุ่นๆ 2-3 ช้อนโต๊ะ นวดหนังศีรษะ โดยหวีและชโลมเส้นผมให้ทั่ว วิธีการนวดให้นวดเป็นวงกลมเล็กๆ เมื่อนวดจนทั่วศีรษะแล้วใช้ผ้าขนหนูพันศีรษะทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนสระด้วยแชมพูอ่อนๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้ช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมีสภาพดีได้เหมือนกัน

สำหรับคนที่มีปัญหารังแค ลองใช้สูตรน้ำมะนาว หรือน้ำมะกรูด โดยคั้นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดที่ผ่านการเผาไฟแล้ว นำมานวดหนังศีรษะหลังสระผม ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออก ช่วยลดรังแคได้ ส่วนคนที่มีผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย ลองใช้ขิง วิธีการง่ายๆ เพียงนำเหง้าขิงสดมาเผาไฟ ทุบให้แตก ผสมน้ำนำไปขยี้ให้ทั่วศีรษะ วันละ 2 ครั้ง ประมาณ 3 วัน หรือนำขิงแก่ 1 เหง้า ขนาดเท่าฝ่ามือมาตำให้ละเอียด ห่อด้วยผ้าขาวบางเป็นลูกประคบ วางบนหม้อประคบ ที่ต้มน้ำจนเดือด เมื่อลูกประคบร้อนนำไปประคบบริเวณผมร่วง ทำวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที ราว 3-5 วัน จะเห็นผล

คนที่มีเส้นผมหยิกหยักศก ที่สำคัญยังพบอาการแห้งและฟู ให้นำน้ำกับน้ำมะนาวผสมกันให้เจือจาง ชโลมผมหลังจากล้างผมน้ำสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ 5 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กรดในน้ำมะนาวจะช่วยให้ไฟเบอร์ในผมยึดเกาะกันได้แน่น ผมจะเรียบและหวีง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญจะทำให้ผมดูเงางาม 

ขณะที่ผมมันก็เป็นอีกแบบที่มักสร้างปัญหาทั้งเป็นสะเก็ดรังแค หนังศีรษะคันง่าย การรักษาความสะอาดของเส้นผมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการบำรุงรักษาด้วยไข่ขาวผสมน้ำอุ่น วิธีการคือ ใช้ไข่ขาว 1 ฟอง กับน้ำอุ่นครึ่งแก้ว ตีให้เข้ากัน ราดลงบนผมเส้น ใช้มือนวดให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 8-10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นโดยไม่ต้องสระผมซ้ำ ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ผมจะค่อยๆ ปรับสภาพ และหายมัน

สำหรับคนผมแตกปลาย ใช้ไข่ไก่ผสมกับน้ำมันงาและน้ำผึ้ง โดยใช้ไข่ไก่ เฉพาะไข่แดง จำนวน 2 ฟอง น้ำมันงา 4 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ตีผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้น้ำอุ่นราดให้ทั่วศีรษะ แล้วค่อยๆ นำส่วนผสมที่ทำไว้เทลงไปให้ทั่วศีรษะคลุมด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หมักทิ้งไว้ 20-30 นาที สระออกด้วยแชมพูอ่อนๆ ผมจะมีสุขภาพดีขึ้น ผมทำสีก็เช่นกันที่ต้องรักษาดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นสภาพผมที่อ่อนแอที่สุด นอกจากอาการแห้งกรอบภายนอก ภายในเส้นผมจะมีรูพรุนอยู่ทั่วไป ที่สำคัญเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งผมร่วง แห้ง เสีย ให้ลองใช้สูตรน้ำมะนาว 2 ผล ใส่บริเวณโคนผม ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้เป่าผมจนแห้ง วิธีนี้จะช่วยให้สีผมที่ทำมาชัดขึ้นและบำรุงหนังศีรษะได้ด้วย

แต่ทั้งนี้เพื่อให้เส้นผมอยู่กับเราไปนานๆ การเลือกกินอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมก็จำเป็น คืออาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูงอย่างฟักทอง มะละกอ ตำลึง แครอต จะช่วยให้ผมเงางามและมีน้ำหนักขึ้น รวมถึงการเสริมวิตามินซีและอี ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก จากอาหารจำพวกข้าวไม่ขัดขาว ข้าวสาลี ไข่ ถั่ว นม ธัญพืช ผัก ผลไม้ และตับ จะทำให้ผมดูดียิ่งขึ้นได้ ที่สำคัญควรลดการดื่มน้ำอัดลม เพราะทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้เส้นผมสูญเสียแร่ธาตุไปด้วย