แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

ชั้นบรรยากาศ มีกี่ชั้น | ทำความรู้จักกับ ชั้นบรรยากาศของโลก Troposphere

บรรยากาศ คือ สิ่งที่ปกคลุมผิวโลก และเป็นเกราะป้องกันรังสีอันตราย จากดวงอาทิตย์และวัตถุต่างๆ ในอวกาศ เช่น อุกกาบาต ซึ่งชั้นบรรยากาศ มีหลายชั้นด้วยกัน มาทำความรู้จักกับ ชั้นบรรยากาศ ของโลกกันเถอะ


ชั้นบรรยากาศ

โทรโพสเฟียร์ (Troposphere)

โทรโพสเฟียร์เป็นชั้นบรรยากาศชั้นล่างสุด ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศที่เราอาศัยอยู่ ระดับความหนาอยู่ที่ประมาณ 10 – 15  กิโลเมตรจากพื้นดิน ชั้นบรรยากาศชั้นนี้ เมื่อสูงขึ้นจะยิ่งมีอุณหภูมิที่ต่ำลง จนเริ่มคงที่ในระยะความสูงประมาณ 12 กิโลเมตร นอกจากนี้บรรยากาศชั้นนี้ยังมีไอน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ชั้นบรรยากาศนี้มีความแปรปรวน เกิดเป็นลักษณะ ลม ฟ้า อากาศ ต่างๆ เช่น พายุ ฝน เมฆ หิมะ เป็นต้น

สตราโทสเฟียร์ (Stratosphere)

สตราโทสเฟียร์มีระดับความสูงถึง 50 กิโลเมตรจากพื้นโลก และชั้นบรรยากาศชั้นนี้ ต่างจากชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ โดยเมื่อระยะความสูงมากขึ้น จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะชั้นโอโซนดูดกลืนรังสี UV เอาไว้ทำให้บรรยากาศชั้นนี้มีอุณหภูมิสูง ซึ่งปัญหาโลกร้อนที่เรากำลังประสบ เกิดจากสาร CFC ทำลายชั้นโอโซน ชั้นบรรยากาศชั้นนี้ มีความสงบกว่าชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ ไม่มีเมฆ ฝน มีมวลความหนาแน่นของอากาศน้อย

มีโซสเฟียร์ (Mesosphere)

ชั้นบรรยากาศชั้นนี้ จะกลับมามีอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อมีระยะความสูงมากขึ้น เหมือนกับชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ เพราะระยะทางที่ห่างจากชั้นโอโซน ที่เป็นชั้นที่ดูดความร้อน ความหนาแน่นในชั้นบรรยากาศมีโซสเฟียร์ มีน้อยมาก เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียดทาน ให้อุกกาบาตเกิดการลุกไหม้ที่ชั้นบรรยากาศนี้

เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere)

ชั้นบรรยากาศชั้นนี้จะกลับมามีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ตามความสูงที่มากขึ้นจากระดับพื้นดิน เพราะความร้อนจากดวงอาทิตย์ และเป็นชั้นที่มีแก๊สชนิดต่างๆ ที่เป็นประจุไฟฟ้า ไอออน ซึ่งสามารถสะท้อนคลื่นวิทยุบางชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการสื่อสาร ชั้นนี้จึงมีดาวเทียมอยู่มากมาย

เอกโซสเฟียร์ (Exosphere)

ชั้นบรรยากาศชั้นนี้ ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างบรรยากาศและอวกาศ

5 เทคนิค การตั้งชื่อร้าน ตั้งชื่อร้านอย่างไรดี - ขายของออนไลน์

ขายของออนไลน์ ทำอย่างไรให้ขายดี เริ่มต้นที่ "สินค้า" ที่ดีและมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม จับต้องได้ อีกหนึ่งที่สำคัญคือ "ชื่อร้าน" 

โดยบทความนี้ทาง Shopee แนะนำเกี่ยวกับ การตั้งชื่อร้าน ชื่อร้านที่ดี จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับร้านค้าของท่านและดึงดูดลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยชื่อร้านค้าควรบ่งบอกถึงธุรกิจหรือประเภทสินค้าของท่านเพื่อเข้าใจง่ายและสร้างการรับรู้ต่อผู้ซื้อ


5 คำแนะนำ การตั้งชื่อร้านค้าที่เป็นเอกลักษณ์และง่ายต่อการจดจำ
1.เริ่มจากคำที่เกี่ยวข้อง
2.ใช้ชื่อที่สั้นและง่าย
3.เลือกใช้คำที่มีความหมายดี
4.สร้างสรรค์คำขึ้นเอง หรือค้นหาคำศัพท์จากแหล่งอื่น
5. ตรวจสอบชื่อร้านค้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ

1.เริ่มจากคำที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นตั้งชื่อร้านค้า โดยเลือกใช้คำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าของท่าน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เช่น ขายกาแฟ ก็มีคำว่า "Coffee" หรือคำที่สื่อไปในความหมายของกาแฟ

2.ใช้ชื่อที่สั้นและง่าย

1.ชื่อสั้นและง่าย 2.ใช้คำพ้องเสียง 3.ตัวสะกดไม่ซับซ้อน

แนวทางที่ดีในการตั้งชื่อร้านควรใช้ชื่อที่สั้นและง่าย เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้ และอาจกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ รวมถึงแนะนำร้านค้าของท่านให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น   

หนึ่งในวิธีง่ายๆ ที่ทำให้ชื่อร้านค้าของท่านติดหู คือ การเลือกใช้คำพ้องเสียง เช่น “Shopee Beauty” ซึ่งเป็นชื่อที่สั้นและจำง่ายด้วยสัมผัสเสียงของคำ 

นอกจากนี้ชื่อร้านค้าควรใช้ตัวสะกดที่ไม่ซับซ้อนเกินไป จะส่งผลต่อการค้นหาร้านค้าในระบบ หากใช้ตัวสะกดที่ยาก ผู้ซื้ออาจค้นหาร้านค้าของท่านไม่พบ และเปลี่ยนใจไปซื้อจากร้านค้าอื่นแทน ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสในการขาย

3.เลือกใช้คำที่มีความหมายดี

ท่านสามารถใช้คำที่มีความหมายดี เป็นมงคล หรือ คำศัพท์เก๋ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับร้านค้าและตัวสินค้า เช่น ร้านขายเครื่องเงิน ท่านอาจเพิ่มคำความหมายดีๆ เพิ่มเข้าไปเป็น “ร้านเครื่องเงินทรัพย์ทวี” เพื่อสร้างแบรนด์และความเป็นมงคลให้กับร้านค้า

4.สร้างสรรค์คำขึ้นเอง หรือค้นหาคำศัพท์จากแหล่งอื่น

หากท่านยังไม่พบคำที่ถูกใจ ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วย ดังนี้
  • สร้างคำขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นชื่อแบรนด์หรือชื่อร้านค้า เช่น แบรนด์รองเท้า Adidas หรือ เครื่องสำอาง Maybelline ก็ล้วนเป็นคำที่สร้างขึ้นมาเอง
  • ผสมคำ 2 คำ หรือมากกว่าเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคำใหม่ที่สื่อถึงสินค้าของท่าน เช่น Skinfood เป็นต้น
  • ค้นหาคำในภาษาอื่นๆ ที่เหมาะกับการนำมาตั้งชื่อสินค้า
5. ตรวจสอบชื่อร้านค้าอีกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้ชื่อซ้ำ

ก่อนตัดสินใจกำหนดชื่อแบรนด์หรือสินค้า แนะนำให้ท่านนำชื่อที่ได้คิดไว้ไปตรวจสอบในเว็ปไซต์รวบรวมรายชื่อบริษัทที่จดทะเบียน เพื่อป้องการใช้ชื่อซ้ำและหลีกเลี่ยงข้อกล่าว เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ 

เว็บไซต์ตรวจสอบชื่อร้านออนไลน์ ในสื่อ Social ต่างๆ > https://www.namecheckr.com

นโยบายการตั้งชื่อร้านใน Shopee

ร้านค้าที่มีการตั้งชื่อร้านค้าที่ดี จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับลูกค้า
  1. ท่านควรตั้งชื่อร้านค้าอย่างน้อย 5 ตัวอักษร แต่ไม่เกิน 30 ตัวอักษร
  2. ท่านควรตั้งชื่อร้านค้าที่ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข โดยหลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียว
  3. ท่านควรหลีกเลี่ยงการใช้สติกเกอร์หรือตัวอักษรพิเศษ เช่น เครื่องหมายวรรคตอน
  4. ท่านควรหลีกเลี่ยงคำว่า Shopee ในการตั้งชื่อร้านค้า
  5. ท่านควรหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ละเมิดลิขสิทธิ์, คำไม่สุภาพ, คำก้าวร้าว และคำที่มีความหมายสุ่มเสี่ยง
  6. ท่านควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อร้านค้าซ้ำ ที่มีอยู่บน Shopee แล้ว
  7. หากท่านเป็นเจ้าของแบรนด์ ท่านสามารถใช้เครื่องหมายแบรนด์ หรือตั้งชื่อร้านค้าแบรนด์ หรือตั้งชื่อร้านค้าแบรนด์ของท่านได้ โดยมีเอกสารประกอบตามที่ Shopee กำหนด
ที่มา https://seller.shopee.co.th/edu/article/1658
ภาพจาก www.pexels.com

เล่นเน็ตบนเครื่องบิน ค่าใช้จ่าย สายการบินที่ให้บริการ

อยู่บนเครื่องบินที่กำลังบินไปสถานที่อื่น ทำไมยังเล่นเน็ตได้ มีค่าใช้จ่ายอย่างไร


รูปแบบการใช้งานบนมือถือ เรทราคา ไวไฟ Emirates

Stay connected until we land - best value 19.99 USD หรือประมาณ 644 บาท
Easy connect for 30 minutes 9.99 USD หรือประมาณ 322 บาท
Stay in touch with app messaging 3.99 USD หรือประมาณ 128 บาท
Update มกราคม 2022

 
ตัวอย่าง สายการบิน Emirates

- เครื่องบิน : ประมาณ 60% ของทั้งหมด – เครื่องบิน A380s ทั้งหมดและ B777 บางรุ่น
- ผู้ให้บริการ : OnAir
ราคา :
- - 20MB ฟรีในทุกชั้นบนเครื่องบิน A380
- - 150MB ราคาประมาณ 300 บาท
- - 500MB ราคาประมาณ 500 บาท
- - ฟรีสำหรับสมาชิก Emirates Skywards ในชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธุรกิจระหว่างเที่ยวบินทั้งหมด

ที่มา : 27 รายชื่อสายการบินที่มี WiFi ให้บริการบนเครื่อง
https://www.wegointer.com/2018/02/27-in-flight-wifi-2018/

Wi-fi บนเครื่องบินทำงานอย่างไร

คำถามก็คือ เราจะสามารถเชื่อมโยง Wi-fi จากเครื่องบินไปยังพื้นโลกได้อย่างไร ซึ่งประกอบด้วย 2 ทางด้วยกันที่สายการบินนิยมทำกัน

ในสหรัฐมีระบบ เครือข่าย 3G บนภาคพื้นดินทั่วสหรัฐ ซึ่งเครื่องบินก็สื่อสารกับพื้นโลกด้วยเครือข่าวนี้เช่นกัน เป็นระบบง่าย แต่ความถี่ของคลื่นกลับถูกจำกัดไว้น้อยมาก ความเร็วแค่ 3.1 เมกะไบต์ต่อเที่ยวบิน ซึ่งไม่ใช่สำหรับผู้โดยสารต่อหนึ่งคน ทำให้ลืมไปได้เลยว่า เราไม่สามารถเปิดเวปซ์ที่มีอัตราการโหลดสูงเช่น Youtube ได้  

แน่นอนว่าระบบใหม่ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมามาก ตอนนี้หลายสายได้ใช้เทคโนโลยี ATG-4 คือการติดโมเด็มและสายอากาศโดยตรงบนเครื่อง และมันก็ทำหน้าที่ติดต่อไปยังพื้นโลกและสามารถเพิ่มความเร็วอินเตอร์เน็ตได้ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะมาก และไม่ค่อยช่วยอะไรได้มากนัก

ปัจจุบันบางสายการบินได้ใช้เน็ตระบบดาวเทียม ด้วยเทคโนโลยี L-band ซึ่งปัจจุบันนี้ยังถือว่าช้าและค่อนข้างแพง และมีเทคโนโลยี Ku - Band ได้ความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากมีราคาประหยัดและมีคลื่นความถี่ที่เสถียรภาพ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ถึง 50 เมกะไบต์ ซึ่งถือว่าใช้ได้ดีทีเดียวสำหรับการบินอยู่เหนือมหาสมุทร

มีอีกหนึ่งบริการที่นิยมใช้ในสหรัฐอเมริกาคือ ระบบ "OnAir" ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ระบบ GSM หรือ wifi ประมาณ 80 % ของผู้โดยสารใช้ระบบ GSM เพียงเปิดเครื่องก็สามาราถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทันทีเช่นกัน ซึ่งคล่้ายๆ กับการทำ โรมมิ่งในต่างประเทศส่วนบิลก็จะมาเก็บจากเราตามปกติ หากเราเลือกเป็นระบบ wifi  เราก็ต้องเสียให้กับสายการบินตามอัตราเรียกเก็บ

การบริการ wifi บนเครื่องบินลึกๆ แล้วไม่ค่อยได้กำไรเท่าไหร่เนื่องจากมีการแข่งขันสูง โดยแม้สายการบินมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขาย wifi  หรือขายตั๋วโดยมีบริการ wifi เป็นสิ่งจูงใจ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสายการบินจะมีกำไร เพราะอัตราจ่ายให้ผู้บริการสูงกว่านั่นเอง สุดท้ายก็จะเป็นแค่เพียงบริการเสริมเพื่อผู้โดยสารเท่านั้น

ที่มา https://www.tg191.com/catalog.php?idp=690


ทำไมต้องปิดโทรศัพท์หรือเปิดโหมดเครื่องบิน
https://www.finder.com/th/close-mobile-phone-during-plane-take-off

เชื่อมต่อ WIFI บนเครื่องบินแบบไม่มีสะดุด ที่ Scoot
https://www.flyscoot.com/th/plan/booking-your-flight/wi-fi

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน Chinese New year

ในอดีต วันตรุษจีนจะไม่ตรงกันในแต่ละแคว้น แต่ละยุคสมัย เนื่องจากปฏิทินที่ใช้ในแต่ละยุคของจีน กำหนดวันตรุษจีนแตกต่างกัน บางยุคใช้แบบสุริยคติ บางยุคใช้แบบจันทรคติ จึงทำให้วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนไม่ตรงกันเลย

วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว ตรงกับวันไหน

สำหรับวันตรุษจีนประจำปี 2565 นั้น ตรงกับวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยก่อนที่จะถึงวันตรุษจีน หรือ “วันเที่ยว” ยังมีอีก 2 วันสำคัญของเทศกาลตรุษจีน คือ “วันจ่าย” และ “วันไหว้”

วันจ่าย ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2565

วันไหว้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2565

วันเที่ยว ตรงกับวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

อย่างไรก็ตาม ปีนี้รัฐบาลไม่ได้ประกาศให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดยาวเหมือนในปี 2564 ซึ่งกำหนดให้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ

สมัยจีนยุคโบราณจะให้ความสำคัญกับ “วันลี่ชุน” ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ มากกว่าวันที่ 1 เดือน 1 โดยในวันดังกล่าวจะมีการเฉลิมฉลองและอัญเชิญเทพเจ้า ถือเป็นวันบวงสรวงสวรรค์ ประกอบพิธีเข้าเฝ้าจักรพรรดิ รวมถึงมีการเสี่ยงทายการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และขอพรจาก “เทพเจ้าการเกษตร”

ส่วนจุดเริ่มต้นที่กำหนดให้วันที่ 1 เดือน 1 ของทุกปี ตามปฏิทินจีน เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของจีนและใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ กำเนิดขึ้นในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น ราวปี พ.ศ. 439 (ก่อนคริสต์ศักราชประมาณ 104 ปี) ถือเป็นจุดกำเนิดของวันตรุษจีนที่ชาวจีนในไทยยึดถือจนถึงปัจจุบัน

ตามปฏิทินจีน “วันตรุษจีน” หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน จะอยู่ช่วงระหว่างปลายเดือนมกราคม ถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งแต่ละปีอาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไป (เนื่องจากจำนวนวันในเดือนของปฏิทินจีน บางเดือนมี 29 วัน บางเดือนมี 30 วัน แตกต่างกับปฏิทินสากล) ตามข้อมูลจากมติชนอคาเดมี 

กิจกรรมวันจ่าย-วันไหว้

วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ไม่จำเป็นจะต้องมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้า ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน

วันไหว้ ตอนเช้ามืด จะไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ตอนสาย จะไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ

หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

ตอนบ่าย จะไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล

เปิดความหมาย อาหารคาว-ขนม-ผลไม้ เสริมมงคล

สำหรับการไหว้ขอพร หากจะไหว้เต็มรูปแบบต้องไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ทำทานดวงวิญญาณไร้ญาติ และไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ส่วนผู้ที่ต้องการไหว้ขอโชคลาภเพิ่มเติม ของไหว้จะประกอบด้วย กลุ่มของคาว กลุ่มขนมหรือของหวาน และผลไม้

โดยจำนวนจะยึดของคาวหรือเนื้อสัตว์เป็นหลัก ได้แก่

ไหว้ 3 อย่าง (ซาแซ) ประกอบด้วย หมูส่วนสะโพกติดหนัง (บะแซหรือบะแซะ) เป็ด (พร้อมเครื่องใน) ไก่ (พร้อมเครื่องใน)

ไหว้ 5 อย่าง (โหงวแซ) ประกอบด้วย หมู (บะแซหรือบะแซะ) เป็ด (พร้อมเครื่องใน) ไก่ (พร้อมเครื่องใน) ปลาทั้งตัว หรืออาหารทะเล (เช่น ปลาหมึกแห้งทั้งตัวไม่ต้องต้ม กุ้งต้มสุก ปูต้มสุก หรือหอยลวกสุก) หรือ ตับ

กลุ่มอาหารคาว

  • ไก่ หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความสง่างาม ยศ ตำแหน่ง ความขยัน
  • หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี
  • เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ ความสะอาด และความสามารถอันหลากหลาย
  • ปลา หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้
  • เป๋าฮื้อ หมายถึง มีความเชื่อว่าเป็นอาหารสิริมงคล เพราะมีความหมายช่วยห่อความมั่งคั่งให้เหลือกินเหลือใช้ นิยมกินในโอกาสสำคัญ
  • ปู หมายถึง การสอบได้ตำแหน่งที่ดี
  • กุ้งมังกร,กุ้ง หมายถึง ความมีอำนาจวาสนา ชีวิตที่รุ่งเรืองรวมทั้งเป็นตัวแทนของความสุข
  • สาหร่ายดำ หมายถึง ความร่ำรวย
  • ตับ หมายถึง อำนาจวาสนา
  • บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หมายถึง การมีอายุยืนยาว

กลุ่มขนม

  • ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ความราบรื่นในชีวิต ความอุดมสมบูรณ์
  • ขนมเทียน หมายถึง ความหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
  • ขนมไข่ หมายถึง ความเจริญเติบโต
  • ขนมถ้วยฟู หมายถึง เพิ่มความรุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ซาลาเปา, หมั่นโถว หมายถึง ไหว้เพื่อให้เปาไช้ ห่อโชค ห่อลาภ
  • จันอับ หมายถึง เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ

  • เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด
  • มั่วปัง คือ ขนมงาตัด
  • ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล
  • กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม
  • โหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง
  • ขนมต้ม หมายถึง บรรพชนอวยพร

กลุ่มผลไม้

  • กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภ มีลูกหลาน มีวงศ์วานว่านเครือสืบสกุล
  • ส้มสีทอง หมายถึง มหาสิริมงคล โชคดี ประสบแต่สิ่งดี ๆ
  • องุ่นสีแดง หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเจริญงอกงาม และการมีอายุยืนนาน
  • แอปเปิลสีแดง หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
  • สาลี่ หมายถึง รักษาคุณงามความดี รักษาโชคลาภเงินทองไม่ให้เสื่อมหาย
  • ส้มโอ หมายถึง ความสมบูรณ์
  • เมล่อน หมายถึง การเจริญเติบโต

วิธีไหว้ตรุษจีน

แบ่งเป็น 3 ช่วง 

เช้ามืด คือ การไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยเครื่องไหว้ที่เป็นเนื้อสัตว์ 3 อย่าง คือ หมูสามชั้นต้ม ไก่ต้ม เป็ดต้ม พร้อมทั้งเหล้า น้ำชา และกระดาษเงิน-กระดาษทอง โดยจะกระทำในช่วง 7-8 โมงเช้า

สาย คือ การไหว้บรรพบุรุษที่เสียชีวิตแล้ว ด้วยซาแซ อาหารคาว-หวาน รวมถึงเผากระดาษเงิน-กระดาษทอง พร้อมเสื้อผ้าให้กับบรรพบุรุษ กระทำไม่เกินเที่ยงวัน นอกจากนี้หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวร่วมรับประทานอาหารไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการแลกเปลี่ยนอั่งเปากันอีกด้วย

บ่าย คือ การไหว้ผีไม่มีญาติ ด้วยข้าว กับข้าว ขนม เช่น ขนมเข่งกับขนมเทียน และกระดาษเงิน-กระดาษทอง รวมถึงมีการจุดประทัดเพื่อปัดเป่าไล่สิ่งชั่วร้ายด้วย (ประมาณบ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น)

9 ข้อห้ามสำคัญในวันตรุษจีน

  • ห้ามทำความสะอาดบ้าน คนจีนจะถือว่าการทำความสะอาดบ้านในวันนี้จะเป็นการเอาโชคลาภออกไปจากบ้าน
  • ห้ามสระผมหรือตัดผม การตัดผม หรือสระผม เหมือนเป็นการนำความมั่นคงออกไป ทางที่ดีสระก่อนวันสองวัน
  • ห้ามพูดคำหยาบ การพูดสิ่งไม่ดี คำหยาบ พูดโกหก ในวันตรุษจีนนี้หมายถึงจะนำความเดือดร้อนมาสู่คุณ
  • ห้ามร้องไห้ กุศโลบายจะทำให้ร้องไห้ทั้งปี และเจอเรื่องเสียใจไปตลอด
  • ห้ามเข้าห้องนอนคนอื่น ความเชื่อนี้ระบุชัดว่าจะทำให้โชคร้าย
  • ห้ามทำของแตก หมายถึง ลางร้ายกำลังมาเยือน ครอบครัวจะแตกแยก
  • ห้ามใช้ของมีคมเพราะจะทำให้เหมือนกับตัดความโชคดีออกไป
  • ห้ามให้ยืมเงินว่ากันว่าจะต้องให้ยืมไปตลอด และสำหรับคนเป็นหนี้หรือไปยืม ก็ว่าจะติดหนี้สินไปตลอดเช่นกัน
  • ห้ามใส่ชุดขาว-ดำ คนจีนมีความเชื่อเรื่องการใส่เสื้อขาว-ดำในวันตรุษจีนจะเป็นเหมือนลางร้าย
ที่มา https://www.prachachat.net/general/news-840869


คำอวยพรตรุษจีนทั่วไป
  • ซินเหนียนไคว่เล่อ : สวัสดีปีใหม่ / สุขสันต์วันปีใหม่
  • ชุนเจี๋ยไคว่เล่อ : สุขสันต์วันตรุษจีน
  • ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฟาไฉ : คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขและร่ำรวยตลอดปี
  • บ่วงสื่อหยู่อี่ : ขอให้สมหวังในทุก ๆ สิ่ง
  • จู้หนี่ซุ่นลี่ : ขอให้ประสบความสำเร็จ
  • ซื่อจี้ผิงอัน : ขอให้ปลอดภัยตลอดปี
  • เจียห่าวยวิ่นชี่ : ขอให้มีความโชคดีเข้าบ้าน
  • จูสื่อกิ๊กเซี้ยง : ขอให้มีความสิริมงคลในทุกเรื่อง
  • เหม่ยเมิ่งเฉิงเจิน : ขอให้สิ่งที่ฝันเป็นจริง
  • ซิ่งฝูหรูอี้ : ขอให้มีความสุขสมปรารถนา
  • เหอเจียฮวานเล่อ : ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขทั้งครอบครัว
  • จู้หนินปู้ปู้เกาเซิง : ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป
  • ซื่อซื่อซุ่นลี่ : ราบรื่นในทุก ๆ เรื่อง
  • เหนียนเหนียนเกาเซิง : ขอให้เจริญขึ้นทุก ๆ ปี
  • ซินเซี่ยงซื่อเฉิง : ขอให้สมปรารถนาในทุก ๆ เรื่อง
คำอวยพรเรื่องสุขภาพ
  • ซิ่งฝูอันคัง : ขอให้มีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง
  • ซุ่ยซุ่ยผิงอัน : ขอให้สงบสุขและปลอดภัย
  • ซิงที่เกี่ยงคัง : ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  • จู้หนี่ฉางโส่ว : ขอให้คุณอายุยืนยาว
  • หลงหม่าจินเสิน : สุขภาพแข็งแรง
  • ฝูโซ่วว่านว่านเหนียน : อายุยืนยาวหมื่น ๆ ปี
  • ซินเหนียนไคว่เล่อ เซินถีเจี้ยนคัง : ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ สุขภาพแข็งแรงตลอดปี
คำอวยพรเรื่องเงินทอง
  • ซื่อเย่ฟาจ่าน : ขอให้กิจการพัฒนาก้าวหน้า
  • เซิงอี้ซิงหลง : ขอให้กิจการรุ่งเรือง
  • กงซีฟาไฉ : ขอให้ร่ำรวย
  • ต้าจี๋ต้าลี่ : ค้าขายได้กำไร
  • ไป่เย่ซิงว่าง : ขอให้การงานเจริญก้าวหน้า
  • กงจั้วซุ่นลี่ : ขอให้หน้าที่การงานราบรื่น
  • จินอวี้หม่านถัง : ร่ำรวยเงินทอง
  • เยวี่ยเยวี่ยจั่งกงจือ: ขอให้เงินเดือนขึ้น
  • ไฉหยวนกว่างจิ้น : ขอให้เงินทองไหลมาเทมา

เฉดสีต่างๆ ภาษาอังกฤษ แจกโค๊ดค่าสี - Color Code

แจกโค๊ดค่าสี - Color Code เฉดสีต่างๆ ภาษาอังกฤษ วันนี้แจกสีชมพูก่อนค่ะ Pink ส่วนสีอื่นๆ เดี๋ยวทยอยทำให้นะคะ



เฉดสีชมพู Pink 

สี Pink #f699cd
สี Rose #fc94af
สี fuscia #fc46aa
สี punch #f52782
สี blush #fec5e5
สี watermelon #fe7f9c
สี flamingo #fda4ba
สี rouge #f26b8a
สี salmon #fdab9f
สี coral #fe7d68
สี peach #fc9483
สี strawberry #fc4c4e
สี rosewoood #a04242

สี lemonade #fbbbcb
สี taffy #fa86c5
สี bubblegum
สี ballet slipper #f69abf
สี crepe #f2b8c6
สี magenta #e11584
สี Hot Pink #ff1694
สี Pear Pink #c33e38
สี Telegagenta #e40070 
สี Heather Violet #f32084

สี Claret Viole #6e0730
สี Pearl Violet #8d6da2
สี Blue Lilac #753d75
สี Pearl Ruby Red #
สี Pearl Pink #c33e38
สี Red Violet #a00f37
สี Red Lilac #76375a
สี Purple Violet #520f2a
สี Traffic Purple #b0096f
สี Pastel Violet #a88293

สี Signal Violet ##9f407c
สี Antique Pink #e36269
สี Light Pink #fb7d95
สี Beige Red #cb8466
สี Wine Red #671625
สี Brown Red #840807
สี Oxide Red #6d1a1e
สี Purple Red #810012
สี Ruby Red #ab0000
สี Carmine Red #b20000
สี Black Red #461e25

อักษรย่อ ชื่อย่อ ตำแหน่ง หน่วยงานต่างๆ

อักษรย่อ คำย่อทั่วๆ ไป

ร.พ. คือ โรงพยาบาล
ขรก คือ ข้าราชการ
กญ. คือ กองการศึกษาผู้ใหญ่
ปชส. คือ ประชาสัมพันธ์
ภ.ง.ด. คือ ภาษีเงินได้




โทร. คือ โทรศัพท์
ร. คือ รัชกาล
ป.ล. = ปัจฉิมลิขิต

กม. = กฎหมาย
พ.ร.บ. = พระราชบัญญัติ
พ.ร.ฎ. = พระราชกฤษฎีกา
พรก. = พระราชกำหนด
รธน. = รัฐธรรมนูญ

นร. = นักเรียน
นศ = นักศึกษา

จนท. = เจ้าหน้าที่
มร. = มิสเตอร์ (นาย)
สต. = สตางค์
บ. = บาท

ห.ส.น. = ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

ไปรษณีย์
ปท. = ไปรษณีย์โทรเลข
รัฐฯ = รัฐบาล
ตู้ ปณ. = ตู้ไปรษณีย์

การแพทย์
น.พ. = นายแพทย์
พ.ญ. = แพทย์หญิง
ท.พ. = ทันตแพทย์
ท.ญ. = ทันตแพทย์หญิง

ตำแหน่ง-อาจารย์
อ. = อาจารย์
รศ. = รองศาสตราจารย์
ผศ. = ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ศจ. = ศาสตราจารย์
ดร. = ด็อกเตอร์
ผอ. = ผู้อำนวยการ


การศึกษา
สปอ. = สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ
สปช. = สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ
วค. = วิทยาลัยครู
สปจ. = สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
สปอ. = สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ

วปอ. = วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
สช. = สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
ศธ. = กระทรวงศึกษาธิการ

สปจ. = สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด
สช. = สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
สปช. = สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ

การเมือง
ครม. = คณะรัฐมนตรี
รมว. = รัฐมนตรีว่าการ
ส.ส. = สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สจ. = สมาชิกสภาจังหวัด

ครม. = คณะรัฐมนตรี
รมต. = รัฐมนตรี
คคบ. = คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
รมช. = รัฐมนตรีช่วยว่าการ

กอรมน. = กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

มท. = กระทรวงมหาดไทย

บริษัท หน่วยงาน สถานบันต่างๆ
ธกส. = ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ส.ท. = สมาชิกสภาเทศบาลตำบล
ส.ภ.อ. = สมาชิกสภาอำเภอ
นิด้า = สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
บีโอไอ = คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

บ.ด.ท. = บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด
กปน. = การประปานครหลวง
ททท. = การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ปตท. = การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

กฟผ. = การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กฟภ. = การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กกร. = คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน

กนอ = การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ห.จ.ก. = ห้างหุ้นส่วนจำกัด

กบว = คณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
กกท. = คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย
กสท. = การสื่อสารแห่งประเทศไทย

ธอส. = ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ทหาร ตำรวจ ยศต่างๆ
ตร. = ตำรวจ
ก.ตร. = กรมตำรวจ
สน. = สถานีตำรวจนครบาล
สน.ภ. = สถานีตำรวจภูธร
ต.ช.ด. = ตำรวจตระเวนชายแดน

สวญ. = สารวัตรใหญ่
สวส. = สารวัตรสืบสวน
ท.ส. = นายทหารคนสนิท

บช.น. = กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ผบ.สูงสุด = ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
บช.ภ. = กองบัญชาการตำรวจภูธร
ผบ.ทบ. = ผู้บัญชาการทหารบก

ร.ด. = รักษาดินแดง
ผบ.ทบ. = ผู้บัญชาการทหารบก
ปปป. = คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
ผบ.ทร. = ผู้บัญชาการทหารเรือ
ปปส. = คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ผบ.ทอ. = ผู้บัญชาการทหารอากาศ

สวป. = สารวัตรปราบปราม
ผบก.ป. = ผู้บังคับการกองปราบปราม
อส. = อาสาสมัคร
อ.ตร. = อธิบดีกรมตำรวจ

อื่นๆ…
จีบา = สถาบันบริหารธุรกิจ-จุฬา
สปอ. = องค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันระหว่างเอเชียอาคเนย์
อตก. = องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

ร.พ.ช. = สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท
ร.ส.พ. = องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์

อ.ส.ม.ท. = องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย
อ.ส.ท. = องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สปอ. = องค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันระหว่างเอเชียอาคเนย์

อสร. = องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป
อย. = คณะกรรมการอาหารและยา
อสค. = องค์การส่งเสริมการเลี้ยงโคนมแห่งประเทศไทย

สมช. = สภาความมั่นคงแห่งชาติ
สวช. = สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

ผกค. = ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

มารู้ความหมายของอักษรย่อกันนะคะ

อักษรย่อ หรือ คำย่อ คืออะไร
อักษรย่อ หรือ คำย่อ หรือ รัสพจน์ เป็นการนำอักษรบางตัวในคำหนึ่งๆ ใช้เรียกแทนคำเต็ม โดยมากจะเป็นพยัญชนะ อาจใส่จุดหรือไม่ใส่หลังอักษรนั้นๆ นิยมนำอักษรต้นพยางค์ แต่บางครั้งก็มีการใช้อักษรท้ายพยางค์ก็มี และบางครั้งอักษรย่อก็สามารถอ่านได้เป็นพยางค์ใหม่

ในภาษาไทย เมื่ออักษรย่อมีตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป จะใส่จุดที่ตัวสุดท้ายเพียงจุดเดียว (ไม่ใส่ทีละอักษร) ยกเว้นบางตัวที่เคยมีใช้กันมาก่อนจนเป็นที่ยอมรับแล้ว เช่น น.ส. , ร.ร. , พ.ศ. เป็นต้น ส่วนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาที่ใช้อักษรละติน ส่วนใหญ่จะไม่มีจุด

ที่มา www.moe.go.th

คำราชาศัพท์ หมวดเครือญาติ | พระบรมวงศานุวงศ์ พระยศเจ้านายไทย

คำราชาศัพท์ หมวดเครือญาติ

สมเด็จพระมหาอุปราช หมายถึง พระราชวงศ์ที่ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “อุปราชาภิเษก มีฐานะเป็นองค์รัชทายาทสืบสันตติวงศ์ต่อไป

สมเด็จพระบรมวงศ์ หมายถึง พระบรมวงศ์ชั้นสูง ทรงสัปตปฏลเศวตฉัตร



พระราชโอรส-ธิดา หมายถึง บรรดาพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์ ที่ประสูติพระมเหสีเทวีเจ้าและพระสนม

พระอนุวงศ์ หมายถึง วงศ์เล็ก คือ บรรดาพระราชนัดดา พระราชปนัดดา ของพระเจ้าแผ่นดิน โดยสามารถเป็นชั้นได้ดังนี้

พระราชนัดดา หมายถึง หลานปู่ หลานตา ของพระมหากษัตริย์
พระโอรส-ธิดา ของสมเด็จพระมหาอุปราช
พระราชปนัดดา หมายถึง เหลนของพระมหากษัตริย์
บทความ คำราชาศัพท์หมวดเครือญาติ
พระอัยกา หมายถึง ปู่หรือตา

พระอัยยิกา หมายถึง ย่าหรือยาย

พระปัยกา หมายถึง ปู่ทวดหรือตาทวด

พระปัยยิกา หมายถึง ย่าทวดหรือยายทวด

พระชนกหรือพระราชบิดา หมายถึง พ่อ

พระชนนีหรือพระราชมารดา หมายถึง แม่

พระสสุระ หมายถึง พ่อสามี

พระสัสสุ หมายถึง แม่สามี

พระปิตุลา หมายถึง ลุงหรืออาชาย

พระปิตุจฉา หมายถึง ป้าหรืออาหญิง

พระมาตุลา หมายถึง ลุงหรือน้าชาย

พระมาตุจฉา หมายถึง ป้าหรือน้าหญิง

พระสวามีหรือพระภัสดา หมายถึง สามี

พระมเหสีหรือพระชายา หมายถึง ภรรยา

พระเชษฐา หมายถึง พี่ชาย

พระเชษฐภคินี หมายถึง พี่สาว

พระอนุชา หมายถึง น้องชาย

พระขนิษฐา หมายถึง น้องสาว

พระราชโอรสหรือพระเจ้าลูกยาเธอ หมายถึง ลูกชาย

พระราชธิดา, พระเจ้าลูกเธอ หมายถึง ลูกสาว

พระชามาดา หมายถึง ลูกเขย

พระสุณิสา หมายถึง ลูกสะใภ้

พระราชนัดดา หมายถึง หลานชายหรือหลานสาว

พระภาคิไนย หมายถึง หลานที่เป็นลูกของพี่สาวหรือน้องสาว

พระภาติยะ หมายถึง หลานที่ลูกของพี่ชาย หรือน้องชาย

พระราชปนัดดา หมายถึง เหลน

ราชนิกุลและสายสัมพันธ์
บุคคลนับเนื่องในราชสกุล ลำดับรองลงมาจากหม่อมเจ้า แม้มีคำนำหน้านามเป็นพิเศษอยู่ แต่ก็ถือเป็นสามัญชน

หม่อมราชนิกุล คือ หม่อมราชวงศ์ หรือ หม่อมหลวง ที่รับราชการ มีความดีความชอบ กระทั่งได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น เช่น หม่อมอนุวัตรวรพงษ์ ซึ่งมีนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สิงหนัด ปราโมช

หม่อมราชวงศ์ (ม.ร.ว.) คือ ฐานันดรศักดิ์ที่รองลงมาจากหม่อมเจ้า เป็นคำนำหน้านามสำหรับโอรสธิดาในหม่อมเจ้า เรียกโดยลำลองว่า คุณหญิง คุณชาย ฐานันดรศักดิ์นี้ บัญญัติขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4

หม่อมหลวง (ม.ล.) คือ บุตรธิดาของหม่อมราชวงศ์ เป็นคำนำหน้านามขั้นสุดท้ายของเชื้อพระวงศ์ ในการเรียกโดยลำลอง ให้ใช้คำนำหน้าว่า “คุณ” ฐานันดรศักดิ์นี้ บัญญัติขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

ณ อยุธยา คือ สร้อยที่ต่อท้ายนามสกุล บุตรธิดาของหม่อมหลวง และหม่อม เช่น หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ อยุธยา และภรรยาของหม่อราชวงศ์ และหม่อมหลวงด้วย

พระภรรยาของเจ้าชาย มีทั้งหมด 4 ฐานันดร ได้แก่

พระวรชายา คือ พระอิสริยศ ของพระภรรยา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้แก่
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พระชายา คือ พระภรรยาของ เจ้าฟ้า และพระองค์เจ้า ซึ่งเป็นเจ้าหญิงมาตั้งแต่กำเนิด เช่น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ “พระชายา” ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ชายา คือ พระภรรยาของหม่อมเจ้า ซึ่งมีกำเนิดเป็นเจ้าเหมือนกัน เช่น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา “ชายา” ในหม่อมเจ้าธานีเศิกสงัด ชุมพล

หม่อม คือ คำนำหน้านามสำหรับภรรยาที่เป็นหญิงสามัญชนของเจ้าชาย เช่น หม่อมแจ๊กเควลิน จิตรพงศ์ ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยาในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล

คำสุภาพ คำสามัญ พืชผัก สัตว์สิ่งของต่างๆ

หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ คำสุภาพ คำสามัญ พืชผัก สัตว์สิ่งของต่างๆ คืออะไร บทความนี้มาลองทำความเข้าใจกันค่ะ


กระบือ = ควาย
กล้วยสั้น = กล้วยกุ
กล้วยเปลือกบาง กล้วยกระ = กล้วยไข่
ขนมดอกเหล็ก ขนมทราย = ขนมขี้หนู
ขนมสอดไส้ = ขนมใส่ไส้

จิตรจูล จิตรจุล = เต่า
ช้างนรการ = ช้างสีดอ ( ช้างพลายมีงาสั้น )
ชัลลุกะ ชัลลุกา = ปลิง
ดอกขจร = ดอกสลิด
ดอกซ่อนกลิ่น = ดอกซ่อนซู้

ดอกถันวิฬาร์ = ดอกนมแมว
ดอกมณฑาขาว = ดอกยี่หุบ
ดอกสามหาว = ดอกผักตบ
ดอกเหล็ก = ดอกขี้เหล็ก
ตกลูก = ออกลูก ( ใช้กับสัตว์ )
ต้นจะเกรง = ต้นเหงือกปลาหมอ

ต้นปาริชาต ต้นปาริฉัตร = ต้นทองกวาว
ต้นหนามรอบข้อ = ต้นพุงดอ
ต้นอเนกคุณ = ต้นตำแย
เถาศีรษะวานร = เถาหัวลิง
เถากะพังไหม เถาตูดหมู = ตูดหมา

ถ่ายมูล = สัตว์ขี้
ถั่วเพาะ = ถั่วงอก
เถามุ้ย = เถาหมามุ้ย

ดอกทอดยอด = ดอกผักบุ้ง
นางเก้ง = อีเก้ง
นางเลิ้ง = อีเลิ้ง
นางเห็น = อีเห็น

ปลาหาง = ปลาช่อน
ปลาใบไม้ = ปลาสลิด
ปลายาว = ปลาไหล
ปลาร้า = ปลามัจฉะ
ปลาลิ้นสุนัข = ปลาลิ้นหมา

ปลีกล้วย = หัวปลี
ผลลูกกา = ผลขี้กา
ผลมูลละมั่ง = ลูกตะลิงปลิง
ผลนางนูน = ลูกอีนูน
ผลอุลิด = ลูกแตงโม

ผักรู้นอน = ผักกระเฉด
ผักไผ่ ผักไห่ = ผักปลาบ
ผักนางริ้น = ผักอีริ้น
ฟักเหลือง = ฟักทอง
มุสิกะ = หนู

มะเขือเผา = มะเขือกะหำแพะ
เยื่อเคย = กะปิ
รากดิน = ไส้เดือน

โรคกลาก = ขี้กลาก
โรคเกลื้อน = ขี้เกลื้อน
โรคเรื้อน = ขี้เรื้อน

ลั่นทม (ลีลาวดี ) = ดอกลั่นทม
ศิลา = หิน

สุกร = หมู
สุนัข = หมา

เห็ดปลวก = เห็ดโคน
หอยนางรม = หอยอีรม

พระยศใหม่ พระบรมศานุวงศ์ แห่งพระราชวงศ์จักรี

พระยศใหม่ พระบรมศานุวงศ์ แห่งพระราชวงศ์จักรี ในรัชกาลที่ 10

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”




พระนามเดิม : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
(พระนามเดิม(เต็ม) : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี)

สถาปนาพระยศใหม่ เป็น “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี”

พระนามเต็ม : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี
เป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
เป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
เป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
เป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
เป็น “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ”

พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 1-10

พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 1-10 (ราชวงศ์จักรี สมัยรัตนโกสินทร์)

รัชกาลที่ 1
พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ไทย

รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัยสมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรปรมาธิเบศร โลกเชฎวิสุทธิ์ รัตนมงกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 1 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาจักรีบรมนาถ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 73 พรรษา) รัชกาลที่ 1 : พระราชสมภพ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 – สวรรคต 7 กันยายน พ.ศ. 2352




รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันตอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศโลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 2 ใช้อักษรย่อว่า “อปร” ย่อมาจาก “มหาอิศรสุนทร ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)

รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสรฐ มหาเจษฎาบดินทร์ สยามินทรวิโรดม บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 3 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาเจษฎาบดินทร ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 64 พรรษา)

รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎสุทธิ สมมุติเทพยพงศวงศาดิศรกษัตริย์ วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธิเคราะหณี จักรีบรมนาถ อดิศวราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิตอุกฤษฐวิบูลย บุรพาดูลยกฤษฎาภินิหารสุภาธิการรังสฤษดิ ธัญญลักษณ วิจิตรโสภาคสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคคล ประสิทธิสรรพสุภผลอุดม บรมสุขุมาลยมหาบุรุษยรัตน ศึกษาพิพัฒนสรรพโกศล สุวิสุทธิวิมลศุภศีลสมาจารย์ เพ็ชรญาณประภาไพโรจน์ อเนกโกฎิสาธุ คุณวิบุลยสันดาน ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์เอกอัครมหาบุรุษสุตพุทธมหากระวี ตรีปิฎกาทิโกศล วิมลปรีชามหาอุดมบัณฑิต สุนทรวิจิตรปฏิภาณ บริบูรณ์คุณสาร สัสยามาทิโลกยดิลกสาร สัสยามาทิโลกยดิลก มหาปริวารนายกอนันต์ มหันตวรฤทธิเดชอนันต์ มหันตวรฤทธิเดช สรรพพิเศษ สิรินธรมหาชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย สกลมไหศวรินมหาสยามินทร มเหศวรมหินทร มหาราชาวโรดมบรมนารถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อุกฤษฐศักดิอัครนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทรธรรมมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบรมบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬสลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุษรัตนราชรวิวงศ์ วรุฒมพงษ์บรพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ อดิศวรราชรามวรังกูร สุภาธิการรังสฤษฏ์ ธัญลักษณวิจิตโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภ ผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยวิเศษ สรพรรพเทเวศรานุรักษ์ วิสิษฐศักดิ์สมญาพินิตประชานาถเปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิ์วรยศ มโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติ อาชาวศรัย พุทธาธิไตยรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรมินทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตรพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาจุฬาลงกรณ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 42 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)

รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาวชิรวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานาถมหาสมมตวงศ์ อดิศัยพงศ์วิมลรัตน์วรขัตติราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฏนเรนทร์สูรสันตติวงศ์วิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหาร อดิเรกบุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพวงค์ มหาชโนตมางตประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมาลย์ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกียรติคุณ อดุลยวิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ บริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุดสมบัติ เสนางคนิกรรัตนอัศวโกศลประพนธปรีชา มัทวสมาจาร บริบูรณคุณสารสยามาทินค รวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธรบรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษฏาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวศรัยพุทธาธิไตรรัตนสรณารักษ์อดุลยศักดิ์ อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 6 ใช้อักษรย่อว่า “วปร” ย่อมาจาก “มหาวชิราวุธ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 45 พรรษา)

รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก มหันตเดชนดิลกรามาธิบดี เทพยปรียามหาราชรวิวงศ์ อสัมภินพงศพีระกษัตรบุรุษรัตนราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณราชวรางกูร มหมกุฏวงศวีรสูรชิษฐ ราชธรรมทศพิธ อุต์กฤษฎานิบุณย์อดุลยฤษฎาภินิหาร บูรพาธิการสุสาธิต ธันยลักษณ์วิจิตรเสาวภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคมานทสนธิมตสมันตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณ อดุลยศักดิเดช สรรพเทเวศปริยานุรักษ์ มงคลลคนเนมาหวัยสุโขทัยธรรมราชา อภิเนาวศิลปศึกษาเดชาวุธ วิชัยยุทธศาสตร์โกศล วิมลนรรยพินิต สุจริตสมาจาร ภัทรภิชญาณประดิภานสุนทรประวรศาสโนปสุดมภก มูลมุขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยูหโยธโพยมจร บรมเชษฏโสทรสมมต เอกราชยยศสธิคมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวตฉัตราดิฉัตร ศรีรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิศิกต์ สรรพทศทิศวิชิตเดโชไชย สกลมไหศวรยมหาสยามินทรมเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาตอาชาวศรัย พุทธาธิไตรรัตนวิศิษฎศักดิ์อัครนเรศวราธิบดี เมตตากรุณาศีตลหฤทัย อโนปไมยบุณยการ สกลไพศาลมหารัษฏราธิบดินทร์ ประมินทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 7 ใช้อักษรย่อว่า “ปปร” ย่อมาจาก “มหาประชาธิปก ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 9 ปี  (พระชนมายุ 47 พรรษา)

รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระปรเมนมหา อานันทมหิดลสกลไพศาลมหารัษฎาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระบรมอัฐิ เฉลิมพระนามเป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอดุลยเดช วิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดมจักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิการรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์อดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี พระอัฐมราะบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร

รัชกาลที่ 8 ใช้อักษรย่อว่า “อปร” ย่อมาจาก “มหาอานันทมหิดล ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 12 ปี (พระชนมายุ 20 พรรษา)

รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

รัชกาลที่ 9 ใช้อักษรย่อว่า “ภปร” ย่อมาจาก “มหาภูมิพลอดุลยเดช ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 70 ปี (พระชนมายุ 88 พรรษา)

รัชกาลที่ 10
พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

รัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
อ่านออกเสียงว่า [พฺระ-บาด-สม-เด็ด-พฺระ-ปะ-ระ-เมน-ทฺะ-รา-มา-ทิบ-บอ-ดี-สี-สิน-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-มะ-หิ-สอน-พู-มิ-พน-ราด-ชะ-วะ-ราง-กูน กิ-ติ-สิ-ริ-สม-บูน-อะ-ดุน-ยะ-เดด สะ-หยาม-มิน-ทรา-ทิ-เบด-ราด-วะ-โร-ดม บอ-รม-มะ-นาด-ถะ-บอ-พิด พฺระ-วะ-ชิ-ระ-เกฺล้า-เจ้า-อยู่-หัว]

– –

รัชกาลที่ 10 ใช้อักษรย่อว่า “วปร” ย่อมาจาก “มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ – ปัจจุบัน

พระนามก่อนหน้า : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร”

เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระยศ พระนามใหม่ พระบรมวงศานุวงศ์ ในรัชกาลที่ 10

สถาปนาพระอิสริยยศ และเฉลิมพระนาม พระบรมศานุวงศ์ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พ.ค. 2562

ชื่อเรียก พระนามแบบย่อ
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
- สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา ฯ
- ในหลวงรัชกาลที่ 9
- สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ
- กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
- เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯ
- ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ฯ
- เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ
- เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ
- เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ฯ
- พระองค์เจ้าโสมสวลี ฯ
- พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ฯ
- พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณฯ

พระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ

1. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

2. สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

พระบรมราชโองการ เฉลิมพระปรมาภิไธย

ในหลวง ร.9

"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร"
เป็น "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร"

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9
เป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
เป็น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์

- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
- สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี" 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ฯ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เป็น - สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี 

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน
เป็น "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา" 

เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
เป็น "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร" 

พระองค์เจ้าโสมสวลี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
เป็น - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 

พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
เป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ : 

พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
เป็น "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ" :

ลำดับโปเจียม ในสมัยรัชกาลที่ 10 และพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ

ชื่อเต็มทุกพระองค์ที่ได้รับการสถาปนายศใหม่

1. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

2. สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

3. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

4. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

5. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

6. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

7. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

8. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

9. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

10. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

11. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

12. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

13. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

ความรู้ตัว ความรู้รอบทั่วโลก พร้อมคำตอบ

ความรู้ตัว ความรู้รอบทั่วโลก พร้อมคำตอบ เยอะมากๆ
1. เงินตอบแทนความชอบให้แก่ทหารออกประจำการคืออะไร - (เบี้ยหวัด)
2. หน่วยนับ กระดาษเรียกว่าอะไร - (รีม)
3. กระดาษ 1 รีมมีทั้งหมดกี่แผ่น - (480แผ่น)
4. คำ สอนของพระพุทธเจ้า 84,000 พระธรรมขันธ์สิ่งที่เป็นแก่นพระพุทธธรรมคืออะไร - (อริยสัจ 4)
5. "ฐานันดรที่ 4" เรียกคนในอาชีพใด - (นักหนังสือพิมพ์)


6. ดอกกระถินเทศ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร - (ดอกคำใต้)
7. อาวุธพกประจำตัวของชาวใต้ในอดีต คืออะไร - (กริช)
8. ไวรัส บี. เป็นต้นเหตุให้เกิดโรคอะไร - (ตับอักเสบ)
9. ภาคใต้ของไทยใช้สัตว์ใดลากเกวียน - (ควาย)
10. ม้าลายมีลายสีอะไร - (ลายสีขาว)

11. ม้าเมื่อมันโกรธ จะแสดงอาการอย่างไร - (หูจะลู่ไปข้างหลัง)
12. พ่อไก่อูกับแม่ ไก่แจ้ผสมกันออกลูกเป็นไก่อะไร - (ไก่พันทาง)
13. คนโบราณเรียกพี่สาวคนโตว่า อะไร - (เอื้อย พี่สาวคนรองว่าอี่)
14. เลือกควายดีดูอย่างไร - (มีกีบเอียง จมูกบาน หลังตรง โครงใหญ่)
15. "โพคาฮอนตัส" คือใคร - (เจ้าหญิงอินเดียนแดง ซึ่งพบรักกับกัปตันจอห์นสมิธ จนเป็นตำนาน)

16. ดินแดนแห่งใดได้ชื่อเป็นดินแดนแห่ง การปฏิวัติ - (อเมริกาใต้)
17. โรคเมราโดมา คือโรคอะไร - (อาบแดดเกินขนาด)
18. นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ให้เอกราชแก่อินเดียปี 2490 คือใคร - (คลีเมนต์ แอ ตลี)
19. "วังหน้า" คือวังของใคร - (วังที่ประทับของพระมหาอุปราชา)
20. ทะเลสาบน้ำ จืดที่งดงามของเชียงใหม่ชื่ออะไร - (อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า)

21. สงครามมหา เอเชียบูรพาคือสงครามอะไร - (ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับพันธมิตร ส่งทหารยึดประเทศต่าง ๆ ในเอเชียช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2)
22. ยาสลบทำจากอะไร - (คลอโรฟอร์ม)
23. อาหารกระป๋องที่สมบูรณ์ เก็บไว้ได้นานเท่าไร - (1 ปี)
24. ตำแหน่ง "เชฟ" (Shef) คืออะไร - (หัวหน้าพ่อครัว)
25. อเมริกันฟุตบอลมีผู้เล่นทีมละกี่คน - (11 คน ใครทำแต้มมากกว่าเป็นผู้ชนะ)

26. ในทางเคมี สารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเลือดมนุษย์ที่สุด คืออะไร - (น้ำทะเล)
27. อันตน ฟัน เลเวนฮุก ชาวฮอลันดาพบอะไร - (จุลชีวัน)
28. บุษราคัม เป็นพลอยสีอะไร - (สีเหลือง)
29. "พระราชพิธีสิบสองเดือน" เป็นพระราชนิพนธ์ของใคร - (รัชกาลที่ 5)
30. หน่วยเงินตราของอังกฤษเรียกว่า อะไร - (ปอนด์)

31. กลิ่นเมนทอลในยาสีฟันทำจากอะไร - (ใบสะระแหน่)
32. มหาหิงคุ์ ยาไทยทาแก้ปวดท้องทำจากอะไร - (ยางไม้ชนิดหนึ่ง)
33. เห็ดราซึ่งเกิดจากการหมักดอง หรือบูด ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเรียกว่าอะไร - (ยีสต์)
34. ผู้ปกครองสิงคโปร์ใน อดีตคือใคร - (อังกฤษ)
35. บั้งไฟดีที่สุดเป็นของจังหวัดใด - (ยโสธร)

36."พระราชินีแห่งพรหมจรรย์" เป็นสมญานามของใคร - (พระนางอลิซาเบธที่ 1)
37. เกาะใดเคยเป็นส่วนหนึ่งของทวีปออสเตรเลีย - (เกาะแทสมาเนีย)
38. "เมืองปริผาวา" ของ อินเดียในอดีต คือเมืองใดในปัจจุบัน - (เมืองกบิลพัสดุ์ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า)
39.ผลิตภัณฑ์สบู่ใช้น้ำมันอะไรในการผลิต - (น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว)
40.ผงครามที่ใช้ย้อมผ้าทำจากอะไร - (ต้นคราม)

41.แหล่งกำเนิดสุนัขไทย หลังอานอยู่ที่ไหน - (ตราด)
42.คติชาวบ้านเชื่อว่าปลาตัวใดจะช่วยคนเมื่อเรือแตก - (ปลาโลมา)
43.ป่าที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือป่าอะไร - (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน)
44."มอลลา โฮลิก" เป็นชื่อเรียกกลุ่มคนที่เป็นโรคอะไร - (ชอบเดินช้อปปิ้งในศูนย์การค้า)
45.คนไทยรู้จักปลาทูน่าอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร - (ปลาโอ)

46.พระสุนทรโวหาร (ภู่) เกิดในรัชสมัยใด - (รัชกาลที่ 1)
47.ไทยเรียกลมชนิด หนึ่งว่า "ลมงวงช้าง" คือลมอะไรในอเมริกา - (ทอร์นาโด)
48."โพไซดอน" เป็นเทพยเจ้าแห่งทะเลของใคร - (ชาวกรีก)
49.การฉีดทูเบอร์คูลินเข้าที่ท้องแขนเพื่อ ทดสอบโรคอะไร - (วัณโรค ถ้าเป็นโรคจะมีตุ่มสีแดงที่จุดฉีด)
50.เจ.เอ็ม.แบร์รี่ เขียนหนังสือเรื่องอะไร - (ปีเตอร์แพน)

51."ดินแดนแห่งกระต่าย" เป็นชื่อเรียก ประเทศใด - (สเปน)
52.ใครแต่งเพลง "ออลด์ แลง ไซน์" - (โรเบิร์ต เบิร์นส)
53."เซมเปิล วัคซีน" คือวัคซีนป้องกันโรคอะไร - (พิษสุนัขบ้า)
54.ประเทศยูกันดาอยู่ ในทวีปอะไร - (ทวีปแอฟริกา)
55. เห็ดชนิดเดียวที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติคือเห็ดอะไร - (เห็ดโคน)

56.สารโมโนโซเดียม แอลกลูตาเมท รู้จักอีกนามหนึ่งคืออะไร - (ผงชูรส)
57.นกตัวใดเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกา - (นกอินทรีหัวขาว)
58.ยาฆ่าแมลงหลายชนิด เช่น ดีดีที มีธาตุอะไรเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ - (คลอรีน)
59.บ้านท่าจีนในอดีตคือจังหวัดอะไร - (สมุทรสาคร)
60.โรคอัลไซเมอร์ ทำให้ร่างกายส่วนไหนผิดปกติ - (สมองเสื่อม)

61. เมืองใดของศรีลังกาได้ชื่อ "เมืองแห่งเพชรพลอย" - (รัตนปุระ)
62.เทศกาลหิมะ "สโนว์ เฟสติวัล" จัดทุกปีในเมืองใด - (ซับโปโร เกาะฮอกไกโด ญี่ปุ่น)
63. ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ได้รับการยกย่องอย่างไร - (บิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่)
64.วิกตอเรีย เป็นเมืองหลวงของเขตปกครองพิเศษแห่งใดของจีน - (ฮ่องกง)
65.ปราชญ์จีน "จ้งหนี แซ่ขง" คือใคร - (ขงจื้อ)

66.เราเรียกใครว่า "ไต้ก๋ง" - (นายท้ายเรือสำเภาหรือเรือจับปลา)
67.ชาวสิงหลและทมิฬ เป็นคนของประเทศใด - (ศรีลังกา)
68.สเปนหมดอำนาจทางทะเลเพราะแพ้สงครามใคร - (เรือสเปน 130 ลำพ่ายแพ้อังกฤษ)
69.นักบุญองค์ใดเผยแพร่พระคริสต์ธรรมคาทอลิกในเอเชีย - (ซาเวียร์)
70.อุตสาหกรรมผลิตเบียร์ใช้ข้าวอะไร - (ข้าวบาร์เลย์,ข้าวมอลท์)

71.ป่าสักทองผืนสุดท้ายของไทยอยู่ที่ไหน - (อุทยานแห่งชาติแม่ยมจังหวัดแพร่)
72.โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทางภาคใต้มีชื่อเรียกอะไร - (ปอเนาะ)
73. "เซาท์ แปซิฟิก" เป็นชื่อเรียกเกาะแห่งใด - (เกาะโพลีนีเซีย)
74.เมืองใดในเอเชียตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่โคลัมบัส - (โคลอมโบ เมืองหลวงของศรีลังกา)
75.กระดาษสาทำจากต้นอะไร - (ต้นสา หรือปอสา)

76.ใครปลดปล่อยยิวจากการเป็น ทาสของอียิปต์โบราณ:::(โมเสส)
77.นครหลวงของทิเบตชื่ออะไร - (ลาซา)
78.เพลง "อินเตอร์เนชั่นแนล" ร้องกันในหมู่เหล่าใด - (ชาวมาร์กซิสม์)
79.สถานที่ประชุมทำศาสนกิจของชาวมุสลิมเรียกอะไร - (สุเหร่า หรือมัสยิด)
80.ลมที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือในปลายฤดูฝน คือลมอะไร - (ลมสลาตัน)

81.กลุ่มประเทศอักษะในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีประเทศใด - (เยอรมนี, อิตาลี และญี่ปุ่น)
82.อังกะลุง เป็นเครื่องดนตรีของชาติใด - (ชวา)
83.ตัวยา AZT และ DDI ใช้รักษาโรคอะไร - (เอดส์)
84.ในอังกฤษมีพรรคการเมืองกี่พรรค - (2 พรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคแรงงาน)
85.หนังสือ ไมน์ แคมฟ์ "การต่อสู้ของข้าพเจ้า" เป็นของใคร - (ฮิตเลอร์)

86.เมืองใดในยูโกสลาเวียเป็นชนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 - (ซาราเจโว)
87.ใครเขียนเรื่อง "ไอแวนโฮ" และ "ร็อบ รอย" - (เซอร์ วอลเตอร์ สกอต)
88.คำไทย "เบอร์" หมายเลขลำดับ มาจากคำอังกฤษว่าอะไร - (นัมเบอร์ number)
89.สถาบันเฝ้าระวังภัยโลกตั้งอยู่ที่ไหน - (กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.)
90.พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1,2,3 และ 4 อยู่ในวัดใด - (วัดพระเชตุพนฯ)

91.มดที่ทำงานง่วนอยู่ทั้งวัน เป็นมดตัวผู้หรือตัวเมีย - (ตัวเมีย)
92.สะพานโกลด์เด้นเกท เป็นสะพานแขวนที่มีชื่อเสียงของที่ใด - (ซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ)
93."บันดาร์ เสรี เบกาวัน" เป็นเมืองหลวงของประเทศใด - (บรูไน)
94.ทหารเรือไทยยกย่องเรือลำใดว่าเป็นเรือครู - (เรือรบแม่กลอง)
95.ทองคำแท้มีกี่กะรัต - (24 กะรัต)

96.รูปเทพารักษ์ที่ประดิษฐานไว้ในศาลพระภูมิเรียกว่าอะไร - (เตว็ดหรือเจว็ด)
97.การประชุมเอเปค (APEC) เป็นความริเริ่มของชาติไหน - (ออสเตรเลีย)
98.กวางเรนเดียร์ถูกใช้งานลากล้อเลื่อนในที่ใด - (ยุโรปเหนือ)
99.สิงโตตัวผู้ และเสือตัวเมีย ผสมกันออกลูกเรียกอะไร - (ไลเกอร์ liger)
100. รางวัลพูลิตเซอร์ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ใคร - (โจเซฟ พูลิตเซอร์ นักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกัน)

101.เลขของโรมัน M เท่ากับจำนวนเลขอะไร - (1,000)
102.ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีมากที่สุดในประเทศไหน - (บราซิล)
103.ที่เรียกว่า "อินเดียน อิ้งค์" เป็นหมึกจากประเทศใด - (จีน)
104.นิจศีล ศีลที่ควรรักษาเป็นนิจได้แก่ศีลอะไร - (ศีล 5)
105."แม่น้ำแห่งหญ้า" เป็นชื่อเรียกสถานที่แห่งใด - (บึงเอเวอร์ เกลด รัฐฟลอริดา)

106. อินเดียและปากีสถานแย่งกรรมสิทธิ์ในดินแดนแห่งใด - (แคชเมียร์)
107.รางวัลเอ็มมี มอบให้แก่ผู้สร้างงานอะไร - (นักแสดงทางโทรทัศน์)
108.ทั่วโลกมีโลหปราสาทอยู่กี่แห่ง:::(3 แห่ง อินเดีย ศรีลังกา และไทย)
109.ที่แห่งใดได้ชื่อ "โบสถ์แห่งจักรภพอังกฤษ" - (วิหารเวสต์มินเตอร์)
110.นักแต่งเทพนิยายอันลือชื่อของเดนมาร์กคือใคร - (ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน)

111.รางวัลผลงานดนตรียอดเยี่ยมของนักร้องอเมริกันคืออะไร:::(แกรมมี)
112.นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของปากีสถานคือใคร - (นางเบนาซีร์ บุตโต)
113.แคนาดาใช้ภาษาอะไรเป็นทางการ - (อังกฤษ, ฝรั่งเศส)
114.จักรวรรดิอังกฤษรุ่งเรืองเป็นมหาอำนาจทางเรือในสมัยของใคร - (พระนางเจ้าวิกตอเรีย)
115.นักรบไวกิ้งแห่งสแกนดิเนเวียมีความสามารถอะไร - (การเดินเรือ ต่อเรือ การรบใช้ดาบและขวาน)

116.นักมวยไทยมีศักดิ์ศรีขึ้นชก มักได้อยู่มุมใด - (มุมแดง)
117.ต้นแม่น้ำแยงซีเกียงอยู่ที่ไหน - (ที่ราบสูงทิเบต)
118.กรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขตั้งขึ้นในรัชสมัยใด - (รัชกาลที่ 5)
119.ใครเป็นหัวหน้าเสรีไทยในเมืองไทย - (นายปรีดี พนมยงค์)
120.คัมภีร์ว่าด้วยวินัยของสงฆ์ 227 ข้อ เรียกว่าอะไร - (ปาติโมกข์)

121. บิดาแห่งวิชาดนตรีในปัจจุบันคือใคร - (โยฮันน์ ซีบาสเตียน บ๊าค)
122. คาบสมุทรแห่งใดใหญ่ที่สุดในโลก - (คาบสมุทรอินเดีย)
123. "ซิลิคอน แวลลีย์" ของมาเลเซียอยู่ที่ไหน - (ปีนัง)
124. ม้าลายเป็นสัตว์พื้นเมืองของทวีปอะไร - (แอฟริกา)
125. รัฐสภาคอร์เตส เป็นสภาของประเทศใด - (สเปน)

126. "นีซเซท" คือสภาของประเทศใด - (อิสราเอล)
127. สเปนและอิตาลีใช้สัตว์ใดบรรทุกสัมภาระ - (ลา)
128. ปลายี่สกเป็นปลาพื้นเมืองของชาติใด - (อินเดีย)
129. มหาราชองค์ใดของอินเดียเผยแพร่พุทธศาสนา - (พระเจ้าอโศก)
130. สถาปนิกผู้วางผังเมืองฮิโรชิมาที่ย่อยยับด้วยระเบิดปรมาณูให้เป็นเมืองใหม่คือใคร - (มาซาโตะ โอทากะ)

131.เครื่องสังคโลกเป็นศิลปะการทำเครื่องเคลือบดินเผาในสมัยใด - (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช)
132.ขบวนเรือพยุหยาตราชลมารคเป็นพระราชพิธีอะไร - (ทอดพระกฐิน)
133.พระอุโบสถหินอ่อนที่สวยงามอยู่ในวัดแห่งใด - (วัดเบญจมบพิตรฯ)
134.หม้อสูบยาของชาวอาหรับเรียกว่าอะไร - (มอระกู่)
135.ฮินดูมีกี่วรรณะ - (4 วรรณะ พราหมณ์,กษัตริย์, แพศย์และศูทร)

136.วันประสูติของพระพุทธเจ้าคือวัดใด - (วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6)
137.เด็กชายเงาะคนัง เป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์พระองค์ใด - (รัชกาลที่ 5)
138.พิธีมอบรางวัลออสการ์จัดขึ้นที่ไหน - (ลอสแองเจลิส มิวสิก เซ็นเตอร์)
139.เซอร์ เฟรเดอริก แบ๊นติง แพทย์ชาวแคนาดาพบอะไร - (อินซูลิน แก้โรคเบาหวาน)
140.โรคโลหิตจางเกิดจากการขาดสารอาหารอะไร -(เหล็ก)

141.โรคปากนกกะจอกเกิดจากการขาดสารอาหารอะไร - (วิตามินบี2)
142.พระพุทธเจ้าปรินิพพานเมื่อพระชนมายุเท่าใด - (80 พรรษา)
143.ภาษาทางการบิน เขียนอักษรย่อของประเทศไทยอย่างไร:::(TH)
144. "ไอเอสเอส 9000" คืออะไร - (ระบบบริหารคุณภาพขององค์กร)
145.ไวน์ของรัฐใดในสหรัฐฯถือว่าดีที่สุด - (แคลิฟอร์เนีย)

146.ช้างนอนอย่างไร - (ยืนหลับแบบ 3 ขา ใช้ข้างหนึ่งเขย่งไว้)
147."บูลิเมีย" คือชื่อเรียกอะไร - (คนกินอย่างไม่ยั้ง กลัวอ้วนจึงใช้วิธีอาเจียน ใช้ยาระบาย)
148.ภูเขาไซนายมีความสำคัญต่อชาวยิวอย่างไร - (เป็นที่โมเสสได้รับพระราชบัญญัติจากพระเจ้า)
149.ผู้ประกาศอิสรภาพให้เวเนซุเอลาในศตวรรษที่ 19 คือใคร - (ซีโมน โบลิวาร์)
150.สาธารณรัฐเวเนซุเอลาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอะไร - (สาธารณรัฐโบลิวาเรียแห่งเวเนซุเอลา)

151. สวนรอบพระราชวังแวร์ซายส์ใครออกแบบ - (อังเดร เลอ โนทร์)
152. อาหารซุปรังนกได้จากรังของนกอะไร - (นกนางแอ่น)
153. รถประจำตำแหน่งของสมเด็จพระสังฆราชเรียกว่ารถอะไร - (รถประเทียบ)
154. ผู้ก่อตั้งประเทศปากีสถานคือใคร - (โมฮัมหมัด อาลี จินนาห์)
155. ใครได้ชื่อ "บิดาแห่งทัพเรือไทย" - (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

156. ไทยเลี้ยงควายปลักเพื่อบริโภคเนื้อ อินเดียเลี้ยงควายน้ำไว้ทำไม - (บริโภคนม)
157. การทำฝนหลวงเป็นของหน่วยงานใด - (สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร)
158. วิลเบอร์และออร์วิล ไรท์ พี่น้องชาวอเมริกันสร้างอะไร - (เครื่องร่อน-เครื่องบิน)
159. ผู้รวบรวมดินแดนบนผืนทะเลทรายเป็นอาณาจักรซาอุดีอาระเบียคือใคร - (อับดุลลาซิส)
160. กราบเบญจางคประดิษฐ์กราบอย่างไร - (ให้อวัยวะทั้ง 5 เข่าทั้ง 2 มือทั้ง 2 และหน้าผากจดลง
กับพื้น)

161. "ปูมะพร้าว" ปูเสฉวนที่ใหญ่ที่สุด เป็นสัตว์พื้นเมืองของประเทศใด - (ประเทศเซเซส์ หมู่เกาะมหาสมุทรอินเดียตะวันตก)
162. จีนแพ้สงครามใดเป็นครั้งแรกให้กับมหาอำนาจตะวันตก - (สงครามฝิ่น)
163. สิ่งใดที่ควรปฏิบัติเมื่อจะต้องกินยาแอสไพริน - (กินหลังอาหาร)
164. รัฐประหารครั้งแรกในประเทศไทยมีใครเป็นหัวหน้า - (พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา)
165. ผู้เข้าสงเคราะห์คนชราทั้งหญิงชายต้องมีอายุเท่าไร - (ชาย 65 หญิง 60 ขึ้นไป)

166. ดาวเคราะห์ดวงใดอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ - (พลูโต)
167. แม่น้ำโพโทแม็กไหลผ่านเมืองหลวงใด - (กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.)
168. เคจีบี. เป็นหน่วยสืบราชการลับของประเทศใด - (รัสเซีย)
169. เมืองหลวงของสาธารณรัฐเชชเนียคืออะไร - (กรุงกรอซนีย์)
170. พื้นที่ปลูกกล้วยไม้มีมากที่จังหวัดใด - (กรุงเทพฯ, สมุทรสาคร, นครปฐม)

171. พระราชบัญญัติประถมศึกษาทุกคนต้องจบ ป. 4 มีขึ้นในรัชสมัยใด - (รัชกาลที่ 6)
172.ด้านหลังของกระจกส่องหน้าใช้อะไรเคลือบ - (ปรอท)
173. "พระรอด" เป็นชื่อพระเครื่องของจังหวัดใด - (ลำพูน)
174. ฟ้อนนางนก ฟ้อนนกยูง เป็นของชนชาติใดในแม่ฮ่องสอน - (ไทยใหญ่)
175. ราชวงศ์ใดของจีน เป็นสมัยที่ศิลปวิทยารุ่งเรืองที่สุด - (ราชวงศ์หมิง)

176. ฟุตบอลโลกหญิงแข่งครั้งแรกที่ไหน - (จีนปี 2534)
177. นายกรัฐมนตรีคนใดของสิงคโปร์อยู่ในตำแหน่งนานถึง 31 ปี - (ลีกวนยิว)
178. ผสมฟลูออรีนลงในน้ำดื่มเล็กน้อย เพื่อป้องกันอะไร - (ฟันผุ)
179.ตุรกีกับกรีซไม่ลงรอยกันเพราะอะไร - (พิพาทเรื่องเกาะร้างในน่านน้ำทะเลเอเจียน)
180. นายพลอเมริกันผู้บัญชาการกองทัพฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองคือใคร - (นายพลโรเบิร์ต อี.ลี)

181. คนไทยเริ่มปลูกฝีเพื่อป้องกันไข้ทรพิษในรัชกาลใด - (รัชกาลที่ 6)
182. รัฐบุรุษคนใดของอังกฤษเขียนเรื่อง "ยูโธเปีย" - (ธอมัสมอร์)
183. ชาวติมอร์คนใดได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ - (โจเซ รามอส ฮอร์ตา)
184.น้ำที่ดื่มเวลาถวายสัตย์ต่อพระเจ้าแผ่นดินเรียกว่าอะไร - (น้ำพระพิพัฒน์สัตยา)
185. กีฬาแห่งชาติจัดแข่งกี่ปีต่อครั้ง - (2 ปี)

186. ร่างกายของมนุษย์มีกระดูกกี่ชิ้น - (206 ชิ้น)
187. สนามบินดอนเมืองมีเครื่องบินขึ้นลงวันละประมาณกี่เครื่อง - (350 กว่าเครื่อง)
188. เครื่องบินโดยสารลำใดเล็กที่สุดในโลก - (โบอิ้ง 717)
189. เกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นคือเกาะใด - (เกาะนิปปอน)
190. เกาะสุดท้ายของญี่ปุ่นที่สหรัฐฯ โจมตี ก่อนญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 คือเกาะอะไร - (โอกินาวา)

191. ที่เรียกว่าถลุงแร่ทำอย่างไร - (ใช้ความร้อนสุมสินแร่เพื่อไล่ขี้แร่ออก เอาไว้แต่เนื้อโลหะ)
192. ชายที่เป็นต้นตระกูลเรียกว่าอะไร - (บรรพบุรุษ ผู้หญิงเรียกบรรพสตรี)
193. คนจีนเรียกปลาหลี่ฮื้อ คนไทยเรียกปลาอะไร - (ปลาไน)
194. ใครพูด "มนุษยชาติจะต้องนำอวสานมาสู่สงคราม มิฉะนั้นสงครามจะนำอวสานมาสู่มนุษยชาติ" - (ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้)
195. เมืองใดในอิตาลีที่งดงามจนมีผู้กล่าว "ต้องมาเห็นก่อนตาย" - (เมืองเนเปิลส์)

196. ใครพบน้ำตกแองเจิล - (เจมส์ แองเจิล)
197. ตามความเชื่อ นรกขุมไหนมีการลงโทษหนักที่สุดไม่ผุดไม่เกิด - (โลกันตร์)
198. เมืองใดในเยอรมนีเป็นที่พิจารณาคดีอาชญากรสงครามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 - (นูเรมเบอร์ก)
199. ปืนกระบอกใหญ่ที่สุดของไทยคือปืนกระบอกใด - (ปืนใหญ่พญาตานี)
200. วันที่ 19กันยายนของทุกปีเป็นวันสำคัญอะไร - (วัดพิพิธภัณฑ์ไทย)

201. ใครพูด "คนกัดหมาต้องเป็นข่าว" - (จอห์น โบการ์ด บก. หนังสือพิมพ์นิวยอร์กซัน)
202. การแข่งขันกอล์ฟประเพณียกทีมสหรัฐฯ กับทีมจากยุโรปชิงถ้วยอะไร - (ไรเดอร์คัพ)
203. สนธิสัญญาฉบับใดที่เยอรมนี, อิตาลีและญี่ปุ่นร่วมกันทำสงครามโลกครั้งที่ 2 - (สนธิสัญญาเบอร์ลิน)
204. "เกาะหินปะการัง" คือเกาะไหนของไทย - (เกาะล้าน)
205. หอดูดาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่ไหน - (เขาปาโลมาร์ แคลิฟอร์เนีย)

206. โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมงดงามที่สุดในกรุงเอเธนส์คือโบสถ์อะไร - (พาธินอน)
207. ปูนปิดทอง นวนิยายได้รับรางวัลซีไรท์เป็นงานเขียนของใคร - (กฤษณา อโศกสิน)
208. ภาพของพระปรางค์องค์ใดอยู่หลังธนบัตรใบละ 500 บาท - (ปรางค์สามยอด)
209. กษัตริย์ไทยพระองค์ใดประกาศเลิกทาส - (รัชกาลที่ 5)
210. ใยของไม้ต้นใดใช้ทอผ้าลินิน - (แฟลกซ์)

211. ใครออกแบบคุกคลองเปรมในสมัยรัชกาลที่ 5 - (กราซี่ ชาวอังกฤษ)
212. เทนนิส 4 รายการใหญ่มีอะไร - (ออสเตรเลีย โอเพ่น, เฟรนซ์ โอเพ่น,วิมเบิลดัน และยูเอส โอเพ่น)
213. ใครพูด "มนุษย์ทำลายตนเอง โดยไม่ต้องให้พระผู้เป็นเจ้าดลบันดาล" - (นิทเช นักปรัชญา ชาวเยอรมัน)
214. พระตำหนักพระที่นั่งพระราชวังสนามจันทร์อยู่ในจังหวัดอะไร - (นครปฐม)
215. เรือพระที่นั่งลำใดได้รับรางวัล "มรดกทางทะเล" ขององค์การเรือโลก - (สุพรรณหงส์)

216. หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศใดมีกองเรือใหญ่ที่สุดในโลก - (สหรัฐฯ)
217. ผู้ให้กำเนิดรักบี้ฟุตบอลคือใคร - (วิลเลียม เอลลิส)
218. สิทธิพิเศษทางการค้าที่สหรัฐฯ มีให้แก่ประเทศอื่น ๆ เรียกย่อ ๆ ว่าอะไร - (จี.เอส.พี)
219. สวนงูแห่งแรกของโลกอยู่ที่ไหน - (บราซิล ไทยเป็นแห่งที่ 2)
220. ชาวทิเบตใช้สัตว์ตัวใดบรรทุกสิ่งของ - (จามรี)

221. นกแสกเป็นสัตว์ทำประโยชน์แก่กสิกรอย่างไร - (ช่วยจับหนูกินข้าวในนา)
222. แม่น้ำอะไรไหลผ่านกรุงปารีส - (แม่น้ำเซน)
223. "อาเซม" (ASEM)คืออะไร - (ความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรป ด้านการเมืองเศรษฐกิจและการ
เงิน)
224. "เงินรูเบิล" เป็นเงินเหรียญของประเทศใด - (รัสเซีย)
225. แอลเบเนียประเทศในแหลมบอลข่าน พลเมืองส่วนใหญ่นับถือศาสนาใด - (อิสลาม)

226. ระบบชลประทานน้ำหยดเป็นความคิดของชาติใด - (อิสราเอล)
227. ถ้วยเวบบ์ เอลลิส เป็นถ้วยชนะเลิศรายการอะไร - (รักบี้โลก ชื่อถ้วยเป็นเกียรติแก่วิลเลียม เวบบ์ เอลลิสผู้กำเนิดกีฬารักบี้)
228. ชาวเบดูอินเลี้ยงสัตว์เร่รอนในทะเลทราย เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศใด - (ซาอุดีอาระเบีย)
229. ชาวอินเดียนแดงอยู่ในรัฐใดของสหรัฐฯ มากที่สุด - (อริโซนา ซึ่งเป็นรัฐที่มีภูเขามาก)
230. คนไทยอยู่ในรัฐใดของสหรัฐฯ มากที่สุด - (ลอสแองเจลิส)

231. ใครออกทุนตั้งสถาบันสมิธโซเนียนในสหรัฐ - (เจมส์ สมิธ-ซัน ชาวอังกฤษ)
232. "แลนด์บริดจ์" คือชื่ออะไร - (ขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าระหว่างมาเลเซียและลาวโดยผ่านไทย)
233. ใครเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของปานามา - (นางไมร์ยา มอสโคโซ)
234. ราชวงศ์โรมานอฟ ราชวงศ์สุดท้ายของรัสเซียล่มสลายเพราะอะไร - (ปฏิวัติรัสเซีย)
235. ปี 2495 มองโกเลียถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน มองโกเลียเหนืออยู่ในรัสเซีย มองโกเลียใต้อยู่ในประเทศใด - (จีน)

236. ญี่ปุ่น จีนและทิเบต นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเหนือนิกายใด - (มหายาน)
237. "งานฉลองเพราเฮรา" ในเมืองแคนดี้ ศรีลังกาคืองานอะไร - (งานฉลองพระธาตุเขี้ยวแก้ว)
238. บุคคลแรกที่มีปลาทองเป็นสัตว์เลี้ยงในฝรั่งเศสคือใคร - (มาดาม เดอ ปอมปาดูร์)
239. ยูเนสโกยกย่องสิ่งใดในกำแพงเพชรเป็นเมืองแห่งมรดกโลก - (อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)
240. พื้นที่แห่งใดของไทยรับพลังงานแสงอาทิตย์สูงสุด - (ตอนล่างของตะวันออกเฉียงเหนือ และบางส่วนของภาคกลาง)

241. สะพานเดียวแห่งใดของไทยที่ยังใช้ระบบไฟฟ้าเปิดปิดเพื่อให้เรือผ่าน - (สะพานกรุงเทพ)
242. ประเทศใดใหญ่สุดในอเมริกาใต้ - (บราซิล)
243. งูสิงและงูทางมะพร้าวทำประโยชน์อะไรแก่ชาวนา - (กินหนูในนาข้าว)
244. เจดีย์ที่บรรจุเครื่องบริขารของพระพุทธเจ้าเรียกว่าอะไร - (บริโภคเจดีย์)
245. ประเทศฟีนีเซียในอดีต เป็นที่ตั้งของประเทศใดในปัจจุบัน - (ซีเรีย)

246. ประเทศใดในเอเชียที่มีท่าเรือใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก - (สิงคโปร์)
247. การ์ตูนตัวแรกตัวใดที่ได้รับเกียรติพิมพ์บนแสตมป์ญี่ปุ่นคือ - (แอสโทรบอย หุ่นยนต์อนาคต)
248. รถออฟโรดคือรถประเภทใด - (รถขับเคลื่อนสี่ล้อ มีความแข็งแกร่งสมบุกสมบัน)
250. โรคซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนมีโรคอะไร - (ไวรัสตับอักเสบ บี, วัณโรค, คอตีบ, ไอ
กรน ฯลฯ)

251. ทัณฑนิคมแห่งแรกของไทยตั้งขึ้นที่ไหน - (ยะลา)
252. ยาปฏิชีวนะขนานแรกที่มนุษย์นำมาใช้บำบัดรักษาโรคคืออะไร - (ยาซัลฟา ซึ่งอเล็กซานเดอร์
เฟลมมิง เป็นผู้ค้นพบ)
253. ระบบขนาดใหญ่ของดาวฤกษ์ ประกอบด้วยกลุ่มดาวฤกษ์เนบิวลาและเทห์ฟากฟ้าอื่น ๆ คืออะไร - (กาแล็กซี)
254. กีฬาหมากรุกชิงแชมป์โลกจัดแข่งที่ไหน - (กรุงบาร์เซโลนา สเปน)
255. พาบโล ปิคาสโซ ชาวสเปน ผู้ริเริ่มการเขียนภาพสมัยใหม่แบบใด - (คิวบิสม์)

256. เซอร์ไอแซค พิทแมน ชาวอังกฤษคิดอะไร - (ชวเลข)
257. ผู้ก่อตั้งรัฐเพนซิลวาเนียคือใคร - (วิลเลียม เพนน์)
258.เมืองหลวงของสเปนคือเมืองใด - (มาดริด)
259. ไทยมีเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์ใช้ในรัชกาลใด - (รัชกาลที่ 4)
260. เศวตรฉัตร เครื่องหมายแห่งความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นฉัตรสีอะไร - (สีขาว)

261. "สาวเครือฟ้า" ได้โครงเรื่องจากอุปรากรเรื่องอะไร - (มาดาม บัตเตอร์ฟลาย)
262. ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยน้ำปริมาณเท่าใด - (ร้อยละ 70 ของน้ำหนัก)
263. กฎบัตรสหประชาชาติเขียนขึ้นที่ใด - (เมืองซานฟรานซิสโก)
264. แข่งกอล์ฟที่เรียกว่า "บิกโฟร์" มีรายการอะไร - (กอล์ฟมาสเตอร์, ยูเอส โอเพ่น, บริติช โอเพ่นและพีจีเอ.)
265. สิงโตทะเลต่างจากแมวน้ำอย่างไร - (สิงโตทะเลมีหูยื่น สามารถใช้ขาหน้าได้อย่างอิสระ)

266. จัตุรัสบาบินห์เป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ผู้นำคนใดของเวียดนาม - (โฮจิมินห์)
267. เอ็ดวิน เอช. แลนด์ ประดิษฐ์อะไร - (กล้องโพลารอยด์)
268. ใครเป็นผู้ตั้งบริษัทประกันภัยลอยด์ - (เอ็ดเวิร์ด ลอยด์)
269. ใครเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงทรอย - (ไพรแอม)
270. "แซมซัน" ในนิยายโบราณ กับ "ซิยินกุ้ย" ของจีนมีอะไรที่เหมือนกัน - (มีพละกำลังมากผิดปกติ)

271. พระพุทธธรรมทิฐิศาสดา เป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยแห่งใด - (ธรรมศาสตร์)
272. "บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์" คือใคร - (อาดัม สมิธ ชาวอังกฤษ)
273. โบสถ์ศาสนาคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือโบสถ์ใด - (โบสถ์เซนต์ปีเตอร์)
274. นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเปลี่ยนชื่อเป็นเลนินกราดเพราะอะไร - (อนุสรณ์แก่เลนินนักปฏิวัติรัสเซีย)
275. แหล่งปลาชุมในทะเลเหนือมีชื่อว่าอะไร - (ดอกเกอร์แบงก์)

276 .ผู้คนในแอนดีสใช้สัตว์ตัวใดบรรทุกสิ่งของ - (ลามา)
277. กลุ่มชนใดต่ำช้าสุดในสังคมฮินดูของอินเดีย - (จัณฑาล)
278. ผู้สืบราชสมบัติของอังกฤษต้องนับถือศาสนาคริสต์นิการอะไร - (โปรเตสแตนต์)
279. "วันแบซตีลส์" ของฝรั่งเศสสำคัญอย่างไร - (ประชาชนทลายคุกแบซตีลส์ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2332)
280. ฝรั่งเศสกับสเปนมีเทือกเขาใดขวางกั้น - (พีรินีส)

281. นักบินอวกาศอายุมากที่สุดที่เดินทางท่องอวกาศคือใคร::: (จอห์น เกลน)
282. ISBN คืออะไร::: (เลขประจำหนังสือสากล International Standard Book Number)
283. ซูปเปอร์โบลว์ คือการแข่งขันกีฬาอะไร::: (อเมริกันฟุตบอล)
284. นักฟุตบอลอังกฤษโดนใบเหลืองกี่ใบถึงพักหนึ่งนัด::: (5 ใบ)
285. ใครเป็นลูกเสือไทยคนแรก::: (นายชัช บุนนาค)

286. ทำไมเสือดาวจึงเป็นเสือที่มีชีวิตรอดได้มากกว่าเสืออื่น::: (มันหากินได้หลากหลาย)
287. โสเครตีส, เปลโต และอริสโตเติล เป็นนักปรัชญาชาวอะไร::: (กรีก)
288. ทวีปที่เป็นน้ำแข็งชั่วนาตาปีคือทวีปอะไร::: (แอนตาร์กติกา)
289. ทำไมเสือดาวจึงเป็นเสือที่มีชีวิตรอดได้มากกว่าเสืออื่น - (มันหากินได้หลากหลาย)
290. ลิงตัวใดช่วยเกษตรกรเก็บพืชผล - (ลิงกัง)

291. ใครคิดไทม์ แคปซูล -(ดร. ทอร์นเวล จาคอป)
292. ดาวดวงใดเมื่อส่องกล้องดูมีรูปเป็นจานรอบ - (ดาวเสาร์)
293. ใช้ไม้อะไรทำเสาเรือนบ้าน - (ไม้เต็งรัง เป็นไม้ป่าเนื้อแข็ง มีแก่นมาก)
294. นักบินอวกาศอายุมากที่สุดที่เดินทางท่องอวกาศคือใคร - (จอห์น เกลน)
295. ISBN คืออะไร - (เลขประจำหนังสือสากล International Standard Book Number)

296. ซูปเปอร์โบลว์ คือการแข่งขันกีฬาอะไร - (อเมริกันฟุตบอล)
297. นักฟุตบอลอังกฤษโดนใบเหลืองกี่ใบถึงพักหนึ่งนัด - (5 ใบ)
298. ใครเป็นลูกเสือไทยคนแรก - (นายชัช บุนนาค)
299. สหภาพยุโรปมีสมาชิกกี่ประเทศ - (15ประเทศ)
300. การประกันสังคมมีใช้ครั้งแรกที่ประเทศใด - (สหรัฐฯ)

คุณประโยชน์ต่างๆ ของผัก - Vegetable

คนชอบกินผัก มาทางนี้ คนไม่กินผัก ก็อยากให้อ่านนะคะ

ลำดับ. ชนิด . คุณสมบัติ

1. สะเดา  (Neem  tree). มีเบต้าแคโรทีนสูง   บำรุงสายตา   เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ
2. ผักกาดขาว (Chinese white cabbage). ช่วยระบบย่อยอาหาร  ขับปัสสาวะ  แก้ไอ  มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์
3. ต้นหอม  (Shallot). มีน้ำมันหอมระเหย  บรรเทาอาการหวัด  มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง
4. แครอท (Carrot). เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง  มีแคลเซียม  แพคเตท  ลดระดับ คลอเลสเตอรอลได้
5. หอมหัวใหญ่ (Onion). มีสารฟลาโวนอยด์  ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ  ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

6. คะน้า (Chinese kale). มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง  ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง
7. พริก (Chilli). มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด  ช่วยให้เจริญอาหาร  ขับเหงื่อ
8. กระเจี๊ยบเขียว (Okra). ลดความดันโลหิต  บำรุงสมอง  ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ
9. ผักกระเฉด(Water mimosa). ดับพิษไข้  กากใยช่วยระบบขับของเสีย  เพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร
10. ตำลึง (Ivy  gourd). มีวิตามินเอสูง  ดีต่อดวงตา  เส้นใยจับไนเตรต  ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
11. มะระ (Chinese bitter cucumber). มีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด
12. ผักบุ้ง (Water  spinach). บรรเทาอาการร้อนใน  มีวิตามินเอบำรุงสายตา  ธาตุเหล็กบำรุงเลือด
13. ขึ้นฉ่าย (Celery). กลิ่นหอม  ช่วยเจริญอาหาร  มีวิตามินเอ  บี  และซี  บำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
14. เห็ด (Mushroom). แคลอรีน้อย  ไขมันต่ำ  มีวิตามินดีสูง  ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เสริมกระดูกและฟัน
15. บัวบก (Indian  pennywort). มีวิตามินบีสูง  ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย  บำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ

16. สะระแหน่ (Kitchen mint). กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น  ทำให้ความคิดแจ่มใส  แก้ปวดหัว
17. ชะพลู (Cha-plu). รสชาติเผ็ดเล็กน้อย  แก้จุกเสียด  ขับเสมหะ  มีแคลเซียมสูง
18. ชะอม (Cha-om). ช่วยลดความร้อนในร่างกาย  ขับลมในลำไส้  มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ
19. หัวปลี (Banana  flower). รสฝาด  แก้ร้อนใน  กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนม  มีกากใย  โปรตีน และวิตามินซีสูง
20. กระเทียม (Garlic). ลดไขมันในเลือด  ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท เหล็ก วิตามินซีสูง

21. โหระพา (Sweet  basil). น้ำมันหอมระเหยทำให้โล่งจมูก  ช่วยระบายลม  มีเบต้าแคโรทีน  แคลเซียม
22. ขิง (Ginger). บรรเทาอาการหวัดเย็น  ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน  แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
23. ข่า (Galangal). น้ำมันหอมระเหย  ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  และเชื้อรา
24. กระชาย (Wild ginger). บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ  บำรุงธาตุ  มีวิตามินเอและแคลเซียม
25. ถั่วพู (Winged bean). ให้คุณค่าทางอาหารสูง  มีโปรตีน  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  และสาร  ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว

26. ดอกขจร (Cowslip  creeper). กระตุ้นให้รู้รสอาหาร  ให้พลังงานสูง  ประกอบด้วย  คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  ไขมัน
27. ถั่วฝักยาว (Long bean). มีเส้นใย  ช่วยลดคอเลสเตอรอล  มีวิตามินซี  ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก  บำรุงเลือด
28. มะเขือเทศ (Tomato). มีวิตามินเอสูง  วิตามินซี  รสเปรี้ยว  ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย  และแก้อาการคอแห้ง
29. กะหล่ำปลี (White cabbage). มีกลูโคซิโนเลท  เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง  และมีวิตามินซีสูง
30. มะเขือพวง (Plate brush eggplant). ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด  มีแคลเซียม  และฟอสฟอรัส

31. ผักชี (Chinese  paraley). ขับลม  บำรุงธาตุ  ช่วยย่อยอาหาร  มีน้ำมันหอมระเหย  แก้หวัด  มีวิตามินเอและซีสูง
32. กุยช่าย (Flowering chives). มีกากใยช่วยระบายของเสีย  มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
33. ผักกาดหัว (Chinese radish). แก้ไอ  ขับเสมหะ  เพิ่มภูมิต้านทางโรค  มีสารช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัวได้ดี
34. กะเพรา (Holy basil). แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง  มีเบต้าแคโรทีนสูง  ป้องกันโรคมะเร็ง  และโรคหัวใจขาดเลือดได้
35. แมงลัก (Hairy  basil). ช่วยย่อยอาหาร  ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน  ขับลม  ขับเหงื่อ

36. ดอกแค (Sesbania). กินแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง  เป็นยาระบายอ่อน ๆ  มีวิตามินเอสูง  บำรุงสายตา
37 . หญ้าอ่อน.  กินเพิ่มความคึกคัก  ให้กระชุ่มกระช่วย  หัวใจสูบฉีด

วิชาศิลปะ ความรู้เกี่ยวกับแม่สี

วิชาศิลปะ ความรู้เกี่ยวกับแม่สี

แม่สี (Primary Colour)

แม่สี คือ สีที่นำมาผสมกันแล้วทำให้เกิดสีใหม่ ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากสีเดิม แม่สี มือยู่ 2 ชนิด คือ

1. แม่สีของแสง เกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึม มี 3 สี คือ สีแดงสีเหลือง และสีน้ำเงิน อยู่ในรูปของแสงรังสี ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวที่มีสี คุณสมบัติของแสงสามารถนำมาใช้ ในการถ่ายภาพ ภาพโทรทัศน์ การจัดแสงสีในการแสดงต่าง ๆ เป็นต้น (ดูเรื่อง แสงสี )

2. แม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีที่ได้มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์โดยกระบวนทางเคมี มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน แม่สีวัตถุธาตุเป็นแม่สีที่นำมาใช้ งานกันอย่างกว้างขวาง ในวงการศิลปะ วงการอุตสาหกรรม ฯลฯ แม่สีวัตถุธาตุ เมื่อนำมาผสมกันตามหลักเกณฑ์ จะทำให้เกิด วงจรสี ซึ่งเป็นวงสีธรรมชาติ เกิดจากการผสมกันของแม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีหลักที่ใช้งานกันทั่วไป ในวงจรสี จะแสดงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

วงจรสี   ( Colour Circle) 

วงจรสี ( Colour Circle)
สีขั้นที่ 1 คือ แม่สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน

สีขั้นที่ 2 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 หรือแม่สีผสมกันในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะทำให้เกิดสีใหม่ 3 สี ได้แก่

- สีแดง ผสมกับสีเหลือง ได้สี ส้ม
- สีแดง ผสมกับสีน้ำเงิน ได้สีม่วง
- สีเหลือง ผสมกับสีน้ำเงิน ได้สีเขียว




สีขั้นที่ 3 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีขั้นที่ 2 ในอัตราส่วนที่เท่ากัน จะได้สีอื่น ๆอีก 6 สี คือ

- สีแดง ผสมกับสีส้ม ได้สี ส้มแดง
- สีแดง ผสมกับสีม่วง ได้สีม่วงแดง
- สีเหลือง ผสมกับสีเขียว ได้สีเขียวเหลือง
- สีน้ำเงิน ผสมกับสีเขียว ได้สีเขียวน้ำเงิน
- สีน้ำเงิน ผสมกับสีม่วง ได้สีม่วงน้ำเงิน
- สีเหลือง ผสมกับสีส้ม ได้สีส้มเหลือง

สีและอารมณ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก

- การใช้สีน้ำและสีโปสเตอร์ การระบาย การผสม

สีโปสเตอร์(Poster Color) เป็นสีน้ำชนิดหนึ่งเนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนผสม นิยมบรรจุขวด มีเนื้อสีข้นค่อนข้างหยาบ และมีคุณสมบัติทึบแสง เพราะเติมแป้งหรือเนื้อสีขาวลงไป เรียกว่า “สีแป้ง”

การเขียนภาพด้วยสีโปสเตอร์เป็นงานจิตกรรมที่เป็นกระบวนการสืบเนื่องจากการวาดภาพแรเงา เช่นเดียวกับการเขียนด้วยสีน้ำ คือเปลี่ยนจากการใช้ดินสอระบายน้ำหนักลงบนรูปร่าง รูปทรงที่วาด มาเป็นการใช้สีโปสเตอร์แทน

สีโปสเตอร์เป็นสีที่มีลักษณะขุ่นทึบ เนื้อสีมีลักษณะคล้ายแป้ง ซึ่งแตกต่างจากลักษณะของสีน้ำที่โปร่งใสไม่มีเนื้อสี สีโปสเตอร์เหมือนกันกับสีน้ำตรงที่เมื่อจะใช้ในการระบายภาพวาดจะต้องผสมน้ำก่อน

การฝึกเขียนสีโปสเตอร์ในเบื้องต้นก็เช่นเดียวกับการฝึกเขียนสีน้ำ มักนิยมเขียนจากหุ่นนิ่งเพื่อให้เกิดชำนาญมีทักษะรู้จักสังเกตเห็นลักษณะของสีและค้นพบเทคนิคการระบายสีด้วยตนเอง จากนั้นจึงใช้เทคนิคการเขียนสีโปสเตอร์มาเขียนภาพสื่อความคิด จินตนาการเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆได้ ตามความต้องการ

การเดรียมวัสดุอุปกรณ์ และขั้นตอนการฝึกปฏิบัติการเขียนภาพด้วยสีโปสเตอร์ จะกระทำเช่นเดียวกับการเขียนภาพด้วยสีน้ำ

การระบายสีโปสเตอร์ขั้นพื้นฐาน มีวิธีการระบายให้สีผสมผสานกลมกลืนกัน 2 วิธี ดังนี้

1) การระบายจากสีแก่ไปหาสีอ่อน เป็นการระบายสีโดยคำนึงถึงเงาเข้มของภาพก่อนแล้วค่อยลดน้ำหนักให้อ่อนจางลงด้วยการผสมสีขาวหรือสีใกล้เคียงกันในวงจรสีที่มีน้ำหนักอ่อนลงตามลำดับ มาผสมเพิ่มเข้าไปทีละน้อยในลักษณะของการไล่น้ำหนักสี เพื่อให้ภาพสว่างกลมกลืนกัน

2) การรระบายจากสีอ่อนไปหาสีแก่ เป็นการระบายสีโดยคำนึงถึงส่วนสว่างหรือส่วนที่ได้รับแสงก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักให้เข้มขึ้นทีละน้อยด้วยการผสมสีดำหรือสีตรงกันข้ามหรื่อสีใกล้เคียงกันในวงจรสีที่มีน้ำหนักเข้มขึ้นตามลำัดับในลักษณะของการไล่น้ำหนักสี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสีโปสเตอร์

เมื่อซื้อสีโปสเตอร์มาใหม่ ให้เปิดขวดใช้ไม้กวนสีในขวดให้ทั่วจนสีเป็นเนื้อเดียวกัน

พู่กันสำหรับสีโปสเตอร์ ใช้ได้ทั้งชนิดปลายกลมและปลายแบน ควรมีขนที่อ่อนนุ่ม พู่กันแบบเบอร์เล็ก เช่น เบอร์ 4,5,6 ใช้เกลี่ยไล่ให้สีกลืนได้ดีในการวาดแบบมีแสงเงา

จานสีที่ใช้ควรเป็นจานสีที่มีหลุมกลมลึก ไม่ควรใช้จานสีที่เป็นช่องสี่เหลี่ยม เพราะเวลาที่กวนสีจะทำให้สีไม่เข้ากันดี เวลาระบายจะทำให้สีด่าง จานสีที่มีสีขาวจะช่วยให้ผสมสีไม่ผิดเพี้ยน

การผสมสีโปสเตอร์ควรผสมน้ำให้พอเหมาะ คือ ไม่ข้นหรือเหลวเกินไป แล้วต้องมีการกวนสีให้มากๆ ไม่ว่าจะใช้สีใดควรมีสีขาวผสมอยู่ด้วย ที่กล่าวมาคือวิธีที่จะทำให้ระบายสีได้เรียบสวยงาม

ถ้าต้องการระบายสีโปสเตอร์ให้เกิดแสงเงามีวิธีระบาย คือลงสีอ่อนก่อนไปหาสีแก่หรือลงสีเข้มแล้วไล่หาสีอ่อน  แต่วิธีที่แนะนำคือให้สังเกตหาสีกลาง ระบายสีกลางนั้นก่อนแล้วจึงไล่เงาสีเข้ม  ส่วนแสงลงด้วยสีอ่อนเกลี่ยให้กลืนกัน

การใช้ฟองน้ำแทนพู่กัน ใช้ปลายนิ้วบีบฟองน้ำ (สำหรับล้างจาน) ให้แน่นเล็กจะตามต้องการเช็ดให้หมาด แล้วนำไปแตะซ้ำๆ กัน บนภาพตามแสงเงา จะได้ภาพสวยงามไม่แพ้พู่กันกลม (AIR BRUSH)

ในงานที่ไม่พิถีพิถันมากนัก หรือเพื่อความประหยัด ใช้สีโปสเตอร์ผสมน้ำแล้วไปกรองด้วยผ้าสกรีนหรือผ้าอื่น นำไปใช้กับพู่กันกลมได้

ถ้าไม่สามารถเขียนสีโปสเตอร์ให้มีกรอบที่คมชัดได้ ก็ใช้เครื่องทุนแรงช่วย เช่นใส่สีในปากกาตีเส้นปรับขนาดเส้นตามต้องการ หรือใช้กระดาษกาวสำหรับกันสี หาซื้อได้จากร้านเครื่องก่อสร้างนำมากันส่วนที่ไม่ต้องการ หรือ กันสีด้วยแผ่นฟิล์มที่ใช้สำหรับงานพู่กันกลมก็ได้แต่ราคาแพงหน่อย ทางที่ดีนักเรียนนักศึกษาควรฝึกใช้ฝีมือจะดีที่สุด

สีโปสเตอร์ผสมกับปูนพลาสเตอร์ แล้วใช้เกรียงเพนท์บนวัสดุต่างๆ เมื่อแข็งตัวจะได้งานที่นูนสวยงามไม่แพ้สีน้ำมัน เป็นที่ระลึกได้

ถ้าจะประหยัด ใช้สีโปสเตอร์ระบายหรือตกแต่งวัสดุต่างๆ เช่น กระเบื้องไม้ฯลฯ ก็สามารถทำได้ เสร็จแล้วใช้แลคเกอร์สเปย์พ่นทับเสียเพี่อความทนทาน

สีโปสเตอร์นั้นทึบแสง การเขียนภาพแล้วใช้สีโปสเตอร์สีขาว ระบายตกแต่งส่วนที่เป็นแสงจัดหรือส่วนที่เป็นแสงสะท้อนได้อย่างดี แต่อย่าใช้ในงานสีน้ำแนวจิตรกรรม ส่วนงานออกแบบไม่ว่าเป็นสีอะไรก็ทับได้

ความขัดแย้ง (Contrast)

ความขัดแย้ง หมายถึง ความแตกต่าง (Opposition) ของ ส่วนประกอบมูลฐานที่อยู่ร่วมกัน (Juxtaposition) เช่น ขนาดใหญ่ / เล็ก, รูปร่างเหลี่ยม / มน, พื้นผิวหยาบ / ละเอียด ,น้ำหนักอ่อน / แก่ ,ทิศทางของเส้นตั้ง / นอน ,สีที่แตกต่างในวงล้อสี เช่น เขียว /แดง , น้ำเงิน / ส้ม เป็นต้น รวมทั้งความแตกต่างระหว่างส่วนประกอบมูลฐาน กับหลักการทัศนศิลป์ เพื่อสร้างให้ผลงานนั้น มีความงามเด่นชัด ช่วยเน้นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในจุดสำคัญของการ ออกแบบ ให้เป็นจุดสน ใจขึ้น ทำให้ งานออกแบบนั้นมองดูไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำซาก ไม่จำเจทำให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น 

ในทางตรงกันข้าม ถ้างานออกแบบนั้น ขาดความแตกต่าง หรือ มีความกลมกลืนกันมากเกินไป ก็จะ ทำให้การออกแบบนั้นน่าเบื่อ ซ้ำซากจืดชืด ไม่น่าสนใจ แต่ก็มีข้อควรระวังในการ สร้างความแตกต่างก็คือ หากในงานทัศนศิลป์นั้น มีความแตกต่างมาก และอยู่อย่าง กระจัดกระจายแล้ว จะเป็นการทำลาย เอกภาพของงานศิลปะนั้น ฉนั้นการสร้างความแตกต่าง ย่อมอยู่ภายใต้ กฎเกณฑ์ของ เอกภาพ (Unity) ด้วย

ความกลมกลืน (Harmony)

โดยทั่วไป หมายถึงการประสานเข้าสนิทกัน กลมกลืน ปรองดอง สามัคคี ลงรอย ในทางทัศนศิลป์ ความกลมกลืน หมายถึง การรวมกันของ หน่วยย่อยต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ส่วนประกอบมูลฐาน ของศิลปะ คือได้แก่ จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง สี พื้นผิว น้ำหนัก อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง และการจัดวางองค์ประกอบ เช่น จ้ังหวะ ช่องว่าง

ความรู้เกี่ยวกับ สีตรงข้าม

สีตรงข้าม (สีตัดกัน หรือสีคู่ปฏิปักษ์) เป็นสีที่มีค่าความเข้มของสี ตัดกันอย่างรุนแรง ในทางปฏิบัติไม่นิยมนำมาใช้ร่วมกัน เพราะจะทำให้แต่ละสีไม่สดใสเท่าที่ควร การนำสีตรงข้ามกันมาใช้ร่วมกัน อาจกระทำได้ดังนี้

1. มีพื้นที่ของสีหนึ่งมาก อีกสีหนึ่งน้อย
2. ผสมสีอื่นๆ ลงไปสีสีใดสีหนึ่ง หรือทั้งสองสี
3. ผสมสีตรงข้ามลงไปในสีทั้งสองสี



สีตรงข้าม หรือสีคู่ (Complementary Colors)

หมายถึง สีสองสีที่อยู่ตรงข้ามกันบนวงจรสี ให้ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง มี 6 คู่ คือ

1. เหลือง (Yellow) กับ ม่วง(Violet)
2. แดง (Red) กับ เขียว(Green)
3. น้ำเงิน (Blue) กับ ส้ม(Orange)
4. ส้มเหลือง(Yellow-Orange) กับ ม่วงน้ำเงิน (Blue-Green)
5. ส้มแดง (Red-Orange) กับ เขียวน้ำเงิน (Blue-Green)
6. เขียวเหลือง (Yellow-Green) กับ ม่วงแดง (Red-Violet)

หลักการใช้สี

 การใช้สีกับงานออกมานั้น อยู่ที่นักออกแบบมีจุดมุ่งหมายใด ที่จะสร้างความสนใจ ความเร้าใจต่อผู้ดูเพื่อให้เข้าถึงจุดหมายที่ตนต้องการ หลักของการใช้มีดังนี้

1.การใช้สีวรรณะเดียว
ความหมายของสีวรรณะเดียว (tone) คือกลุ่มสีที่แบ่งออกเป็นวงล้อของสีเป็น 2 วรรณะ คือ

วรรณะร้อน (warm tone) ซึ่งประกอบด้วย สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีม่วง สีเหล่านี้ให้อิทธิพล ต่อความรู้สึก ตื่นเต้น เร้าใจ กระฉับกระเฉง ถือว่าเป็นวรรณะร้อน

วรรณะเย็น (cool tone) ประกอบด้วย สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหล่านี้ดู เย็นตา ให้ความรู้สึก สงบ สดชื่น (สีเหลืองกับสีม่วงอยู่ได้ทั้งสองวรรณะ)

การใช้สีแต่ละครั้งควรใช้สีวรรณะเดียวในภาพทั้งหมด เพราะจะทำให้ภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (เอกภาพ) กลมกลืน มีแรงจูงใจให้คล้อยตามได้มาก

2.การใช้สีต่างวรรณะ
หลักการทั่วไป ใช้อัตราส่วน 80% ต่อ 20% ของวรรณะสี คือ ถ้าใช้สีวรรณะร้อน 80% สีวรรณะเย็นก็ 20% เป็นต้น ซึ่งการใช้แบบนี้สร้างจุดสนใจของผู้ดู ไม่ควรใช้อัตราส่วนที่เท่ากันเพราะจะทำให้ไม่มีสีใดเด่น ไม่น่าสนใจ

3.การใช้สีตรงกันข้าม
สีตรงข้ามจะทำให้ความรู้สึกที่ตัดกันรุนแรง สร้างความเด่น และเร้าใจได้มากแต่หากใช้ไม่ถูกหลัก หรือ ไม่เหมาะสม หรือใช้จำนวนสีมากสีจนเกินไป ก็จะทำให้ความรุ้สึกพร่ามัว ลายตา ขัดแย้ง ควรใช้สีตรงข้าม ในอัตราส่วน 80% ต่อ20% หรือหากมีพื้นที่เท่ากันที่จำเป็นต้องใช้ ควรนำสีขาว หรือสีดำ เข้ามาเสริม เพื่อ ตัดเส้นให้แยกออก จาก กันหรืออีกวิธีหนึ่งคือการลดความสดของสีตรงข้ามให้หม่นลงไป

สีตรงข้ามมี 6 คู่ได้แก่
1. สีเหลือง ตรงข้ามกับ สีม่วง
2. สีแดง ตรงข้ามกับ สีเขียว
3. สีน้ำเงิน ตรงข้ามกับ สีส้ม
4. สีเขียวเหลือง ตรงข้ามกับ สีม่วงแดง
5. สีส้มเหลือง ตรงข้ามกับ สีม่วงน้ำเงิน
6. สีส้มแดง ตรงข้ามกับ สีเขียวน้ำเงิน

สีร้อน (สีอุ่น) Warm Colors
นับจากโทนสีเหลือง ชมพู แดง ส้ม ม่วง น้ำตาล สีเหล่านี้ให้ความหมายที่เร่าร้อน ก้าวร้าว มีอิทธิพลต่อการดึงดูดและกระตุ้นอารมณ์ได้ มากมายกว่าโทนสีอื่นๆ สีเหล่านี้จะใช้มากกับงานประเภท หัวหนังสือ นิตยาสาร แค้ตตาล้อก ตลอดจนป้ายโฆาราต่างๆซึ่งจะกระตุ้นความสนใจต่อผู้พบเห็นได้เร็ว

สีโทนร้อน คือสีที่ให้ความหมาย รื่นเริง สดชื่น ฉูดฉาด บาดอารมณ์

สีเย็น (Cool Colors)
เริ่มจากสีเทา ฟ้า น้ำเงิน เขียว สีโทนนี้จัดอยู่ในสีโทนเย็น ให้ อารมณ์ความรู้สึก สงบ สะอาด เย็นสบาย

สีขาว (White)
คือสีแห่งความสะอาด บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา เหมือนกับสำนวนที่ ชอบพูดว่า "เด็กที่เกิดมาเหมือนผ้าขาวที่ยังไม่มีรอยแปดเปื้อน"

สีดำ (Black)
 คือ สัญลักษณ์แห่งความโศกเศร้าและความตาย และบางความหมายใช้แทนความชั่วร้าย ในความหมายของคนยุโรป อเมริกา แทนความเป็นผู้ดี ขรึม มั่นคง

สีแดง (Red)
คือสีแห่งความกระตือรือร้น เร่าร้อน รุนแรง สะเทือนอารมณ์ มีพลังความสว่างโชติช่วง เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ดึงดูด ความสนใจ หากเป็นสีชมพู ซึ่งความเข้มของสีจะจางลงจะให้ความรู้สึกหวานโรแมนติก

สีเหลือง (Yellow)
คือสีแห่งความสุขสดชื่น ร่าเริงมีชีวิตชีวา เป็นสีที่เข้าได้กับทุกสี

สีเขียว (Green)
คือสีของต้นไม้ ใบหญ้า เป็นสัญลักษณ์ของความสงบ เรียบง่าย ความเข้มของสีเขียวให้ความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

สีฟ้า (Blue)
คือ สีแห่งท้องฟ้าและน้ำทะเล เป็นสัญลักษณ์ของความสงบ เยือกเย็น มั่นคง แต่เต็มไปด้วยพลัง หากเป็นสีฟ้าอ่อนจะให้ความรู้สึก สดชื่น สวยงาม กระฉับกระเฉงเป็นหนุ่มสาว

สีม่วง (Purple)
คือสีแห่งความลึกลับ ซ่อนเร้น เป็นสีที่มีอิทธิพลต่อจิตนาการ และความอยากรู้อยากเห็นหับเด็ก เช่น เรื่องเทพนิยายต่างๆ

สีน้ำตาล (Brown)
เป็นสีสัญลักษณ์แห่งความร่วงโรยเปรียบเสมือนต้นไม้มีใบร่วงหล่นเมื่อถึงอายุขัย เป็นสีที่ให้ความหมายดูเหมือนธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลอ่อนและสีแก่นของลายไม้เป็นต้น

สีแจ๊ด (Vivid Colors)
คือสีที่สะดุดตาเร็วมองเห็นได้ไกล โทนสีตัดกันแบบตรงข้าม เช่น แดงกับดำ เหลืองกับน้ำเงิน เขียวกับแดง ดำกับเหลืองเป็นต้น สีจำพวกนี้นิยมใช้กันมากในงานของเด็กเล่น ภัตตาคาร ร้านอาหาร ประเภทฟาสท์ฟู้ด ค่าเฟ่ ข้อเสียของสีประเภทนี้หากใช้จำนวนสีมากจะดูลายตา พร่า วิธีใช้ที่ดีควรใช้หนึ่งหรือสองสีเป็นตัวเน้นหนัก

สีจาง (สีอ่อน) Light Colors
ให้ความหมายที่ดูอ่อนโยน เบาหวิวเหมือนคลื่นเมฆหรือปุยฝ้าย ช่วยทำให้พื้นที่ที่แคบดูให้กว้างขึ้น โทนสีจำพวกนี้จะใช้กันมากกับเสื้อผ้า สตรี ชุดชั้นใน แฟชั่นชุดนอน ในงานศิลปะบางอย่างใช้สีอ่อน เป็นพื้นฉากหลัง เพื่อขับให้รูปทรงลอยเด่นขึ้น

สีทึบ (Dull Color)
คือสีอ่อนที่ค่อนข้างเข้มหรือสีที่เจือจางลง ให้ความรู้สึกที่ สลัวลาง มัว บางครั้งดูเหมือนฝัน และดูคลายเครียด

สีมืดทีบ (Dark Colors)
ให้ความรู้สึกหนัก แข็งแกร่ง เข้ม มีพลัง สังเกตดูได้จากสีเครื่องแต่งกายของทหาร สีสูทของผู้ชาย ชุดฟอร์มของช่าง เป็นต้น

สีและอารมณ์ของสี ที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก

พลังสีสามารถช่วยในการบำบัดโรคได้ นักจิตวิทยาเชื่อว่าสีมีความสัมพันธ์กับร่างกาย จิตใจ อารมณ์ของเราทุกคน สีบอกความเป็นตัวตน สีโทนร้อนเช่นสีแดง สีส้ม สีเหลือง สีม่วง ให้ความรู้สึกที่ต่างจากสีโทนเย็นเช่นสีขาว สีเขียว สีฟ้า สีชมพู เป็นต้น สีโทนร้อนหรือสีโทนเย็นจะไปกระตุ้นต่อมไพเนียล ซึ่งจะส่งผลถึงฮอร์โมน ความรู้สึก จิตใจ อารมณ์ของแต่ละบุคคล มารู้จักเรื่องสีกันดีมั๊ย....เผื่อจะรู้จักตัวตนของเราไง ดูซิว่าท่านชอบสีอะไรและจะได้รู้ว่าเรามีอารมณ์และความรู้สึกอย่างไร

สีแดง
สีแดง เป็นสีแห่งอำนาจแสดงถึงการมีพลังและความทะเยอทะยานจึงช่วยพิชิตความคิดเห็นในทางลบหรือการมองโลกในแง่ร้ายอย่างไรก็ตามสีเฉดนี้อยู่ในกลุ่มของโทสะและการฉุนเฉียว ด้วยหากเรานำสีแดงเข้าสู่กระบวนการรักษามากเกินไปจะทำให้ผู้ถูกบำบัดรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว หุนหันพลันแล่นและขาดความอดทนเพราะสีแดงเป็นสีที่กระตุ้นระบบประสาทได้รุนแรงที่สุดให้ความรู้สึกเร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย

ผักและผลไม้สีแดง เป็นแหล่งวิตามินB12 ทองแดง เหล็ก ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทพลังของสีแดงช่วยกระตุ้นพลังชีวิตให้เข้มแข็ง มีความกระตือรือร้น ทำให้มีชีวิตชีวาขึ้น ในแง่ของการรักษาสีแดงช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มอุณหภูมิในร่างกายระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น รักษาอาการหวัด ผักผลไม้ทีมีสีแดง เช่น มะเขือเทศ แตงโมเนื่องจากมีสารไลโคบีน(Lycopene)เป็นตัวทำให้เกิดสีแดงนอกจากนี้ยังมีสารเบต้าไซซิน(Beta-cycin)ที่ทำให้เกิดสีแดงในผลทับทิม บีทรูท และแคนเบอร์รี่ สารทั้งสองตัวนี้จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant)ช่วยในการป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะไลโคปีนจะมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้มากกว่าเบต้าแคโรทีนถึง ๒ เท่าเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังพบสารเหล่านี้ในผลไม้เช่น แอปเปิ้ลแดง องุ่นแดง หอมแดง พริกชี้ฟ้าแดง ถั่วแดงและเชอร์รี่อีกด้วย

สีชมพู
สีชมพู เป็นสีที่มีลักษณะปลอบประโลมให้จิตใจและความรู้สึกต่างๆสงบลงในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกของการมีน้ำใจดี จิตใจกว้างขวาง อบอุ่นและทะนุถนอมซึ่งตรงกันข้ามกับสีแดงถ้าหากมีสีชมพูอยู่รายรอบจะทำให้รู้สึกถึงการปกป้อง ความรักจึงมักจะนำสีนี้มาบำบัดหรือบรรเทา คนที่มีความรู้สึกโดดเดี่ยวมีอารมณ์ท้อแท้ คนที่มีความรู้สึกที่ไวเกินไป เปราะบางหรือไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ผักผลไม้ที่มีสีชมพู เช่น ชมพู่

สีส้ม
สีส้ม เป็นสีแห่งความเบิกบานและความรื่นเริงเป็นความรู้สึกที่อิสระและได้รับการปลดปล่อย ละวางจากความสงสารหรือสมเพชตนเอง ลดการเห็นแก่ตัวและยินดีที่จะให้หรือแบ่งปัน เป็นความรู้สึกที่เกิดจากก้นบึ้งของจิตใจที่ต้องการปรับปรุงชีวิตให้สดใส สีส้มเป็นสีแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่นสดใสมีสติปัญญาเต็มเปี่ยมไปด้วยการทะเยอทะยาน มีพลัง แต่ก็มีการระมัดระวังตน สีส้มเป็นสีที่นำมาบำบัดอาการทางกล้ามเนื้อ ประสาทหรืออาการปวดกดประสาท หรือช่วยในการยกระดับจิตใจของคน

ลูกท้อซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสีส้มเป็นสีเด่นที่บำบัดอาการของระบบประสาทอ่อนแรง ผลไม้และผักที่มีสีส้มอุดมไปด้วยวิตามินB ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด เผาผลาญแป้งและน้ำตาล บำรุงระบบประสาทช่วยคลายอาการหอบหืดและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจช่วยให้ม้านทำงานเป็นปกติรวมทั้งตับอ่อน ลำไส้ทั้งยังช่วยในการดูดซึมของอาหารในกระเพาะและสำไส้ทำงานเป็นอย่างดี

ในทางจิตวิทยาพลังของสีส้มมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการซึมเศร้า หากต้องการเรียกพลังความกระตือรือร้นกลับคืนมาสีส้มเป็นสีที่ช่วยได้ ผักผลไม้สีส้มจะมีสารแคโรทีนอยด์และไบโอฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นตัวช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงสายตาและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายซึ่งมีสารแคโรทีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการเกิดมะเร็งผักผลไม้ที่มีสารพวกนี้ได้แก่ แครอท มะละกอ ส้ม แตงโมเหลืองแตงไทย และฟักทอง

สีเขียว
สีเขียว เป็นสีที่มีความสัมพันธ์อย่างเน้นเฟ้นกับธรรมชาติช่วยให้เรามีอารมณ์ร่วมกับสิ่งอื่นๆตลอดจนธรรมชาติต่างๆ รอบตัวเราได้ง่าย สีเขียวจะช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศของความสบาย ผ่อนคลายสงบ ก่อให้เกิดความรู้สึกสันโดษ ว่าวเปล่า สมดุลและละวาง แต่ถ้าเป็นสีเขียวเข้ม มีความหมายของการหลุดพ้น ความพอดีและถ่อมตน เป็นสีที่ปฏิเสธต่อความรักและความสนุกสนาน ในขณะที่สีเขียวมะกอกจะมีผลต่อร่างกายและความรู้สึก จนอาจทำให้ร่างกายป่วยได้

สีเหลือง-เขียว จัดอยู่ในกลุ่มของความอิจฉา อารมณ์ความริษยา ขุ่นข้องหมองใจ คับแค้นใจ ตลอดจนเป็นการแสดงถึงความรู้สึกที่ปรารถนาจะครอบครอง ผักผลไม้มีมีสีเขียวมีแร่ธาตุที่สำคัญโดยเฉพาะวิตามินC ช่วยสมานแผลทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพิ่มความต้านทานโรค สีเขียวทำให้ประสาทตาผ่อนคลายและความดันโลหิตลดลงได้ ป้องกันการจับตัวของก้อนเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตและช่วยต้านทานเชื้อโรครวมทั้งเยื่อบุอักเสบ

ผักผลไม้ในกลุ่มนี้ จะมีสารกลุ่มลูเทอินและอินดอล ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้กระดูกแข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา เช่น บร๊อกโคลี่ กระหล่ำปลีเขียว แอ๊ปเปิ้ลเขียว คะน้า ผักบุ้ง ผักใบเขียวทุกชนิด และอโวคาโด

สีเหลือง
สีเหลือง มักเป็นสีของความสุข ความเบิกบาน ความมีชีวิตชีวา งานเฉลิมฉลองเป็นสีของความแจ่มใส มักจะเกี่ยวข้องกับเชาว์ สติปัญญาข้างในและพลังของความคิดเป็นภูมิและความหยั่งรู้ เป็นความจำที่แจ่มใส ความคิดที่กระจ่างเป็นอารมณ์ของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เป็นสีที่กระตุ้นให้เกิดการมองโลกในแง่ดี ในทางตรงกันข้ามสีเหลืองเข้มกับกลายเป็นสัญญาลักษณ์ของความหวาดกลัว สีเหลืองทำให้มีอารมณ์ขัน

ผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง มักอุดมไปด้วยวิตามินA ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันหวัดช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโตให้ร่างกายพลังของสีเหลืองช่วยให้การทำงานของถุงน้ำดีและลำไส้เป็นไปตามปกติ ช่วยปรับสมดุลของทางเดินอาหารทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ทั้งยังสามารถใช้เยียวยาอาการท้อแท้ หดหู่ และหมดกำลังใจได้

ผักผลไม้สีส้มจะมีสารแคโรทีนอยด์และไบโอฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นตัวช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงสายตาและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายซึ่งมีสารแคโรทีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการเกิดมะเร็งผักผลไม้ที่มีสารพวกนี้ได้แก่ แครอท มะละกอ ส้ม แตงโมเหลือง ข้าวโพดหวานและฟักทอง

สีมรกต
สีมรกต เป็นการผสมผสานกันระหว่างสีน้ำเงินกับสีเขียวเข้มของท้องทะเลลึก จึงมีความหมายในเชิงของความเยือกเย็น ความสงบเงียบเหมือนกับสีเขียว สีมรกตจึงเป็นสีที่เหมาะกับการชะล้างเอาความเหนื่อยล้าความตึงเครียดให้ออกจากจิตใจหรืออารมณ์ของเราสีมรกตจึงเป็นสีที่ถูกยกว่าเป็นสีที่ให้กำลังใจให้กลับมามีประกายสดชื่น และมักจะช่วยให้คนที่รู้สึกโดดเดี่ยวดีขึ้น เพิ่มพลังสื่อสารให้โดดเด่นขึ้น สร้างสรรค์มากขึ้นและรับรู้ต่อสัมผัสและความรู้สึกได้รวดเร็ว

สีน้ำเงิน
สีน้ำเงิน เป็นความหมายของการสงบเย็น สุขุมเยือกเย็น หนักแน่นและละเอียดรอบคอบสีน้ำเงินเป็นสีที่มีความหมายเกี่ยวโยงกับจิตใจได้สูงกว่าสีเหลือง มีความหมายถึงกลางคืนจึงทำให้เรารู้สึกสงบได้ลึกกว่าและผ่อนคลายกว่า เราจะยิ่งเข้าสู่ความสงบและสงัดได้อย่างลุ่มลึกเมื่อสัมผัสกับสีน้ำเงินที่เข้มขึ้น

แต่ถ้าเป็นสีน้ำเงินอ่อนจะทำให้เรารู้สึกปกป้องจากภารกิจ ตลอดจนกิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ดังนั้นสีน้ำเงินจึงมักนำมาบำบัดคนที่นอนไม่หลับ เป็นสีของห้องนอน สีน้ำเงินเป็นสีที่ความคุมจิตใจภายในให้เกิดความรู้สึกกระจ่างและสร้างสรรค์ สีน้ำเงินเข้มแต่ยังไม่ถึงขั้นสีกรมท่ามีอิทธิพลอย่างสูงต่อการกดหรือกล่อมประสาทและจิตใจ เป็นสีที่เข้าถึงสัญชาตญาณและลางสังหรณ์จิตใต้สำนึกของเราได้ดี

อย่างไรก็ตามสีน้ำเงินที่เข้าสู่โทนดำหรือมืดมากขึ้นยังหมายถึงความโศกเศร้าอย่างที่สุด หรืออารมณ์ที่เศร้าสุดขีดด้วย จึงควรระวังในการนำไปใช้ สีน้ำเงินช่วยช่วยให้ระบบหายใจสมดุล รักษาโรคความดันโลหิตสูง ในแง่จิตวิทยาสีน้ำเงินช่วยสร้างแรงบันดาลใจและการแสดงออกทางศิลปะ

สีฟ้า
สีฟ้า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็น เป็นอิสระ ปลอดโปร่งสบาย ปลอดภัย ใจเย็นและสามารถระงับความกระวนกระวายในใจได้ด้วยพลังของสีฟ้ามีคุณสมบัติในการรักษาอาการของโรคปอด ลดอัตราเผาผลาญพลังงาน รักษาอาการเจ็บคอและทำให้ชีพจรเต้นเป็นปกติ

สีม่วง
สีม่วง เป็นสีการดูแลและปลอบโยนช่วยให้จิตใจสงบและอดทนต่อความรู้สึกที่โศกเศร้าหรือสูญเสียที่มากระทบจิตใจและประสาท สีม่วงเฉดต่างๆ ยังช่วยสร้างสมดุลของจิตใจให้ฟื้นกลับมาจากภาวะตกต่ำหรือความเศร้าที่ครอบงำอยู่ สีครามจะเป็นสีที่มีพลังมากเป็นสีที่ไปกระตุ้นสมองให้มีความฮึกเหิม กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และสัญชาตญาณ สีครามเป็นสีที่เข้าไปครอบงำประสาทได้เป็นอย่างดี สีม่วงเป็นสีที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงการสื่อสารระดับลึกเข้าไปแทนที่และต่อสู้กับความกลัวและความตกใจเข้าไปชำระล้างสิ่งที่รบกวนอยู่ในสมองซึ่งสีม่วงมักเข้าไปเชื่อมโยงกับสื่อแขนงอื่นๆ ศิลปะ ดนตรี และความลึกลับเป็นสีที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกทางด้านความสวยงาม ปรัชญาขั้นสูง กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ ก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจสีม่วงยังเป็นสีที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อที่ลึกลับทางจิตวิญญาณ

อย่างไรก็ตามคนที่ได้รับอิทธิพลของสีดังกล่าวจะต่อต้านชีวิตและสังคมที่เต็มไปด้วยสีสันแต่จะสนใจเรื่องจิตวิญญาณมากกว่าผักผลไม้สีม่วงเต็มไปด้วยวิตามินD ช่วยเพิ่มพลังงานและการย่อยอาหาร ช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ ใช้บำบัดโรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคผิวหนังบางชนิดและบำบัดโรคไขข้อ สีม่วงยังช่วยให้สมองของเราสงบ สามารถสร้างแรงบันดาลใจด้านต่างๆ ผักผลไม้ในกลุ่มสีนี้จะพบสารกลุ่มแอนไทไซยานินและโฟโนลิก ที่เป็นตัวลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยรักษาระบบทางเดินปัสสาวะ และช่วยในเรื่องความจำ ผักผลไม้สีม่วงได้แก่ กะหล่ำม่วง องุ่นแดง บลูเบอร์รี่ มะเขือม่วง มันต่อเผือก เป็นต้น

สีมังคุด
สีมังคุด เป็นสีที่ช่วยให้เราไม่รู้สึกความหมดหวัง วิตกกังวลต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือความรู้สึกโกรธหรือผิดหวัง สีมังคุดทำให้จิตใจเราเบิกบานขึ้นทั้งนี้เพราะอิทธิพลของสีที่ผสมกันระหว่างสีแดงกับสีม่วง ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกสงสาร เมตตา ช่วยเหลือเป็นการปลุกปลอบให้ฟื้นขึ้นมาสีมังคุดก็เหมือนกับสีม่วงเป็นสีที่เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายและความน่ากลัวทั้งหลายมักจะเป็นสีที่มีความหมายถึงการผ่อนคลายอย่างลึกซึ้งแต่สีมังคุดไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังผักผลไม้ในกลุ่มสีนี้จะพบสารกลุ่มแอนไทไซยานินและโฟโนลิก ที่เป็นตัวลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยรักษาระบบทางเดินปัสสาวะ และช่วยในเรื่องความจำ ผักผลไม้สีม่วงได้แก่ กะหล่ำม่วง องุ่นแดง บลูเบอร์รี่ มะเขือม่วง มันต่อเผือก ข้าวโพดม่วง เป็นต้น

สีขาว
สีขาว เป็นสีที่หมายถึงความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง จัดอยู่ในกลุ่มของการปกป้อง สร้างสันติ สบาย ช่วยบรรเทาอารมณ์ตกใจหรือหวาดวิตก ส่งเสริมให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ มีพลังทางความคิดและจิตใจ นอกจากนั้นยังหมายถึงความเยือกเย็นและการแยกหรือปลีกวิเวกก็ได้ ผักผลไม้ในกลุ่มนี้จะมีสารในกลุ่มอะลิซินและธาตุซิลิเนียนซึ่งจะช่วยลดครอเลสเตอรอล ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็งสารพวกนี้พบใน ดอกกระหล่ำ หอมหัวใหญ่ กระเทียม หัวไชเท้า เป็นต้น

สีดำ
สีดำ เป็นสีที่มีความหมายทั้งในแง่ของความสะดวกสบาย การปกป้อง และความลึกลับมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความเงียบสงัด มีความหมายของหนทางอันมีลักษณะอันไกลโพ้น นอกจากนี้ยังหมายถึงพลังชีวิตที่ถดถอยหรืออ่อนล้า หมดพลังและลี้ลับสีดำยังเป็นสีที่ขัดขวางการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลง เป็นการปิดปังอำพรางจากโลกภายนอก ผักผลไม้ได้แก่ ถั่วดำ

สีเงิน
สีเงิน เป็นสีของพระจันทร์ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลง หรือผันแปรมีลักษญะคล้ายกับอารมณ์และบุคลิกภาพพื้นฐานของผู้หญิงที่ไวต่อความรู้สึกแต่ก็มีดุลยภาพมีการประสานปรองดองและให้ความรู้สึกที่สดใส

สีทอง
สีทอง เป็นสีที่จัดอยู่ในกลุ่มอิทธิพลของพระอาทิตย์เช่นเดียวกับสีเหลืองและมักจะเกี่ยวเนื่องกับพลังและความอุดมสมบูรณ์ เป้าหมายสูงสุด ปัญญาอันสูงสุดความเข้าอกเข้าใจ ปกติสีทองหมายถึงการให้ชีวิตใหม่ ให้พลังใหม่ ฉุดรั้งออกมาจากความกลัวความไม่แน่นอนหรือหันกลับมาใส่ใจ สีทองที่วาวแววจะทรงพลังอย่างยิ่งในการดึงให้หลุดพ้นจากความรู้สึกที่ตกต่ำของจิตใจ

สีน้ำตาล
สีน้ำตาล เป็นสีของแผ่นดิน สีน้ำตาลให้ความรู้สึกมั่นคง ลดความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยอย่างไรก็ตามสีน้ำตาลมักเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มของความรู้สึก บำบัดจากความเศร้าโศกความรู้สึกคับอกคับใจสีนี้มักจะนำไปช่วยเหลือคนที่รู้สึกหมดคุณค่าในตัวเอง ผักผลไม้ได้แก่ มะขามหวาน มะขวิดเป็นต้น

ในการนำมาใช้เช่น การเลือกบริโภคอาหารตามสี หรือบริโภคให้ครบผักสีรุ้ง ได้รับสารอาหารครบ๕หมู่ หรือใช้สีในการแต่งกาย สีทาห้อง หรือของใช้ส่วนตัว