แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

แคปชั่นภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับ VIBES ไว้โพสต์ลงไอจี

ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ที่เกี่ยวกับ vibes

คำว่า Vibe (หรือ Vibes) หมายถึง บรรยากาศ ความรู้สึก หรือพลังงานรอบตัวที่สัมผัสได้จากคน สถานที่ หรือสถานการณ์นั้น ๆ

หมวดแคปชั่นและประโยคสั้น ๆ ใช้บ่อย

  • "Sunday vibes." (บรรยากาศวันอาทิตย์สบาย ๆ)
  • "Catching good vibes." (กำลังซึมซับพลังงานบวกและความสุข)
  • "Bad vibes, go away." (พลังงานลบออกไปไกล ๆ)

แคปชั่นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ vibes สำหรับลงรูปใน Social

รูปเที่ยวคาเฟ่ / พักผ่อนชิล ๆ (Chill & Relax)

  • "Just vibing and minding my business." (แค่นั่งชิล ๆ ปล่อยใจไปเรื่อย)
  • "Current mood: Coffee and good vibes." (อารมณ์ตอนนี้: กาแฟและบรรยากาศดี ๆ)
  • "Pass me the good vibes." (ขอรับแต่พลังงานดี ๆ เข้าตัวหน่อย)
  • "Chasing sunsets and good vibes." (ตามล่าหาแสงเย็นและบรรยากาศดี ๆ)
  • "Unwind and let the good vibes roll." (ผ่อนคลายแล้วปล่อยให้ความรู้สึกดี ๆ ทำงาน)

รูปไปทะเล / เที่ยวธรรมชาติ (Nature & Vacation)

  • "High tides and good vibes." (คลื่นทะเลสูง ๆ กับพลังงานดี ๆ)
  • "Tropical vibes and sunny skies." (มู้ดซัมเมอร์เขตร้อนกับท้องฟ้าสดใส)
  • "Ocean air, salty hair, beach vibe." (กลิ่นอายทะเล ผมโดนลมเค็ม ๆ มู้ดชายหาดที่แท้จริง)
  • "Nature never goes out of style. Pure vibes." (ธรรมชาติไม่มีวันเชย พลังงานดี ๆ ล้วน ๆ)


รูปเท่ ๆ / มินิมอล (Cool & Minimal), (Mirror Selfie & OOTD)

  • "Vibe check: Passed." (เช็กมู้ดแล้ว: ผ่านฉลุย)
  • "Match my vibe or leave me alone." (ถ้าไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน ก็ปล่อยฉันอยู่คนเดียวเถอะ)"Keeping it low-key but the vibe is high." (ทำตัวเรียบง่ายแต่มู้ดดูดีมาก)
  • "Don't study me, you won't graduate. Just enjoy the vibe." (ไม่ต้องมาศึกษาฉันหรอก ไม่จบหรอก ดื่มด่ำกับมู้ดก็พอ)
  • "My outfit says 'I care,' but my vibe says 'We’ll see'." (ชุดบอกว่าใส่ใจ แต่มู้ดบอกว่าดูกันอีกที)
  • "Not everyone gets the vibe, and that’s fine." (ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงมู้ดของฉันได้ และนั่นก็ไม่เป็นไร)
  • "Keeping it low-key, but the vibe speaks loud." (ทำตัวเรียบง่าย แต่มู้ดมันชัดเจนมาก)

แคปชั่นสายเผลอ ๆ / ชิล ๆ เป็นธรรมชาติ (Casual & Chill)

  • "Just vibing and minding my business." (แค่นั่งชิล ๆ ปล่อยใจไปเรื่อย ไม่ยุ่งกับใคร)
  • "Serving looks and good vibes." (เสิร์ฟลุคปัง ๆ พร้อมพลังงานดี ๆ)
  • "Current mood: Peace, quiet, and good vibes." (อารมณ์ตอนนี้: สงบ เงียบ และบรรยากาศดี)
  • "Protecting my vibe, always." (เซฟพลังงานบวกของตัวเองไว้เสมอ)

รูปเที่ยวกลางคืน / ปาร์ตี้ (Night Out & Party)

  • "Late night vibes." (มู้ดยามดึก)
  • "Neon lights and city vibes." (แสงนีออนกับบรรยากาศเมืองหลวง)
  • "Good times, better vibes, best friends." (ช่วงเวลาดี ๆ บรรยากาศที่ดียิ่งกว่า กับเพื่อนที่ดีที่สุด)

ประโยคยอดฮิตเกี่ยวกับ Vibes ในชีวิตประจำวัน

  • "This place has a really good vibe."แปล: ที่นี่บรรยากาศดีมาก ๆ เลย
  • "I’m just vibing."แปล: ฉันกำลังชิล ๆ เพลิน ๆ / ปล่อยใจสบาย ๆ ไม่คิดอะไรเยอะ
  • "Good vibes only."แปล: ขอรับแต่พลังงานดี ๆ / อยู่กับความสุข ไม่เอาความเครียด
  • "Checking the vibes."แปล: เช็กกระแส/ดูลาดเลาบรรยากาศรอบตัวก่อน
  • "That’s a bad vibe."แปล: บรรยากาศดูไม่ดีเลย / คนนี้หรือสถานการณ์นี้ดูไม่น่าไว้วางใจ

แคปชั่น relax time ไอเดียโพสต์วันชิล https://prepedu.com/th/blog/caption-relax-time-english


ข้อคิดเตือนสติ ฮีลใจ ให้กำลังใจตัวเอง (อังกฤษแปลไทย)

รู้สึกเบื่อ หมดไฟ หมดใจกับการมีชีวิต ไม่สุขไม่ทุกข์ใดๆ มีอิสระเกินไปหรือเปล่านะ 

ประโยคฮีลใจและเตือนสติ

"Your current feelings are temporary weather, not your permanent climate." อารมณ์ในตอนนี้เป็นแค่สภาพอากาศที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ใช่สภาพภูมิอากาศถาวรของชีวิตคุณ

"It is okay to be a glow-stick. Sometimes we have to break before we shine." ไม่เป็นไรเลยหากเราจะเป็นเหมือนแท่งเรืองแสง ที่บางครั้งต้องยอมหักหรือบอบช้ำก่อน จึงจะเปล่งประกายได้

"An empty tank take you nowhere. Refuel before you drive." ถังน้ำมันที่ว่างเปล่าไม่สามารถพาคุณไปไหนได้ แวะเติมพลังก่อนออกเดินทางต่อเถอะนะ

"You are not lazy. You are just detached because your brain is exhausted." คุณไม่ได้ขี้เกียจ คุณแค่รู้สึกไม่อินกับอะไรเลยเพราะสมองของคุณล้าเกินไปแล้ว



ประโยคปลุกพลังชีวิตในวันล้าๆ

"You don’t need an expensive trip to reset your mind, just a new corner to read your book. "คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางราคาแพงเพื่อรีเซ็ตความคิด แค่เปลี่ยนมุมนั่งอ่านหนังสือมุมใหม่ก็พอแล้ว"

It is not a wasted day if you spent it watching things that make you smile. "มันไม่ใช่ วันที่สูญเปล่า หรอกนะ ถ้าคุณใช้มันไปกับการดูสิ่งทีทำให้คุณยิ้มได้ (อย่างการดูชินจังหรือโคนัน)

ข้อคิดปลุกพลังใจ

"Every setback is a setup for a comeback." ทุกความล้มเหลวหรืออุปสรรค คือการเตรียมตัวเพื่อกลับมาให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

"Storms make trees take deeper roots." พายุที่โหมกระหน่ำ ช่วยให้รากของต้นไม้หยั่งลึกลงและแข็งแรงขึ้น

"You don't have to see the whole staircase, just take the first step."คุณไม่ต้องมองเห็นบันไดทั้งหมด ขอแค่วันนี้ก้าวแรกให้เป็น

"Rest if you must, but don't you quit."เหนื่อยนักก็แค่พัก แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้เลิกราไป

"Sometimes you have to be your own hero."บางครั้งคนที่จะกู้สถานการณ์และช่วยเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวเราเอง

ประโยคฮีลใจสำหรับสถานการณ์ของคุณ

"It’s okay to walk away from a book that no longer serves your joy. "ไม่เป็นไรเลยที่จะเดินหันหลังให้นิยายเล่มที่ไม่ได้สร้างความสุขให้คุณอีกต่อไปแล้ว

"Letting go of things that are half-broken is a form of self-care, not waste. "การปล่อยมือจากสิ่งของที่กึ่งพัง (เช่น ปากกาสีที่เริ่มแห้ง) คือรูปแบบหนึ่งของการดูแลตัวเอง ไม่ใช่การสุรุ่ยสุร่ายหรอกนะ

"A clean space creates a calm mind."พื้นที่ที่สะอาดและโล่งตา จะช่วยสร้างจิตใจที่สงบและลดความฟุ้งซ่านได้

ประโยคฮีลใจเมื่อมีสิ่งอยากทำเยอะเกินไป

"You can do anything, but you can't do everything." คุณสามารถทำสิ่งใดก็ได้ตามใจชอบ แต่คุณไม่สามารถทำ "ทุกอย่าง" พร้อมกันได้

"Slowing down is not giving up; it is pacing yourself for the long run." การใช้ชีวิตให้ช้าลงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการปรับจังหวะก้าว เพื่อให้เราเดินไปได้ไกลกว่าเดิม

"One small thing done is better than ten big things planned." ทำสิ่งเล็กๆ ให้เสร็จแค่อย่างเดียว ดีกว่าวางแผนทำสิ่งใหญ่ๆ ไว้ตั้งสิบอย่างแล้วไม่ได้เริ่มเลย

ประโยคฮีลใจสำหรับนักเดินทาง

"The journey is the destination." จุดหมายปลายทางที่แท้จริง อาจไม่ใช่สถานที่ที่เราไปถึง แต่คือ "ระหว่างทาง" ที่เราได้นั่งมองต่างหาก

"You don't need to buy anything to enjoy the vibe of a place." คุณไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเลย เพื่อที่จะมีความสุขไปกับบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ

"Saying no to tempting places is a superpower that protects your peace." การบอกปัดไม่ไปในที่ที่รู้ว่าจะอดใจช้อปปิ้งไม่ไหว คือพลังพิเศษที่ช่วยปกป้องความสงบในใจและเงินในกระเป๋าของคุณ

ประโยคฮีลใจสำหรับทริปสโลว์ไลฟ์ของคุณ

"You don't have to rush when you are on the right bus." คุณไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไรเลย ในเมื่อคุณกำลังนั่งอยู่บนรถเมล์สายที่ถูกต้องแล้ว (ปล่อยใจไหลไปกับวิวนอกหน้าต่างนะ)

"The best window seat is the one that lets your mind wander." ที่นั่งริมหน้าต่างที่ดีที่สุด คือที่นั่งที่ปล่อยให้ความคิดของคุณ ได้ล่องลอยไปอย่างอิสระ

..

อ่านบทความอื่นๆ

..

ข้อคิดให้ใจเบา วิชาเบาใจ

การทำให้ใจเบาลงหรือรู้สึกโล่งใจในภาษาอังกฤษ สามารถใช้สำนวนและคำศัพท์ได้หลายแบบ เช่น lighten the load, ease the mind หรือ feel at ease ซึ่งหมายถึงการลดความกังวลและความทุกข์ที่แบกไว้ในใจ

วลีและสำนวนที่น่าสนใจ

- Lighten the load: ลดภาระหรือความเครียดในใจให้เบาลง

- Ease one's mind: ทำให้จิตใจสงบและหายกังวล

- Take a load off (your mind): ปลดปล่อยความกังวลออกไปจากสมอง

- Unburden oneself: การระบายหรือปลดเปลื้องความทุกข์ใจ

ประโยคตัวอย่างภาษาอังกฤษสำหรับ ให้กำลังใจตัวเอง (Self-encouragement) เพื่อให้ใจเบาลงและปล่อยวางความเครียด

ประโยคพูดกับตัวเองเพื่อละทิ้งความกังวล

- I need to lighten my load today. (วันนี้ฉันจำเป็นต้องลดภาระในใจลงบ้าง)

- I am letting go of things I cannot control. (ฉันกำลังปล่อยวางสิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้)

- I will just breathe and ease my mind. (ฉันจะแค่นั่งหายใจเข้าลึก ๆ และทำใจให้สบาย)

- It is time to take a load off my mind. (ถึงเวลาที่ต้องยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว)


ประโยคเตือนสติให้ใจเย็นลง

- Don't carry the weight of the world. (อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเลย)

- Take it easy, one step at a time. (ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้น)

- My peace of mind matters the most. (ความสงบสุขในใจของฉันสำคัญที่สุด)

- I've done my best, now I'll let it be. (ฉันทำดีที่สุดแล้ว จากนี้ก็ปล่อยให้มันเป็นไป)

..

อ่านบทความอื่นๆ

..

Cooking คำศัพท์ เกี่ยวกับการทำอาหาร

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการทำอาหาร

ต้ม-ผัด-แกง-ทอด-หั่น-สับ ฯลฯ

อาหาร

เติมส่วนผสม = add แอด

ผสม,คลุก = blend เบลนดฺ

ผสม = mix มิกซฺ

ละลาย = melt เมลทฺ

ย่าง,ปิ้ง,เผา,ทำให้ร้อนจัด = broil บลอล

ปิ้ง, อบ, เผา,ย่าง, ผิง = bake เบค vt.

ย่าง,อัง = grill กรีล

ทอด, ทอดน้ำมัน = fry ไฟร

กวน, คน ,ผัด = stir เทอร์

กวน (ไข่) = scramble สแครม’เบิล

ต้มเดือด = boil บอยลฺ

เคี่ยว,ตุ๋น,ต้ม = simmer ซิม’เมอะ



บดละเอียด,ขยี้,บี้,คั้น = crush ครัช

ทำให้เละ,บด,ป่น = mash แมช

บีบ,คั้น,กด,อัด = squeeze สควีซ


ตัด = cut คัท

ตัด,แกะ,สลัก,เฉือน,สับ,ชำแหละ,แล่ = carve คาร์ฟว

ตัด,ผ่า,สับ = chop ชอพ


เฉือน (ตัด,หั่น,แล่) ออกเป็นแผ่นบางๆ = slice สไลซฺ

ทำเป็นชั้น,หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ = layer เล’เออะ


ละเลง,ทา = spread สเพรด

เท,ริน,ราด = pour พอร์

พรม,โปรย,โรย = sprinkle สพริง’เคิล


จิ้ม = dip ดิพ

สะเด็ด(น้ำ) = drain เดรน

ขูด (ตะแกรง) = grate เกรท

ปอกเปลือก = peel พีล

หยิบมือหนึ่ง = pinch พินชฺ n.


รส,การชิมรสชาติ = taste เทสทฺ n.

บริการอาหาร = serve เซิร์ฟว

162 คำศัพท์ หมวดร่างกายมนุษย์ Human body terminology

162 คำศัพท์ภาษาอังกฤษ หมวดร่างกายมนุษย์

Human body terminology

ศีรษะและหน้า

  • beard เครา
  • cheek แก้ม
  • chin คาง
  • head ศีรษะ
  • hair ผม
  • ear หู
  • eye ตา
  • eyebrow คิ้ว
  • eardrum เยื่อแก้วหู
  • earlobe ใบหู
  • eyelash ขนตา
  • eyelid เปลือกตา
  • forehead หน้าผาก
  • freckles กระ
  • jaw ขากรรไกร
  • lip ริมฝีปาก
  • mouth ปาก
  • nose จมูก
  • nostril รูจมูก
  • moustache หนวด
  • tongue ลิ้น
  • tooth (พหูพจน์: teeth) ฟัน
  • wrinkles ริ้วรอย

ร่างกายส่วนบน

  • Adam’s apple ลูกกระเดือก
  • arm แขน
  • armpit รักแร้
  • back หลัง
  • breast เต้านม
  • chest หน้าอก
  • elbow ข้อศอก
  • hand มือ
  • finger นิ้วมือ
  • fingernail เล็บมือ
  • forearm แขนท่อนล่าง
  • knuckle ข้อนิ้วมือ
  • navel / belly button สะดือ
  • neck คอ
  • nipple หัวนม
  • palm ฝ่ามือ
  • shoulder หัวไหล่
  • throat ลำคอ
  • thumb นิ้วหัวแม่มือ
  • waist เอว
  • wrist ข้อมือ

ร่างกายช่วงล่าง

  • ankle ข้อเท้า
  • anus ทวารหนัก
  • belly หน้าท้อง
  • big toe นิ้วหัวแม่เท้า
  • bottom (สแลง: bum) ก้น
  • buttocks สะโพก
  • calf น่อง
  • foot (พหูพจน์: feet) เท้า
  • genitals อวัยวะเพศ
  • groin ขาหนีบ
  • heel ส้นเท้า
  • hip สะโพก
  • knee หัวเข่า
  • leg ขา
  • penis อวัยวะเพศชาย
  • pubic hair ขนอวัยวะเพศ
  • shin หน้าแข้ง
  • sole ฝ่าเท้า
  • testicles อัณฑะ
  • thigh ต้นขา
  • toe นิ้วเท้า
  • toenail เล็บเท้า
  • vagina ช่องคลอด

ส่วนต่างๆ ของตา

  • cornea แก้วตา
  • eye socket เบ้าตา
  • eyeball ลูกตา
  • iris ม่านตา
  • retina จอประสาทตา
  • pupil รูม่านตา

ส่วนต่างๆ ภายในของร่างกาย

  • Achilles tendon เอ็นเหนือส้นเท้า
  • artery หลอดเลือดแดง
  • appendix ไส้ติ่ง
  • bladder กระเพาะปัสสาวะ
  • blood vessel เส้นเลือด
  • brain สมอง
  • cartilage กระดูกอ่อน
  • colon ลำไส้ใหญ่
  • gall bladder / gallbladder ถุงน้ำดี
  • heart หัวใจ
  • intestines ลำไส้
  • large intestine ลำไส้ใหญ่
  • small intestine ลำไส้เล็ก
  • kidneys ไต
  • ligament เอ็น
  • liver ตับ
  • lungs ปอด
  • oesophagus หลอดอาหาร
  • pancreas ตับอ่อน
  • organ อวัยวะ
  • prostate gland / prostate ต่อมลูกหมาก
  • rectum ช่องทวารหนัก
  • spleen ม้าม
  • stomach ท้อง
  • tendon เส้นเอ็น
  • tonsils ทอนซิล
  • vein หลอดเลือดดำ
  • windpipe หลอดลม
  • womb / uterus มดลูก

กระดูก

  • collarbone / clavicle กระดูกไหปลาร้า
  • thigh bone / femur กระดูกต้นขา
  • humerus กระดูกต้นแขน
  • kneecap กระดูกสะบ้า
  • pelvis กระดูกเชิงกราน
  • rib ซี่โครง
  • rib cage กระดูกซี่โครง
  • skeleton โครงกระดูก
  • skull กระโหลก
  • spine / backbone กระดูกสันหลัง
  • vertebra (พหูพจน์: vertebrae) กระดูกสันหลัง

ของเหลวในร่างกาย

  • bile น้ำดี
  • blood เลือด
  • mucus เมือก
  • phlegm เสมหะ
  • saliva / spit น้ำลาย
  • semen น้ำอสุจิ
  • sweat / perspiration เหงื่อ
  • tears น้ำตา
  • urine ปัสสาวะ
  • vomit อาเจียน

คำอื่นที่เกี่ยวข้อง

  • bone กระดูก
  • fat ไขมัน
  • flesh เนื้อ
  • gland ต่อม
  • joint ข้อต่อ
  • limb แขนขา
  • muscle กล้ามเนื้อ
  • nerve เส้นประสาท
  • skin ผิวหนัง
  • digestive system ระบบย่อย

nervous system ระบบประสาท

  • to breathe หายใจ
  • to cry ร้องไห้
  • to hiccup สะอึก
  • to have the hiccups สะอึก
  • to sneeze จาม
  • to sweat / to perspire เหงื่อออก
  • to urinate ปัสสาวะ
  • to vomit อาเจียน
  • to yawn หาว

ประสาทสัมผัส

  • smell ดม
  • touch สัมผัส
  • sight เห็น
  • hearing การได้ยิน
  • taste รสชาด
  • to smell ดม
  • to touch สัมผัส
  • to see เห็น
  • to hear ได้ยิน
  • to taste ชิม

71 คำศัพท์อาการป่วย ภาษาอังกฤษ Vocabulary related to illnesses

Vocabulary related to illnesses คำศัพท์อาการป่วย ภาษาอังกฤษ แบบสั้นๆ เข้าใจง่าย

1. gout อ่านว่า (เกาท์) ความหมาย โรคเกาต์

2. hemorrhoids อ่านว่า (เฮมะรอยดสฺ) ความหมาย ริดสีดวงทวาร

3. piles อ่านว่า (ไพลสฺ) ความหมาย ริดสีดวงทวาร

4. pneumonia อ่านว่า (นิวโมเนีย) ความหมาย โรคปอดบวม

5. gastritis อ่านว่า (แกซไทรซิส) ความหมาย โรคกระเพาะอาหารอักเสบ



6. appendicitis อ่านว่า (แอพเพนดิไซทิส) ความหมาย โรคไส้ติ่งอักเสบ

7. enteritis อ่านว่า (เอนเทอไรทิซ) ความหมาย โรคลำไส้อักเสบ

8. food poisoning อ่านว่า (ฟูด พอยเซินนิง) ความหมาย อาหารเป็นพิษ

9. diarrhea อ่านว่า (ไดเออะเรีย) ความหมาย ท้องร่วง

10. jaundice อ่านว่า (จอนดิซ) ความหมาย ดีซ่าน


11. cirrhosis อ่านว่า (สิโรซิส) ความหมาย โรคตับแข็ง

12. gallstones อ่านว่า (กอลสโตนสฺ) ความหมาย โรคนิ่วในถุงน้ำดี

13. diabetes อ่านว่า (ไดอะบีทสฺ) ความหมาย โรคเบาหวาน

14. tonsillitis อ่านว่า (ทอนซิลลิซิส) ความหมาย ต่อมทอนซิลอักเสบ

15. fever อ่านว่า (ฟีเวอรฺ) ความหมาย ไข้


16. measles อ่านว่า (มีเซิล) ความหมาย โรคหัด

17. German measles อ่านว่า (เจอมัน มีเซิล) ความหมาย โรคหัดเยอรมัน

18. rubella อ่านว่า (รูเบลลา) ความหมาย หัดเยอรมัน

19. cancer อ่านว่า (แคนเซอร์) ความหมาย โรคมะเร็ง

20. chicken pox อ่านว่า (ชิคเคน พ็อกสฺ) ความหมาย อีสุกอีใส


21. dengue fever อ่านว่า (เดงกี ฟีเวอรฺ) ความหมาย ไข้เลือดออก

22. heart disease อ่านว่า (ฮารฺทฺ ดิซีสฺ) ความหมาย โรคหัวใจ

23. whooping cough อ่านว่า (วูปปิง คอฟ) ความหมาย โรคไอกรน

24. pertussis อ่านว่า (เพอทัสซิส) ความหมาย โรคไอกรน

25. diphtheria อ่านว่า (ดิพเธอเรีย) ความหมาย โรคคอตีบ


26. tetanus อ่านว่า (เททานัสป ความหมาย โรคบาดทะยัก

27. asthmatic อ่านว่า ผแอสแมทิคฺ) ความหมาย โรคหอบหืด

28. sinusitis อ่านว่า ไซนัสไซทิซความหมาย โรคไซนัสอักเสบ

29. laryngitis อ่านว่า ลาริงไจทิซ ความหมาย โรคกล่องเสียงอักเสบ

30. stye อ่านว่า สตาย ความหมาย โรคตากุ้งยิง


31. allergy อ่านว่า อัลเลอรฺจี ความหมาย ภูมิแพ้

32. shoulder stiffness อ่านว่า โชลเดอ สติฟเนส ความหมาย ไหล่เกร็ง

33. depression อ่านว่า ดีเพรสเชิน ความหมาย โรคซึมเศร้า

34. athlete’s foot อ่านว่า แอธลีทสฺ ฟูท ความหมาย โรคน้ำกัดเท้า /ฮ่องกงฟุต/กลากที่เท้า

35. impacted tooth อ่านว่า อิมแพคเท็ด ทูธ ความหมาย ฟันคุด


36. mumps อ่านว่า มัมพสฺ ความหมาย คางทูม

37. cold อ่านว่า โคลดฺ ความหมาย โรคหวัด,หนาว

38. constipation อ่านว่า คอนสทิเพเชิน ความหมาย อาการท้องผูก

39. dyspepsia อ่านว่า ดิสเพพเซีย ความหมาย อาการอาหารไม่ย่อย

40. dehydration อ่านว่า ดีไฮเดรเชินความหมาย อาการที่ร่างกายขาดน้ำ


41. sprain อ่านว่า สเปรน ความหมาย อาการเคล็ด หรือแพลง

42. heartburn อ่านว่า ฮารฺทเบิรฺน ความหมาย อาการจุกเสียดแน่นท้อง

43. toothache อ่านว่า ทูธเอค ความหมาย อาการปวดฟัน

44. stomachache อ่านว่า สตอมัคเอค ความหมาย อาการปวดท้อง

45. eyestrain อ่านว่า อายสเตรน ความหมาย อาการเพลียตา


46. insomnia อ่านว่า อินซอมเนีย ความหมาย อาการนอนไม่หลับ

47. crick อ่านว่า คริคฺ ความหมาย อาการเจ็บตึงกล้ามเนื้อ

48. sore throat อ่านว่า ซอรฺ โธรท ความหมาย อาการเจ็บคอ

49. stuffy nose อ่านว่า สตัฟฟี โนส ความหมาย อาการคัดจมูก

50. nose bleed อ่านว่า โนส บลีด ความหมาย อาการเลือดกำเดาไหล


51. convulsion อ่านว่า คอนวัลเชิน ความหมาย การชักกระตุก

52. fracture อ่านว่า แฟรคเจอ ความหมาย กระดูกร้าว/หัก

53. broken bone อ่านว่า โบรกเคน โบน ความหมาย กระดูกหัก

54. burn อ่านว่า เบิรฺน ความหมาย แผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

55. blister อ่านว่า บลิสเตอ ความหมาย แผลพุพอง


56. conjunctivitis อ่านว่า คอนจังทิไวซิส ความหมาย เยื่อบุตาอักเสบ/ตาแดง

57. nauseous อ่านว่า นอเซียส ความหมาย คลื่นไส้

58. vomit อ่านว่า วอมิทฺ อาเจียน

59. bleeding อ่านว่า บลีดดิง ความหมาย ที่มีเลือดไหล

60. misshapen อ่านว่า มิสเชพเพน ความหมาย ที่ผิดรูปผิดร่าง


61. bruise อ่านว่า บรูซฺ ความหมาย แผลฟกช้ำ

62. cough อ่านว่า คอฟ ความหมาย ไอ

63. inflamed อ่านว่า อินเฟลมดฺ ความหมาย อักเสบ

64. runny nose อ่านว่า รันนี โนส ความหมาย น้ำมูกไหล

65. phlegm อ่านว่า เฟลม ความหมาย เสมหะ


66. swollen อ่านว่า สวอลเลิน ความหมาย บวม

67. pus อ่านว่า พัสฺ ความหมาย หนอง

68. purulent อ่านว่า พูรูเลนทฺ ความหมาย เป็นหนอง

69. chronic อ่านว่า ครอนิค ความหมาย เรื้อรัง

70. hiccup อ่านว่า ฮิคคัพ ความหมาย สะอึก

71. perspire อ่านว่า เพอรฺสไพรฺ ความหมาย เหงื่อออก

93 คำศัพท์ ที่ใช้ในการเขียนสมัครงาน ภาษาอังกฤษ Job application vocabulary

คำศัพท์ การเขียนสมัครงาน ภาษาอังกฤษ

หมวด Personal Data ข้อมูลส่วนตัว

1. Age อายุ

2. Applicant / Candidate – ผู้สมัครงาน

3. Applicant name /

4. Applicant signature – ชื่อผู้สมัคร / ลายเซ็น

5. Citizenship / Nationality – พลเมือง / สัญชาติ

6. Color of eyes – สีตา

7. Color of hair – สีผม

8. Complexion – สีผิว

9. Confidential – ความลับ

10. Date of Birth – วัน เดือน ปีเกิด

11. Dependents – ผู้ที่อยู่ในความอุปการะ

12. Domicile – ภูมิลำเนา

13. Expected salary / Salary expected – เงินเดือนที่ต้องการ

14. Guarantor – ผู้ค้ำประกัน

15. Height – ส่วนสูง

16. Identification Card No. / ID Card No. – เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน

17. Maiden name – นามสกุลเดิมของผู้หญิง (ก่อนแต่งงาน)

18. Name-Surname – ชื่อ – นามสกุล

19. Negotiable – ต่อรองได้ (เงินเดือน)

20. Occupation – อาชีพ

21. Ordainment – บวช

22. Passed away / Deceased – ตาย

23. Permanent address – ที่อยู่ถาวร

24. Person to notify in case of emergency – บุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

25. Personal data / Curriculum vitae /

26. Resume / Bio-Data ประวัติส่วนตัว

27. Position applied for / Position desired – ตำแหน่งที่สมัคร

28. Postal code – รหัสไปรษณีย์

29. Present address – ที่อยู่ปัจจุบัน

30. Race เชื้อชาติ

31. References / Referee – บุคคลอ้างอิง

32. Relative – ญาติ

33. Responsibilities – งานที่รับผิดชอบ

34. Sex – เพศ

35. Type in own handwriting – เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง

36. Weight – น้ำหนัก



หมวด Education Background ประวัติการศึกษา

37. Bachelor’s Degree – ปริญญาตรี

38. Certificate degree obtained – ประกาศนียบัตร / ปริญญาที่ได้รับ

39. Degree Certificate – ใบปริญญาบัตร

40. Degree obtained – วุฒิการศึกษาที่ได้รับ

41. Diploma – อนุปริญญา

42. Equivalent qualification – คุณวุฒิเทียบเท่า

43. High school – มัธยมศึกษาตอนปลาย

44. High Vocational Certificate – ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

45. Primary School / Elementary School – ประถมศึกษา

46. Secondary School – มัธยมศึกษาตอนต้น

47. Transcript / Statement of Marks – ใบแสดงผลการเรียน

48. Vocational – อาชีวศึกษา

49. Vocational Certificate – ประกาศณียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

Experiences / Previous Employment ประสบการณ์ / ประวัติการทำงาน

50. Expert in – เชี่ยวชาญในด้าน

51. Extra-curricular activities – กิจกรรมนอกหลักสูตร

52. Full-time job – งานประจำ

53. Part-time job – อาชีพเสริม

54. Period of employment – ระยะเวลาการทำงาน

55. Reasons for leaving – เหตุผลที่ลาออกจากงาน

56. Related field – สาขา / วิชาที่เกี่ยวข้อง

57. Self-employed – ทำงานส่วนตัว

58. Seminars – การสัมมนาที่เข้าร่วม

59. Special skills – ความชำนาญพิเศษ

60. Training courses – การฝึกอบรม

หมวด Documents เอกสารต่างๆ

61. Application Form – ใบสมัครงาน

62. Application Letter – จดหมายสมัครงาน

63. Birth Certificate – สูติบัตร

64. Home Registration – ทะเบียนบ้าน

65. Identification Card (I.D. Card) – บัตรประจำตัวประชาชน

66. Issued by – ออกให้โดย

67. Issued Date วันที่ออกบัตร

68. Letter of Recommendation / Testimonial /

69. Employment Certificate หนังสือรับรองการทำงาน

70. Marriage Certificate ทะเบียนสมรส

71. Valid Date / Expire Date วันที่บัตรหมดอายุ

หมวด Military status สถานภาพทางการทหาร

72. Black slot / Exempted through Military Drawing Ballot จับได้ใบดำ

73. Certificate of exemption from military service – ใบปลดประจำการทหาร

74. Conscripted – ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว

75. Exempted – ได้รับการยกเว้น

76. Military Discharge Letter ใบปลดประจำการทหาร

77. No Military Service – ยังไม่เกณฑ์ทหาร

78. No Military Service Obligation – ไม่มีพันธะทางทหาร

79. Reserved Officers’ Training CorpCourse (R.O.T.C.) – หลักสูตรรักษาดินแดน (ร.ด.)

Residence ที่พัก

80. Boarding House / Dormitory – หอพัก

81. Living with Parents – พักอยู่กับพ่อ แม่

82. Own House – บ้านของตนเอง

83. Rent House – บ้านเช่า

84. Student Housing หอพักมหาวิทยาลัย

Religion ศาสนา

85. Buddhism – ศาสนาพุทธ

86. Christian – ศาสนาคริสต์

87. Islam – ศาสนาอิสลาม

88. No religion – ไม่นับถือศาสนาใด

Marital status สถานภาพการสมรส

89. Divorced – หย่าร้าง

90. Married – แต่งงานแล้ว

91. Single – โสด

92. Separated – แยกกันอยู่

93. Spouse – คู่สมรส

คำศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ ภาษาอังกฤษ-ไทย Fruit Vocabulary

คำศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ ภาษาอังกฤษ – แปลภาษาไทย

Fruits ผลไม้

Dragon fruit = แก้วมังกร

Jack fruit = ขนุน

Sugar apple = น้อยหน่า

Santol = กระท้อน

Star gooseberry = มะยม

Jujube = พุทธา

Langsat = ลางสาด

Longkong = ลองกอง (หรือ Southern langsat)

Longan = ลำใย (อ่าน ลองเกิ่น)

Rose apple = ชมพู่

Prune = ลูกพรุน



Apple = แอปเปิ้ล

Avocado = อะโวคาโด

Apricot = แอปริคอต

Banana = กล้วย

Blueberry = บลูเบอร์รี่

Breadfruit = สาเก หรือ ขนุนสำปะลอ

Cherry = เชอร์รี่

Cantaloupe = แคนตาลูป

Coconut = มะพร้าว

Chinese pear = สาลี่

Date palm = อินทผลัม

Durian = ทุเรียน

Guava = ฝรั่ง

Grape = องุ่น

Lychee = ลิ้นจี่

Mango = มะม่วง

Mangosteen = มังคุด

Muskmelon = แตงไทย

Melon = เมลอน

Orange = ส้ม

Passion fruit = เสาวรส

Papaya = มะละกอ

Peach = ลูกพีช ลูกท้อ

Pear = ลูกแพร์

Pineapple = สับปะรด

Plum = ลูกพลัม

Persimmon = ลูกพลับ

Pomelo = ส้มโอ

Rambutan = เงาะ

Raspberry = ราสเบอร์รี่

Star apple = มะเฟือง

Strawberry = สตรอเบอร์รี่

Tamarind = มะขาม

Watermelon = แตงโม

20 สำนวนภาษาอังกฤษ ที่พบเจอบ่อย English idioms

สำนวนภาษาอังกฤษ ที่พบเจอบ่อยๆ

1. ‘Rise and shine’ – ใช้ในการปลุกใครสักคนตอนเช้าๆ เป็นการบอกให้ลุกขึ้นและให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ตัวอย่างประโยค – “Wake up! Rise and shine, we’re off to Beijing today!”

2. ‘Speak of the devil’ – คนที่คุณกำลังพูดถึงอยู่นั้นปรากฏตัวขึ้น ตรงกับภาษาไทยคำว่า “ตายยากจริงๆ” นั่นเอง

ตัวอย่างประโยค 

– “Hi Tom, speak of the devil, I was just telling Sara about your new car.”

– “Jane is just never on time to work, it’s really annoying. Wow, Speak of the devil here she comes.”

3. ‘See eye to eye’ – เห็นด้วยกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย หรือใช้กับการแสดงความคิดเห็นที่ไปในทางเดียวกันได้เหมือนกัน

ตัวอย่างประโยค – “They finally saw eye to eye on the business deal.”


4. ‘Once in a blue moon’ – หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก หรือนานทีปีหนจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง

ตัวอย่างประโยค

– “I only go to the cinema once in a blue moon.”

– “I don’t really like going out to bars anymore. I only go once in a blue moon”

5. ‘When pigs fly’ – หมายถึง สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีวันจะเกิดขึ้น

ตัวอย่างประโยค

– “When pigs fly she’ll tidy up her room.”

– A: “Do you think Mary will quit her job now that she’s pregnant?” B: “Yeah, when pigs fly! There is no way she is giving up her career!”

6. ‘To cost an arm and a leg’ – หมายถึง ราคาแพงมาก คือมีนัยว่ากว่าจะได้มาต้องแลกด้วยแขนและขาเชียวล่ะ

ตัวอย่างประโยค

– “Fuel these days costs an arm and a leg.”

– “Greg’s new car costs him an arm and a leg, but he delightfully paid fo

7. ‘A piece of cake’ – หมายถึง เรื่องกล้วยๆ มีความหมายว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

ตัวอย่างประโยค – “The English test was a piece of cake.”

8. ‘Let the cat out of the bag’ – หมายถึง หลุดปากเผยความลับออกมา

ตัวอย่างประโยค

– “I let the cat out of the bag about their wedding plans.”

– “I was trying to keep the party a secret, but Jim went and let the cat out of the bag.”

9. ‘To feel under the weather’ – หมายถึง ไม่สบาย ป่วย

ตัวอย่างประโยค – “I’m really feeling under the weather today; I have a terrible cold.”

10. ‘To kill two birds with one stone’ – หมายถึง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ตัวอย่างประโยค

– “By taking my dad on holiday, I killed two birds with one stone. I got to go away but also spend time with him.”

– “We can visit Aunt Jennie and also see New York City on the same trip, thus killing two birds with one stone.”

11.‘To cut corners’ – หมายถึง ทำงานแบบขอไปที หรือ ทำงานแบบชุ่ยๆ ถูกๆ

ตัวอย่างประโยค – “They really cut corners when they built this bathroom; the shower is leaking.”

12. ‘To add insult to injury’ – หมายถึง ทำให้สถานการณ์แย่ลง

ตัวอย่างประโยค – “To add insult to injury the car drove off without stopping after knocking me off my bike.” แปลว่า แย่ยิ่งกว่านั้นอีก พอชนฉันหล่นจากจักรยานเสร็จรถคันนั้นก็ขับหนีไปเลย

13. ‘You can’t judge a book by its cover’ – หมายถึง อย่าตัดสินคนหรือสิ่งของจากรูปลักษณ์ภายนอก

ตัวอย่างประโยค – “I thought this no-brand bread would be horrible; turns out you can’t judge a book by its cover.”

14. ‘Break a leg’ – หมายถึง ขอให้โชคดี ส่วนมากจะบอกกับนักแสดงก่อนขึ้นเวที

ตัวอย่างประโยค – “Break a leg Sam, I’m sure your performance will be great.” แปลว่า ขอให้โชคดีนะแซม ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้ดีแน่ๆ

15. ‘To hit the nail on the head’ – หมายถึง พูดตรงจุดมากเลย พูดเข้าเรื่อง

ตัวอย่างประโยค

– “He hit the nail on the head when he said this company needs more HR support.”

– “He hit the nail on the head when he mentioned rising prices as being the cause of our present problems.”

16. ‘Jack of all trades’ – หมายถึง คนที่รู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่เก่งจริงสักอย่าง

ตัวอย่างประโยค – “A jack of all trades,master of none.” แปลว่า รู้ไปหมด แต่ไม่เก่งสักอย่าง

17. ‘Get in someone’s hair’ – หมายถึง รบกวนหรือก่อความรำคาญ

ตัวอย่างประโยค 

– “Susan was trying to prepare dinner, but her children were getting in her hair!”

– “Get out of my hair!” (ใช้เวลาโต้กลับว่า อย่ามากวนได้ไหม!)

18. ‘Join the club’ – หมายถึง หัวอกเดียวกัน, เหมือนกันเลย, พวกเดียวกัน

ตัวอย่างประโยค 

– “You hate getting up in the morning? Join the club.”

– ‘We can’t afford a vacation this year.’ ‘Welcome to the club!’

19. ‘Devil may care’ – หมายถึง ไม่แยแส ไม่ใยดี หรือทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ใส่ใจต่อการกระทำของตัวเอง

ตัวอย่างประโยค – “He has a rather devil-may-care attitude to his studies”

20. ‘Let someone down’ – หมายถึง ทำให้ใครบางคนผิดหวัง


ตัวอย่างประโยค – “I need you to be on time, don’t let me down this time”

ประโยค ภาษาอังกฤษคำนี้ ใช้ยังไง?

ประโยค ภาษาอังกฤษคำนี้ ใช้ยังไง? Arrive at – Arrive in

เวลาจะพูดภาษาอังกฤษ หลายคนแปลจากไทยเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ทำให้ภาษาที่ใช้ค่อนข้างจะแข็งทื่อ ไม่มีสำบัดสำนวน .. จริงอยู่ที่ว่า พูดอังกฤษได้ สื่อสารได้ก็ดีแล้ว แต่จะดีมากขึ้น ถ้าหากว่าเรารู้และเข้าใจ ใช้ได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

Vacation กับ Holiday ต่างกันยังไง?

Vacation มักหมายถึง วันหยุดพักร้อน ที่เราหยุดของเราเอง เพื่อไปพักผ่อน เช่น ลางานไป vacation

Holiday คือ วันหยุดตามเทศกาล เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ ถือเป็น Holiday เป็นวันหยุดที่ใครๆ ก็ได้หยุดค่ะ

ถูกหวย ภาษาอังกฤษ

win lottery. ถูกหวย

Did you win the lottery? คุณถูกหวยรึเปล่า?

I didn’t win the lottery. ฉันไม่ถูกหวย

วันที่ 1 และ 16 งวดหน้า รอพูดคำนี้ประโยคนี้กันเลย

เวียนเทียน ภาษาอังกฤษ ใช้ยังไง

เวียนเทียน ไม่มีคำตายตัว แต่อธิบายเป็นภาษาอังกฤษได้แบบนี้ “A Buddhist ceremony where people walk with lighted candles in hand around a temple.”

ฉันเครียด ภาษาอังกฤษ

I’m so stressed out. (แอม โซ เสตรซด์ เอ้าท์)

ไม่ควรใช้คำว่า I’m serious.

คำนำหน้าชื่อต่างๆ

Mister/Mr. ใช้กับผู้ชาย

Miss ใช้กับผู้หญิงโสด

Mrs. ใช้กับหญิงที่แต่งงานแล้ว

Ms. ใช้กับผู้หญิงที่ไม่ระบุสถานะ

สายเปย์

Sugar daddy – ผู้ชายสายเปย์

Sugar momma – ผู้หญิงสายเปย์

Excited ต่างกับ nervous ยังไง?

Extited (เอค ไซ ดึด) ตื่นเต้น – มักใช้ในทางที่ดี

nervous (เนิร์ฟฟัส) – กังวล ใช้ในทางลบ

เช่น จะสอบพรุ่งนี้ ยังไม่เตรียมตัวไม่ทัน

อย่ายอมแพ้

Never give up, great things take time. อย่ายอมแพ้นะ สิ่งดีๆ ต้องใช้เวลาเสมอ

ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก

I don’t plan on getting married. ฉันไม่อยากแต่งงาน

I don’t plan on having a baby. ฉันไม่อยากมีลูก

คำว่า ที่รัก พูดภาษาอังกฤษยังไงบ้าง?

Baby, babe (เบ้บ)

Darling

Sweetheart

Honey

Sweetie (สวีทตี้)

หัวทึบ หรือ โง่ ภาษาอังกฤษ

Thick in the head.

เช่น You’re thick in the dead. เธอนี่ไม่ฉลาดเลย

เจ็บที่ปล่อยมือ ดีกว่ารั้งไว้

It hurts to let go, but somethimes it hurts more to hold on.

อาจเจ็บที่ต้องปล่อยมือ แต่บางทีมันก็เจ็บกว่าที่ต้องรั้งเค้าไว้

คำทับศัพท์ที่อ่านคล้ายๆ กัน ไลค์ ไลฟ์

  • Like (ไลค์) ชอบ
  • Life (ไลฟ์) ชีวิต
  • Live (ไลฟ์) สด
  • Live (ลีฟ) อาศัยอยู่
  • Line (ไลน์) เส้นคั่น , แอพพลิเคชั่นไลน์
  • Light (ไลท) เบา, แสง

เข้ากันได้ , ถูกคอ พูดยังไง

Get along.

ตัวอย่าง

You and I get along so well. เราสองคนเข้ากันได้ดีจริงๆ

ไปตัดผมมา ภาษาอังกฤษ

พูดว่า I got a new haircut.

อย่าพูดว่า I cut my hair. นะ

ฉันไม่แคร์ ฉันไม่สนใจ

I don’t care ฉันไม่แคร์

whatever ช่างเหอะ

So what แล้วไง

I don’t give a shit. ไม่แคร์อ่ะ เช่น I don’t give a shit about what you said yesterday.

นาฬิกาปลุกดัง

Alarm goes off. แปลว่า นาฬิกาปลุกดัง

นักเลงคีย์บอร์ด

Internet troll นักเลงคีย์บอร์ด (เก่งแต่ตอนพิมพ์)

มันก็(จะ) ….. หน่อยๆ

It’s kinda sad. มันก็เศร้าหน่อยๆ

It will be a bit cold. มันก็จะหนาวหน่อยๆ

หายไปกับสายลม

เขาหายไปกับสายลม.. He’s gone with the wind.

คำที่แปลว่า รู้สึกไม่ดี รู้สึกเศร้า

นอกจาก คำว่า Sad แล้วยังมีคำอื่นๆ คือ

  • Upset
  • Depressed
  • Dejected
  • Blue
  • Down in the dumps
  • Distressed
  • Down
  • Gloomy
  • Unsettled

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา Buddhism | English

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา Buddhism | English

บุคคลในพุทธศาสนา

  • สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า = The Lord Buddha
  • พระสงฆ์ = Monk
  • เจ้าอาวาส = The abbot
  • สามเณร = Novice
  • เด็กวัด = Temple boy
  • พุทธศาสนิกชน = Buddhist


พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ภาษาอังกฤษ

  • พระรัตนตรัย (Triple Gem/Rattana Tri)
  • Rattana (แก้ว) = Gem (อัญมณี, รัตนชาติ)
  • Triple = Tri หมายถึง สาม
  • พระรัตนตรัย คือ แก้วอันประเสริฐสุดของพุทธศาสนิกชน 3 ประการ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
  • The Buddha = พระพุทธ (Buddha Gem พุทธรัตนะ)
  • The Dhamma = พระธรรม (Dhamma Gem ธรรมรัตนะ)
  • The Sangha = พระสงฆ์ (Sangha Gem สังฆรัตนะ)

วันสำคัญทางพุทธศาสนา (Buddhist Holidays)

  • วันพระ = Buddhist Holy Day
  • วันมาฆบูชา = Makha Bucha Day
  • วันวิสาขบูชา = Vesakha Bucha Day
  • วันอาสาฬหบูชา = Asarnha Bucha Day
  • วันเข้าพรรษา = Buddhist Lent Day
  • วันออกพรรษา = End of Buddhist Lent Day
  • วันอัฏฐมีบูชา = Atthami Bucha Day

ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ

  • พระพุทธรูป = The Buddha image/ The Buddha statue
  • พระบรมสารีริกธาตุ = Relics
  • รอยพระพุทธบาท = Buddha’s footprint
  • วัด = Temple
  • เจดีย์ = Pagoda
  • อุโบสถ = Chapel
  • ศาลาวัด = Pavilion at a temple

กิจกรรมในพุทธศาสนา

  • พิธีทางศาสนา = Religious Ceremony
  • พระสวดมนต์ = Chant
  • สวดมนต์ = Pray
  • ฟังเทศน์ = Listen to the sermon
  • กัณฑ์เทศน์ = Offerings for a sermon
  • กราบพระ = Pay respect to (the monk/the Buddha image) นั่งกราบ
  • ไหว้พระ = Worship Buddha image. ยืนไหว้
  • รับพรจากพระ = Receive blessing from the monks
  • รดน้ำมนต์ = Sprinkle the holy water
  • กรวดน้ำ = Pour water of dedication/To make a libation
  • ทำบุญ = Make merit
  • ใส่บาตร = Offer food to the monks
  • ถวายสังฆทาน = Give the offering dedicated to the monks
  • กฐิน = The Kathin ceremony
  • ทอดผ้าป่า = To leave a robe (for the monks to take as a discarded cloth.)
  • เวียนเทียน ภาษาอังกฤษ The candlelight procession
  • บริจาค = Donate
  • นิมนต์พระ = Invite the monk
  • จุดธูป = Light the incense sticks
  • จุดเทียน = Light the candle
  • ปิดทององค์พระพุทธรูป = Put gold leaf onto the Buddha image

อุปกรณ์และสิ่งของ ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา

  • บาตรพระ = Alms bowl
  • ดอกบัว = Lotus flower
  • ธูป = Incense stick
  • เทียน = Candle
  • กระถางธูป = Incense burner
  • สายสิญจน์ = Sacred cord
  • น้ำมนต์ = Holy water
  • เครื่องสังฆทาน = Offering
  • จีวร = The yellow robe (of a Buddhist monk/novice)
  • ผ้าอาบน้ำฝน = Cloth for the rains/Rains cloth
  • เทียนพรรษา = Lent candle

ใส่บาตร ภาษาอังกฤษ Offer food to the monks

หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

  • ศีล ภาษาอังกฤษ Precept
  • ศีล 5 ภาษาอังกฤษ Five Precepts
  • ศีล 8 ภาษาอังกฤษ Eight Precepts
  • อริยสัจ 4 ภาษาอังกฤษ Four Noble Truths
  • มรรค 8 ภาษาอังกฤษ Eightfold Path
  • โอวาทปาฏิโมกข์ ภาษาอังกฤษ The principle teaching
  • กฎแห่งกรรม ภาษาอังกฤษ Law of Karma
  • พร ภาษาอังกฤษ blessing

ศีล 5

ศีล 5 เป็นศีลขั้นพื้นฐาน ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธทุกคน ยึดถือปฏิบัติเป็นหลักของชีวิต การอาราธนาศีล 5 ในภาษาอังกฤษ ทำได้ดังนี้

ศีลข้อ 1. To abstain from taking life. (ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปทังสมาทิยามิ) หรือ Do not kill = ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

ศีลข้อ 2. To abstain from taking what is not given or stealing. (อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปทังสมาทิยามิ)

หรือ Do not steal = ห้ามลักขโมย

ศีลข้อ 3. To abstain from sexual misconduct. (กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี สิกขาปทังสมาทิยามิ)

หรือ Do not indulge a sexual misconduct = ห้ามประพฤตผิดในกาม

ศีลข้อ 4. To abstain from false speech. (มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปทังสมาทิยามิ)

หรือ Do not lie = ห้ามโกหก

ศีลข้อ 5. To abstain from intoxicants or harmful substances. (สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี สิกขาปทังสมาทิยามิ)

หรือ Do not drink alcohol = ห้ามดื่มของมึนเมา

ประโยคภาษาอังกฤษ ถามเกี่ยวกับเรื่องศาสนา

A : What is your religion? = คุณนับถือศาสนาอะไร?

B : I’m a Buddhist = ฉันนับถือศาสนาพุทธ

(Buddhism คือ ศาสนาพุทธ , ส่วนผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ หรือพุทธศาสนิกชนเรียกว่า Buddhist)

A: What days are religious days in Buddhism? = วันสำคัญทางศาสนาพุทธมีวันอะไรบ้าง?

B: There are many days, for example, Visakhabucha day, Makhabucha day and Asarnlahabucha day. = มีหลายวัน เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา และวันอาสานฬหบูชา

  • วันพระ ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า “Buddhist Holy Day” หรือ “Buddhist Sabbath Day” ก็ได้

คำศัพท์-คำย่อ ภาษาอังกฤษ ในแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาล

คำศัพท์-คำย่อ ภาษาอังกฤษ ในแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาล ที่ใช้บันทึกและเรียกกันทั่วไป


คำย่อที่ใช้ในการบันทึกทั่วๆ ไป

  • CC ย่อมาจาก Chief Complaint ประวัติสำคัญที่มาโรงพยาบาล
  • PI ย่อมาจาก Present illness ประวัติปัจจุบัน
  • PH ย่อมาจาก Past history ประวัติอดีต
  • FH ย่อมาจาก Family history โรคทางกรรมพันธุ์ หรือการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว
  • SH ย่อมาจาก Social history ภาวะสังคมผู้ป่วย, อาชีพ, ความรับผิดชอบของงานหรือลักษณะ
  • ROS ย่อมาจาก Review of system คือการเจ็บป่วยและสุขภาพทั่วไป ไล่ถามตามระบบอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบทั่วไป ระบบผิวหนัง ระบบไหลเวียนโลหิต ฯลฯ
  • HPI ย่อมาจาก History of present illness ประวัติปัจจุบันในเรื่องอาการ, ปัญหา
  • PMH ย่อมาจาก Past medical history ประวัติอดีตของการรักษา, รายละเอียดการแพทย์,การผ่าตัดในอดีต หรือการเจ็บป่วยในอดีตที่สัมพันธ์กับปัจจุบัน
  • U/D ย่อมาจาก Underlying disease โรคประจำตัว
  • PE ย่อมาจาก Physical Examination การตรวจร่างกาย
  • BP ย่อมาจาก Blood Pressure ความดันโลหิต
  • PR ย่อมาจาก Pulse Rate อัตราชีพจร
  • RR ย่อมาจาก Respiratory Rate อัตราการหายใจ
  • T ย่อมาจาก Temperature อุณหภูมิ
  • BW ย่อมาจาก Body Weight น้ำหนัก
  • HT ย่อมาจาก Height ส่วนสูง
  • GA ย่อมาจาก General Appearance ลักษณะภายนอกทั่วไป
  • HEENT ย่อมาจาก Head Ear Eye Nose Throat ศรีษะ หู ตา จมูก คอ
  • Abd ย่อมาจาก Abdomen ช่องท้อง
  • Ext ย่อมาจาก Extremity ระยางค์(แขน ขา)
  • IMP ย่อมาจาก Impression การวินิจฉัยแรกรับ
  • Dx ย่อมาจาก Diagnosis การวินิจฉัยโรค
  • Ddx ย่อมาจาก Differential Diagnosis การวินิจฉัยแยกโรค
  • Rx,Px ย่อมาจาก Medical Prescribtion เอกสารที่แพทย์เขียนให้เภสัชกรสำหรับการจัดยาดูแลรักษาคนไข้
  • Tx ย่อมาจาก Treatment การรักษา
  • IVF ย่อมาจาก Intravenous Fluid สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
  • V/S ย่อมาจาก Vital sign สัญญาณชีพ
  • I/O ย่อมาจาก Intake/Outtake ปริมาณน้ำเข้าออกในแต่ละวัน
  • N/S ย่อมาจาก Neurosign สัญญาณชีพทางระบบประสาท
  • GCS ย่อมาจาก Glas glow coma score คะแนนการประเมินการตอบสนองทางระบบประสาท
  • AWS ย่อมาจาก Alcohol Withdrawal score การประเมินกลุ่มอาการจากการถอนแอลกอฮอล์

คำย่อแผนกต่าง ๆ ของโรงพยาบาลที่เรียกกันทั่วไป

  • ER ย่อมาจาก EMERGENCY ROOM ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
  • OR ย่อมาจาก OPERATING ROOM ห้องผ่าตัด
  • LR ย่อมาจาก LABOR ROOM ห้องคลอด
  • OPD ย่อมาจาก OUTPATIENT DEPARTMENT แผนกผู้ป่วยนอก
  • MED ย่อมาจาก MEDICINE อายุรกรรม (การรักษาด้วยยา)
  • PED ย่อมาจาก PEDIATRIC กุมารเวชกรรม (การรักษาโดยเฉพาะเด็ก)
  • SUR ย่อมาจาก SURGICAL ศัลยกรรม (การรักด้วยการผ่าตัด)
  • ORTHO ย่อมาจาก ORTHOPEDIC ศัลยกรรมกระดูก (การรักษาโรคกระดูกด้วยยาหรือการผ่าตัด)
  • OB-GYN ย่อมาจาก OBSTRETIC GYNECOLOGY สูติ-นรีเวชกรรม (การรักษาโดยเฉพาะสตรีและการตั้งครรภ์)
  • ANC ย่อมาจาก Ante natal care การดูแลก่อนคลอด
  • IPD ย่อมาจาก INPATIENT DEPARTMENT แผนกรักษาผู้ป่วยใน
  • PT ย่อมาจาก PHYSICAL THERAPY แผนกกายภาพบำบัดและฟื้นฟู
  • LAB ย่อมาจาก LABORATORY แผนกห้องปฏิบัติการ

คำศัพท์ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องมือแพทย์

  • Oropharyngeal airway (mouth gag), (airway)= อุปกรณ์เปิดทางเดินหายใจ
  • Suction (ซักชั่น) = เครื่องดูดเสมหะ
  • Stethoscope (สเต็ทโตสโคป) = หูฟัง
  • Blood pressure (BP.) (บลัดเพรสเชอร์)= ความดันโลหิต
  • Splint (สปลิ๊น) = การดาม
  • Stop bleed (สต็อปบลีด) = ห้ามเลือด
  • Gluco-meter (กลูโคมิเตอร์) = เครื่องวัดค่าน้ำตาลในกระแสเลือด
  • Elastic Bandage (EB.) (อิลาสติคแบนเดก) = ผ้าพันชนิดยืด
  • Defibrillator (ดีฟิบบริลเลเตอร์)= เครื่องกระตุกหัวใจ
  • Pulse Oxymeter = เครื่องวัดค่าความอิ่มตัวของ O2 ในกระแสเลือด
  • Treatment (ทรีทเม้น)= การรักษา
  • Diagnosis (ไดแอ็กโนซีส)= การวินิจฉัย
  • Vital sign (ไวทอลไซน์) = สัญญาณชีพ
  • Temperature (เทมเพอเรเจอร์) = อุณหภูมิ
  • Pulse (พัลส์)= ชีพจร
  • Respiration (เรสไปเรชั่น)= การหายใจ
  • Blood pressure (บลัดเพรสเชอร์) = ความดันโลหิต
  • Observe (ออบเสริฟ)= สังเกตอาการ
  • Tepid sponge (เทปปิดสปั้น)= เช็ดตัวลดไข้
  • Transfer (ทรานสเฟอร์) = การย้ายผู้ป่วย
  • Discharge (ดีสชาร์จ)= การจำหน่ายผู้ป่วย
  • Sphygmomanometer (สฟิกโมมาโนมิเตอร์) = เครื่องวัดความดันโลหิต
  • Needle (นีดเดิล)= เข็ม
  • Syringe (ไซริง)= กระบอกฉีดยา
  • Intravenous Fluid (IV.Fluid) = สารน้ำ (น้ำเกลือ)
  • Medicut (เม็ดดิขัด)= เข็มแทงน้ำเกลือ
  • I.V. set = ชุดให้สารน้ำ
  • Extension (เอ็กซ์เทรนชั่น)= สายต่อชุดให้น้ำเกลือ
  • 3-way (ทรีเวย์) = ข้อต่อ 3 ทาง
  • Tourniguet (ทูนิเก้)= สายยางรัดแขน
  • Gauze (ก็อซ) = ผ้าก๊อซ
  • Dressing (เดรสซิ่ง)= การทำแผล
  • Top gause (ท็อปก็อซ) = ผ้าก๊อซหุ้มสำลี (ใช้พันแผลขนาดใหญ่)
  • Micropore (ไมโครปอร์) = พลาสเตอร์ปิดแผลชนิดกระดาษ
  • Transpore (ทรานสปอร์) = พลาสเตอร์ปิดแผลชนิดพลาสติก
  • Ambubag (แอมบูแบ็ก) = ลูกยางบีบช่วยการหายใจ
  • Abnormal (แอบนอร์มอล)= ผิดปกติ
  • Abrotion (อะบรอชั่น)= การแท้ง
  • Artary (อาร์เทอร์รีย์)= เส้นเลือดแดง
  • Vein (เวน)= เส้นเลือดดำ
  • B.P. drop (บี.พี.ดร็อป) = ความดันเลือดต่ำ
  • Brain (เบรน) = สมอง
  • Chills (ชิลส์) = หนาวสั่นจากไข้สูง
  • Coma (โคม่า) = ภาวะหมดสติ ไม่รู้สึกตัว
  • Complication (คอมพลิเคชั่น) = โรคแทรกซ้อน
  • Cyanosis (ไซยาโนซีส) = อาการเขียวจากการขาดออกซิเจน
  • Secretion (ซิครีชั่น) = สารคัดหลั่ง
  • Edema (อิดีม่า)= บวม
  • Electrodiogram (EKG) = เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • Expire (เอ็กซ์ปาย) = หมดอายุ
  • Infection (อินเฟคชั่น)= การติดเชื้อ
  • Jerk (เจิ๊ก)= เคาะเข่า
  • Nausea (นอร์เซีย) = คลื่นไส้
  • Nipple (นิปเปิล)= หัวนม
  • Pain (เพน)= ความปวด
  • Pale (เพล)= ซีด
  • Paralysis (Paralite) (พาราไลซีส) = อัมพาต
  • Rupture (รัปเจอร์)= การแตก
  • Sick = ป่วย
  • Side effect (ไซด์เอฟเฟค) = ผลข้างเคียง
  • Sputum (สปูตุ้ม)= เสมหะ
  • Stat (สแตท) = ทันที
  • Stomach (สโตมัส)= กระเพาะอาหาร
  • Stress (สเตรส) = เครียด
  • Therapy (เทอราปี้) = การรักษา
  • Unconscious (อันคอนเชียส) = ไม่รู้สึกตัว
  • Urine (ยูรีน) = ปัสสาวะ
  • Urine analysis (ยูรีนอะนาไลซีส)= การเก็บปัสสาวะส่งตรวจ
  • Vomit = อาเจียน
  • Wound (วูน) = แผล
  • Weight = น้ำหนัก
  • Weak (วี๊ค)= อ่อนเพลีย
  • Surgery (เซอ-เจอ-รี่) = ศัลยกรรม
  • Medication (เหม็ด-ดิ-เด-ชั่น)= อายุรกรรม
  • Pediatric (พี-เดรีย-ตริก) = กุมารเวชกรรม
  • Obstetric (อ๊อบ-สเต-ตริก)= สูติกรรม
  • Gynecology (ไก-เนค-โค-โล-จี้)= นรีเวชกรรม
  • Orthopedic (ออ-โถ-ปี-ดิก)= กระดูกและข้อ
  • Hemodialysis (ฮี-โม-ได-อะ-ไล-ซิส)= ห้องล้างไต
  • Physical therapy (ฟิส-สิ-เคิล-เทอ-รา-ปี่)= แผนกกายภาพบำบัด
  • Phamacy (ฟา-มา-ซี) = ห้องจ่ายยา
  • Intensive care unit (I.C.U) = แผนกผู้ป่วยหนัก
  • Operating room (O.R) = ห้องผ่าตัด

ลักษณะอาการบาดเจ็บ

  • การผิดรูป Deformities (ดีฟอร์มิตี)
  • รอยฟกช้ำ Contosion (คอนทูชั่น)
  • แผลถลอก Abrasion (อะเบรชั่น)
  • แผลจากการแทง Puncture/ Penetrations (พังเจอร์/ เพนเนเตชั่น)
  • แผลไหม้ Burns (เบริน)
  • ตำแหน่งเจ็บ Tenderness (เทนเดอร์เนส)
  • แผลฉีกขาด Laceration (ลาซีเรชั่น)
  • อาการบวม Swelling (สวีลลิ่ง)
  • อักษรช่วยจำ (DCAP/BTLS) (ดี-แคป/บี-ที-แอล-เอส)

6 วลีภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการนอน

6 วลีภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการนอน - Phrasal verbs of Sleep

Sleep with

ถ้าไม่คิดลึก วลีนี้ก็จะหมายถึง “แชร์ที่นอนกับใคร” เช่น

– I have to sleep with my brother tonight. คืนนี้ฉันต้องนอนกับน้องชาย

ในบางสถานการณ์จะหมายถึง นอนแบบมีเรื่อง sex เข้ามาเกี่ยว เช่น

– He got caught sleeping with his secretary. เขาถูกจับได้ว่าไปนอนกับเลขา

ทีนี้ถ้าพูดว่า Can I sleep with you tonight? คืนนี้นอนด้วยคนนะ คนฟังอาจจะเข้าใจผิด คิดเตลิดไปกันใหญ่ เพื่อความปลอดภัย ลองเลี่ยงไปใช้คำว่า “Sleep over – นอนค้าง”


Sleep over – นอนค้าง

– I’ll sleep over at Olive’s tonight. คืนนี้ฉันนอนค้างบ้านโอลีฟนะ

– You’re drunk. You should sleep over here then drive home tomorrow. เธอเมาแล้วนะ เธอน่าจะนอนค้างที่นี่ แล้วค่อยขับรถกลับบ้านพรุ่งนี้

Sleep in – นอนตื่นสาย

– Tomorrow is Saturday, so I can sleep in. พรุ่งนี้วันเสาร์แล้ว ตื่นสายได้

Sleep around – นอน (มีเพศสัมพันธ์) กับคนอื่นไปเรื่อย

– I have many guy friends but it doesn’t mean I sleep around. ฉันมีเพื่อนผู้ชายเยอะนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไปมั่วทั่วถึงกับทุกคน

Sleep on – กลับไปนอนคิดเพื่อตัดสินใจ

– Are you sure you want to buy Samsung S8? You should go home and sleep on it. แน่ใจแล้วเหรอว่าอยากได้ซัมซุง เอส8 น่ะ เธอน่าจะกลับไปนอนคิดก่อนนะ

Sleep off (something) – นอนเพื่อให้สร่างเมา หรือให้หายจากอาการบางอย่าง

– He was drunk last night, let him sleep off his hangover. เมื่อคืนเขาเมากลับมา ปล่อยให้เขานอนจนสร่างเมาเถอะ

– I have a terrible headache and need to sleep it off. ฉันปวดหัวมากและต้องนอนพักให้หาย

คำอวยพรปีใหม่ (ภาษาอังกฤษ + ภาษาไทย) New Year's greetings

คำอวยพรปีใหม่ (ภาษาอังกฤษ + ภาษาไทย)

1. Have a happy and prosperous New Year. May the blessings of the Lord enrich your family and friends, not only in wealth but in health, love and happiness.

คำแปล : ขอให้ปีใหม่นี้จงมีแต่ความสุข สดใส ขอพระเจ้าจงมอบพรแก่ครอบครัว และมิตรสหายของคุณ มิใช่เพียงแค่มั่งคั่ง แต่ขอให้ร่ำรวยทั้งสุขภาพ ความรัก และความสุข

2. A New Year starts, with a new calendar. But my love stays constant, with you always in my heart. Happy New Year!

คำแปล : ปีใหม่เริ่มต้นพร้อมกับปฏิทินฉบับใหม่ แต่ความรักที่ผมมียังคงอยู่ตลอดไปพร้อมกับคุณที่อยู่ในใจผมเสมอมา สวัสดีปีใหม่!



3. Wishing you all the blessings of the New Year…the warmth of home, the love of family and the company of good friends. Happy New Year to all.


คำแปล : ขออวยพรให้มีแต่ความสุขสมหวังในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ..ทั้งบ้านที่อบอุ่น ครอบครัวที่น่ารัก และเพื่อนร่วมงานที่ดี สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่าน


4. My wish is that you will call me dear, beginning on the first day of January and throughout the year. Happy New Year!


คำแปล : พรปีใหม่ของฉัน ขอเพียงให้คุณกระซิบเรียกว่า “ที่รัก” ในวันแรกของปี ..และตลอดไป สวัสดีปีใหม่!


5. Keep the smile, Leave the tear, Think of joy, Forget the fear, Hold the laugh, Leave the pain, Be joyous, Coz it’s new year! Happy New Year!


คำแปล : จงยิ้มต่อไป ทิ้งหยดน้ำตาเอาไว้ คิดถึงความสดใส ลืมเลือนความกลัวไป หัวเราะเข้าไว้ ไม่ต้องใส่ใจความเจ็บปวด จงมีแต่ความสดใส เพราะนี่คือวันปีใหม่ สวัสดีปีใหม่!


6. A toast to the New Year. May all your resolutions become completed projects.


คำแปล : เลี้ยงฉลองอวยพรเพื่อวันปีใหม่ ขอให้ท่านสมหวังดังปรารถนาทุกประการ


7. May God continue to bless you and your family with divine light, love and power that will bring much love, joy, peace, inner strength and overflowing abundance in your home. Happy New year!


คำแปล : ขอพระเจ้าอวยพรให้คุณและครอบครัวพบกับความเรืองรองในชีวิต ความรัก และ พลังที่นำความรัก ความสดใส ความสงบ จิตใจที่แข็งแกร่ง รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ มาแก่คุณและครอบครัว สวัสดีปีใหม่!


8. Season’s Greetings– May love and laughter fill your life at Christmas and throughout the New Year.


คำแปล : เนื่องในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ขอให้ความรักและเสียงหัวเราะเติมเต็มขีวิตของคุณ ทั้งในวันคริสต์มาส ปีใหม่ และตลอดไป


9. Rich blessing for health and abundant happiness in my wish for you in the coming year, season’s greetings and best wishes for the New Year.


คำแปล : ขอให้พรจากเราอำนวยให้ท่านรุ่มรวยไปด้วยสุขภาพที่แข็งแรง และมีความสุขอย่างล้นเหลือในปีที่กำลังมาถึงนี้ ด้วยความปรารถนาดีในเทศกาลแห่งความสุขและวันปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง สวัสดีปีใหม่!


10. May the good Lord continue to bless you and your family with things that matter most if life – a gift of good health, happy home and peace of mind these holidays and throughout the coming year. Merry Christmas and happy new year!


คำแปล : ขอพระผู้เป็นเจ้า มอบพรที่ล้ำค่าแก่ชีวิตให้คุณและครอบครัว ทั้งสุขภาพที่แข็งแรง บ้านที่อบอุ่น จิตใจที่แข็งแกร่ง ทั้งในเทศกาลแห่งความสุขนี้จวบจนตลอดทั้งปี สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่


11. May the glow of New Year candle fill your heart with peace and pleasure and make your New Year bright. Have a love filled New Year.


คำแปล : ขอให้แสงไฟอันเรืองรองดังเทียนที่จุดในค่ำคืนของปีใหม่ จงเติมจิตใจคุณให้สงบ เบิกบาน และ ทำให้ปีใหม่นี้ของคุณเป็นปีที่สดใส ขอให้คุณมีปีใหม่ที่อบอวลไปด้วยความรักนะ


12. Wishing you and your family the timeless treasures of Christ…the warmth of home, the love of family and the company of good friends. Have a blessed Christmas and a happy New year.


คำแปล : ขออวยพรให้ท่านและครอบครัวได้รับพรอันเป็นนิรันดร์จากพระผู้เป็นเจ้า ขอให้มีบ้านที่อบอุ่น มีครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก และมีมิตรสหายที่ดี สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่


13. 12 months have passed, and another 12 will come, but my memory of you remains constant in my mind. Happy New Year my love!


คำแปล : 12 เดือนล่วงผ่าน และอีกหนึ่งชุดกำลังจะมาถึง แต่เรื่องราวเกี่ยวกับคุณจะอยู่ในใจของฉันตลอดไป สวัสดีปีใหม่จ้ะที่รัก!


14. My friend, sincerely, I will never stop wishing that your journey through this world will be touched by kindness, inspired by wisdom, graced with understanding, and kept safe from all harm. Wishing you not just happiness but pure joy, not just wealth but Heaven’s treasures, not just silence but God’s peace. Merry Christmas and Happy New Year.


คำแปล : สหายที่รัก ด้วยความจริงใจของฉัน ขอให้การเดินทางบนโลกใบนี้ของเธอ จงได้รับแต่การสนับสนุนช่วยเหลือ ได้แรงบันดาลใจที่หลักแหลม มีแต่ความเข้าอกเข้าใจ และปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ขออวยพรให้เธอไม่เพียงแต่มีความสุข แต่มีพร้อมทั้งความสดใสที่แสนเบิกบาน ไม่เพียงร่ำรวยมั่งคั่งแต่ได้รับทั้งพรทรัพย์จากสวรรค์ ไม่เพียงมีความปรกติสุขแต่ได้รับความทั้งความสุขสงบจากพระผู้เป็นเจ้า สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่


15. Another year is dawning! Let it be… For better or for worse, another year with thee.


คำแปล : อีกหนึ่งปีเริ่มต้นขึ้นแล้ว ปล่อยให้มันดำเนินไป… ไม่ว่าจะดีหรือร้ายอย่างไร นี่คืออีกหนึ่งปีที่ฉันจะมีคุณ


16. May all your troubles during the coming year be as short as your New Year’s resolutions.


คำแปล : ขอให้อุปสรรคที่คุณต้องพานพบในปีที่กำลังจะมาถึงนี้ จงกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยตามแต่คุณปรารถนาด้วยการขอพรภาวนาในปีใหม่นี้ เพี้ยง!


17. May it be the best year yet for you And everything prosper you may do.


คำแปล : ขอให้ปีนี้เป็นปีของคุณ และจงประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่คุณทำ สวัสดีปีใหม่จ้า!


18. May the best of this year be the worst of next.


คำแปล : ขอให้สิ่งที่ดีที่สุดในปีที่กำลังมาถึงนี้ ดียิ่งกว่าเรื่องที่ดีที่สุดของปีที่ผ่านมา และขอให้เป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป สวัสดีปีใหม่!


19. On the occasion of the New Year, may my wife and I extend to you and yours family our warmest greetings, wishing you a happy New Year, your career greater success and your family happiness.


คำแปล : ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ผมและภรรยาขอส่งความปรารถนาดีอันอบอุ่นนี้ให้แก่คุณและครอบครัว ขอให้มีความสุขสันต์เนื่องในวันแห่งการเริ่มต้นใหม่ของปี การงานประสบความสำเร็จและก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป รวมทั้งขอให้มีความสุขกับครอบครัวของคุณด้วย สวัสดีปีใหม่!


20. Allow me to congratulate you on the arrival of the New Year and to extend to you all my best wishes for your perfect health and lasting prosperity.


คำแปล : ขอให้ฉันได้แสดงความปรารถนาดีกับคุณเนื่องในวันปีใหม่ที่เวียนมาถึงนี้ ขอให้สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัย และมั่งคั่งมั่งมีตลอดไป


21. At such a wonderful moment, I send you a gentle and warm care and wish: May every day be brilliant for you, Best wishes for the holidays and happiness throughout the New Year.


คำแปล : ในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ ขอส่งความปรารถนาดีและความห่วงใยที่แสนอบอุ่นไปถึงคุณ ขอให้ทุกวันล้วนเป็นวันที่สดใส ขอให้คุณมีแต่ความสุขเนื่องในวันปีใหม่นี้ไปจวบจนตลอดทั้งปี


22. Good health, good luck and much happiness throughout the year.


คำแปล : ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง โชคดี และมีความสุขไปตลอดทั้งปี สวัสดีปีใหม่จ้ะ


23. Good luck and great success in the coming New Year.


คำแปล : ขอให้โชคจงเป็นของท่าน และขอให้ประสบความสำเร็จในปีที่กำลังจะมาถึงนี้


24. May the New Year be a time of laughter and real enjoyment for you. Best wishes.


คำแปล : ขอให้วันปีใหม่ของคุณเป็นช่วงเวลาแห่งเสียงหัวเราะและความรื่นเริงอย่างแท้จริง ด้วยความปรารถนาดี


25. May you come into a good fortune, Good luck, good health, good cheer. I wish you a happy New Year.


คำแปล : ขอให้คุณประสบแต่ความโชคลาภ โชคดี สุขภาพแข็งแรง ชีวิตเต็มไปด้วยความรื่นเริง สวัสดีปีใหม่!


26. May fortune smile upon you and favor you with many blessings


คำแปล : ขอความโชคดีจงยิ้มให้กับคุณ และนำพาคุณไปสู่พรนานัปการ


27. May the coming New Year bring you joy, love and peace.


คำแปล : ขออวยพรให้ปีที่กำลังมาถึงนี้ นำพาแต่สิ่งดีๆ มาให้ ทั้งความสุขสันต์ ความรักใคร่ และความสงบสุข


28. May the joy and happiness around you today and always.


คำแปล : ขอให้ความสุขสดใสทั้งปวงจงอยู่รอบกายคุณ ทั้งในวันนี้ และตลอดไป


29. May the season’s joy fill you all the year round.


คำแปล : ขอให้เทศกาลแห่งความสนุกสนานรื่นเริงนี้อยู่กับคุณไปตลอดทั้งปี


30. May everything beautiful and best be condensed into this card. I sincerely

wish you happiness, cheerfulness and success.


คำแปล : ขอให้ทุกสิ่งที่แสนดีและสวยงามจงรวมอยู่ในการ์ดอวยพรใบนี้ ขออวยพรให้คุณมีแต่ความสุข ความรื่นเริง และความสำเร็จ สวัสดีปีใหม่จ้ะ!


เพิ่มเติม คำอวยพรปีใหม่ (ภาษาไทย)

สำหรับผู้ใหญ่

1. ในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ท่านและเจ้าหน้าที่ จงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ สมบูรณ์ พูลลาภ ในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดไป


2. ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่ ศุภชัยจงก่อเกิดล้ำเลิศผล ศุภลักษณ์งดงามยามยินยล ศุภชนม์พร้อมพรั่งยั่งยืนนาน


3. ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่ น้อมดวงใจขอตั้งจิตอธิษฐาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลดลบันดาล ให้สุขศานต์เกษมสันต์นิรันดร์เทอญ


4. ในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัยและสัมฤทธิผล ในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ


5. ในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านพร้อมครอบครัว ประสบแต่ความสุขด้วยจตุรพิธพรชัย สมบูรณ์พูนผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ


6. ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่าน ประสบแต่ความสุขเกษมสำราญ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ


7. ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้… และครอบครัว พบแต่ความสุข ความเจริญตลอดไปเทอญ


8. วันนี้ขึ้นปีใหม่ อวยพรให้ท่านสุขสันต์ แช่มชื่นทุกคืนวัน สมดังจิตคิดปรารถนา แม้มีสรรพกิจ จงสัมฤทธิ์ด้วยปัญญา พร้อมคุณธรรมา ก่อเกิดผลแก่ตนเอย


9. อำนวยพรขึ้นปีใหม่ให้ล้ำเลิศ ล้วนก่อเกิดสิ่งงามตามประสงค์ สุขภาพแข็งแรงแกร่งดำรง ให้มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนนาน


10. มอบสิ่งดีปรีดิ์เปรมเกษมสมัย กิจก้าวไกลสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ผล สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสกสรรบันดาลดล พรมงคลให้พร้อมพรั่งยั่งยืนนาน


11. ปีใหม่นี้ ขอให้คลาย จากทุกข์โศกให้ปลอดโรค พ้นภัย ที่มัวหมองให้มีโชค มากลาภ ด้วยเงินทองที่หมายปอง ให้สมหวัง ดั่งใจเทอญ


สำหรับเพื่อน

12. สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีความสุขกาย สบายใจ ปราศจากทุกข์โศก โรคภัยทั้งหลายทั้งปวง


13. วันนี้วันดีวันปีใหม่ ขอเทพไท้อวยชัยให้สมหวัง มีความสุขถ้วนหน้าทุกคืนวัน แม้ยามฝันยังสุขทุกเวลา


14. ขอให้ปีใหม่ คิดดี ทำดี และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี และตลอดไป ขออวยชัยให้มีสุขสมหวัง มีพลังในการต่อสู้… แฮปปี้นิวเยียร์


15. ปีใหม่ วันใหม่ เริ่มชีวิตใหม่ สุข สนุกสดใส สุขสำราญ เบิกบานใจ สวัสดีปีใหม่

140 คำเชื่อมที่ใช้ในภาษาอังกฤษ

รวม 140 คำเชื่อมที่ใช้ในภาษาอังกฤษ

Stating Your Opinion – ตามความคิดเห็นของฉัน

In my opinion, : According to me,

In my view, : To me,

From my point of view, : I think

It seems to me that : I believe

From my perspective : To my way of thinking

It appears that : I suppose

I realize : I understand

I imagine : I feel



Giving Examples – ดังตัวอย่าง เช่น

For example, : For instance,

such as : In other words,

as : like

that is : namely

To illustrate : To paraphrase


Comparing – เปรียบเทียบ

Similar to : As…as

in common : also

Either…or : In the same way,

Neither…nor : At the same time

Just as : resemble


Contrasting – ในทางตรงกันข้าม

However, – But

On the contrary, : On the other hand,

Differ from : Nevertheless

Although : Though

Otherwise : Instead

Alternatively, : Even though


Generalizing – โดยทั่วๆ ไป

Generally, : Generally speaking,

Overall, : On the whole,

In general, : By and large,

It seems to me that : I believe

All in all, : Basically,

Essentially, : As a rule,

All things considered : For the most part


Expressing Certainty – อย่างแน่นอน

Certainly, : Undoubtedly,

Doubtless, : No doubt,

Definitely, : Of course,


Expressing Partial Agreement – เห็นด้วยเพียงส่วนนึง

More or less, : To some extent,

Up to a point, : Almost,

In a way, : So to speak,


Showing cause – ให้เหตุผล

Due to : Because

Because of : Owing to


Showing effect – สะท้อนให้เห็น

Therefore, : As a result,

Consequently, : For this reason,

Thus, : So,

thereby : Eventually,

Hence, : The reason why


Marking time เกี่ยวกับ เวลา

First, : Last

Second, : Lastly,

Third, : Then,

Firstly, : First of all,

Secondly, : Before

Thirdly, : After

During : While

To begin with : At the same time

Simultaneously : After this / that

Since : Meanwhile

Afterwards : Following this

When : As soon as


Adding Information – การเพิ่มเติมข้อมูล

Furthermore : In addition

Also : And

Moreover : Similarly

Likewise : As well as

Besides : Too

Even : What’s more


Expressing condition – เงื่อนไข

If : Whether

In case : Unless

Provided that : So that


Concluding สรุป

To summarize : In conclusion

Lastly, : Finally,

To conclude with, : In short,

ข้อคิด แรงบันดาลใจ ภาษาอังกฤษ

คำคม ข้อคิดดีๆ สอนใจให้เข้มแข็ง เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่


The only way to change the future is to change what you do daily.

Stay away from negative people. They have a problem for every solution.
you do not need to explain your decisions to anybody if you don’t feel comfortable doing so. / Unknown

Don’t sit and wait. Get out there, feel life. Touch the sun, and immerse in the sea. / Rumi

I hope you find someone who knows how to love you when you are sad. / Nikita Gill

Each morning we are born again. What we do today is what matters most. / Buddha

Educating the mind without educating the heart is no education at all. / Aristotle

It’s not just other people we need to forgive. We need to forgive ourselves. / Mitch Albom

Everybody has a chapter they don’t read out loud. / Unknown

Be a good person, but don’t wase time to prove it.

What you think of yourself is much more important than what others think of you.

ถ้าหากเจอปัญหา หาทางออกไม่ได้ บางครั้งต้องบอกตัวเองแบบนี้ “Today i will not stress ove what i can’t control.”

Detox your mind, body, and your contact list.

Sometimes the most beautiful things wait for us, but we mush walk to them. it is a walk of faith. a test that reveals how much we believe it is ours to have.

Any day spent with you is my favorite day. So, today is my new faorite day. หมีพูห์ กับ พิกเล็ต

You cannot always be happy but you can always be brave. And that is the beginning of everything. /  Unknown

Stop apologizing to someone that is treating you like shit.

Simply let things arise and unfold naturally instead of formulating expectations and worrying. Things usually turn out just perfectly.

If you get to thinking you’re a person of some influence, try ordering somebody else’s dog around. / Will Rogers

วันหยุด เทศกาล วันสำคัญต่างๆ ในภาษาอังกฤษ

วันสำคัญ

New Year’s Day = วันขึ้นปีใหม่

New Year’s Eve = วันสิ้นปี

Chinese New Year’s Day = วันตรุษจีน หรือปีใหม่จีน

Christmas Day = วันคริสต์มาส

Thanksgiving Day = วันขอบคุณพระเจ้า (แธงค์ส กิฟวิง เดย์)


เทศกาล

New Year Festival = เทศกาลปีใหม่

Vegetarian Festival = งานเทศกาลกินเจ

วันสำคัญทางศาสนา

Asalahabuja day = วันอาสาฬหบูชา

Royal Ploughing Ceremony Day = วันพืชมงคล

Buddhist lent day = วันเข้าพรรษา

End of Buddhist lent day = วันออกพรรษา

Makha Bucha day = วันมาฆบูชา

Visakha Puja Day = วันวิสาขบูชา

วันสำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์

Chakri Memorial Day = วันจักรี และ วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

Chulalongkorn Day = วันปิยมหาราช

Coronation Day = วันฉัตรมงคล

Royal ploughing Ceremony = จรดพระนังคัลแระนาขวัญ

H.M. The King Maha Vajiralongkorn’s Birthday. = วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็ดพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

H.M. The Queen Birthday = วันเฉลิมฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

H.M. The King Birthday = วันเฉลิมฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

H.M. The Queen of the Late King Bhumibol Adulyadej’s Birthday. วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (12 สิงหาคม

The Late King Bhumibol Adulyadej’s Brithday. = วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลบเดช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคม)

Thai Festival at the end of 10th Lunar Month = วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (13 ตุลาคม)

Naresuan Day = วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ประเพณีต่างๆ

Candle Festival = งานประเพณีแห่เทียนพรรษา

Festival of Floral Offerings = งานประเพณีตักบาตรดอกไม้

Loy Krathong = งานประเพณีลอยกระทง

Candle Festival = เผาเทียนเล่นไฟ

Phi Ta Khon Festival = งานเทศกาลผีตาโขน

Rocket Festival = งานประเพณีบุญบั้งไฟ

Songkarn Festival = วันสงกรานต์, ประเพณีสงกรานต์

วันสำคัญอื่นๆ

Constitution Day = วันรัฐธรรมนูญ

National Labour Day = วันแรงงานแห่งชาติ

May Day

National Children’s Day = วันเด็กแห่งชาติ

National Teacher’s Day = วันครูแห่งชาติ

Mother’s Day = วันแม่แห่ชาติ

Father’s Day = วันพ่อแห่งชาติ

Chinese Midyear Remembrance Ceremony Day = วันสารทจีน

Chinese Lunar Day = วันไหว้พระจันทร์

Veterans’ Day = วันทหารผ่านศึก (เวท เทอ เรินส์ เดย์)

World No Tobacco Day = วันงดสูบบุหรี่โลก (เวิร์ลด โน โทแบคโค เดย์)

National Artist Day = วันศิลปินแห่งชาติ

International Women’s Day = วันสตรีสากล (อินเทอร์เนเชินแนล วีเมนส์ เดย์)

National Scout Day = วันลูกเสือแห่งชาติ

Day of the National Police = วันตำรวจแห่งชาติ

National Sport’s Day = วันกีฬาแห่งชาติ

Thai Environment Day = วันสิ่งแวดล้อมไทย

Nation Wildlife Protection Day = วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

Mahidol Day = วันมหิดล

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

Holidays วันหยุด

Festivals เทศกาล

Vacations วันหยุดพักผ่อน

Leave การลา (ลาหยุด ลางาน)

Substitution for New year’s Eve = วันหยุด ชดเชยวันสิ้นปี

วันหยุดทางศาสนา Religious holidays

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา Important Buddhist Day

27 เทคนิค การออกเสียงภาษาอังกฤษ

27 เทคนิค การออกเสียงภาษาอังกฤษ ให้เป๊ะเว่อร์ จนฝรั่งต้องยกนิ้วให้

 1. คำที่ลงท้ายด้วย -OUS

จากเดิมที่เราออกเสียงว่า “อัส” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่ส” (เสียงต่ำลงมาอีกหนึ่งสเต็ป) เช่น Famous จากเดิม เฟ-มัส เปลี่ยนเป็น เฟ๊-เหมิ่ส (พยางค์สองเสียงต่ำลงมาหนึ่งสเต็ป) หรืออีกคำ Dangerous จากเดิม แดน-เจอ-รัส เปลี่ยนเป็น แด๊น-เจอะ-เหริส


2. คำที่ลงท้ายด้วย -ing

ส่วนใหญ่คำกริยา เรามักจะออกเสียงว่า “อิ้ง” ให้ลดเสียงลงมาอีกหนึ่งสเต็ป เป็น “อิ่ง” เช่น Going เดิมออกเสียง โก-อิ้ง ไม่เอาแล้ว! ให้เปลี่ยนเป็น โก๊-อิ่ง, Reading จากเดิม รี๊ด-ดิ้ง เปลี่ยนเป็น รี๊ด-ดิ่ง, Comimg จากเดิม คัม-มิ้ง ขอออกเสียงสำเนียงเลิศๆ ว่า คั๊ม-หมิ่ง

3. คำที่ลงท้ายด้วย -ture

ออกเสียงผิดกันประจำ ปกติคนไทยออกเสียง “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนให้ถูกต้องเป็น “เฉ่อร์” เช่น Picture เดิม พิค-เจ้อร์ เปลี่ยนเป็น พิค-เฉ่อร์ อย่างไปที่รังสิตต้องเจอ Future ไม่เอา ฟิว-เจ้อร์ แล้ว ออกเสียงเก๋ๆ เป็น ฟิว-เฉ่อร์ เลิศ!!

4. คำที่ลงท้ายด้วย -ly หรือ -ry

ที่เราจะออกเสียงว่า “ลี่” (จริงๆ ตัว R กับ L ถ้าให้ออกเสียงให้ถูกต้อง ต้องว่ากันยาว) ให้เปลี่ยนเป็น “หลี่” แทน เช่น Ferry เดิมออกเสียง เฟอ-รี่ เปลี่ยนเป็น เฟ-หรี่ รับรองเหมือนกับที่ฝรั่งพูดกันเด๊ะ!

5. คำที่ลงท้ายด้วย -tion

ปกติเราออกเสียงว่า “ชั่น” ให้เปลี่ยนเป็น “เฉิ่น” แทน เช่น Position เดิมคือ โพ-ซิ-ชั่น เปลี่ยนเป็น โพ-ซิ-เฉิ่น , Partition เดิม พาร์-ทิ-ชั่น เปลี่ยนเป็น พาร์-ทิ-เฉิ่น หรือคำยาวๆ เช่น Reputationw ไม่ออกเสียง เรพ-พิว-เท-ชั่น ให้พูดว่า เรพ-พิว-เท-เฉิ่น

6. คำที่ลงท้ายด้วย -ile

ปกติเราจะออกเสียงแค่พยางค์เดียว “อายล์” แต่ถ้าจะออกให้สำเนียงเป๊ะเว่อร์ ต้องออกเสียง 2 พยางค์ว่า “อายล์-เอิว์ล” เช่น Smile เดิมออกเสียง สะ-มายล์ เปลี่ยนเป็น “สะ-มายล์-เอิว์ลล”

7. คำที่ลงท้ายด้วย -er หรือ -or

ที่เรามักออกเสียงกัน “เอ้อ” ให้ลดคีย์ลงหนึ่งสเต็ป และออกเสียงว่า “เอ่อร์” แทน เช่น Farmer เดิมออกเสียง ฟาร๋ม-เม้อ เปลี่ยนนิดเดียวเป็น ฟาร๋ม-เหม่อร์, Tutor ถ้าสำเนียงไทยจัดๆ ออกเสียง ติว-เต้อร์ ลองเปลี่ยนให้ดีขึ้นมาอีกนิด ทิว-เท้อร์ หรือเอาให้สำเนียงเป๊ะเว่อร์ให้ออกเสียง ทิว-เถ่อร์ (ลดคีย์พยางค์หลังลงหนึ่งสเต็ป)

8. คำที่ลงท้ายด้วย -ment

จากเดิมที่เราออกเสียงว่า “เม้นท์” ให้เปลี่ยนลดเสียงต่ำลงเป็น “เหม่นท์” แทน เช่น คำนี้ที่เรามักจะเจอกันอยู่บ่อยๆ Comment จากเดิมเราอ่านว่า คอม-เม้นท์ ไม่เอาแล้ว! ให้เปลี่ยนเป็น ค่อม-เหม่นท์ เก๋กว่าเยอะเลย

9. คำที่ลงท้ายด้วย -our

คนไทยมักออกเสียงผิด โดยการออกเสียงพยางค์เดียวว่า “เอาร์” จริงๆ ถ้าจะออกให้สำเนียงเป๊ะนั้นจะต้องออกเสียง 2 พยางค์ “เอ้า-เหว่อ” เช่น Sour เดิม เซาร์ เปลี่ยนเป็น เซ้า-เหว่อ, Hour เจอบ่อยๆ เลย เปลี่ยนจาก เอาร์ เป็น “เอ้า-เหว่อ”

10. คำที่ลงท้ายด้วย -um

ถ้าออกเสียงแบบปกติคือ “อั้ม” ซึ่งฟังพอเข้าใจ แต่ถ้าอยากให้สำเนียงเลิศแบบสุดติ่ง ต้องออกเสียงว่า “เอิ่ม” เช่น Forum จาก ฟอ-รั่ม เป็น ฟอ-เหริ่ม, Serum ที่เรามักออกเสียงผิดแบบหนักๆ กันว่า ซี-รั่ม จริงๆ ต้องออกเสียงว่า เซีย-เหริ่ม

11. คำที่ลงท้ายด้วย -sion

เชื่อว่าคนไทยเกินล้านคนออกเสียงว่า “ชั่น” ซึ่งที่ที่ควรต้องออกเสียงว่า “เฉิ่น” เช่น Mansion ไม่ใช่ แมน-ชั่น ต้องออกเสียงว่า แมน-เฉิ่น , Desicion ก็ไม่ใช่ ดี-สิ-ชั่น ต้องออกเสียงว่า ดิ-ซิ-เฉิ่น

12. คำที่ลงท้ายด้วย -ral

เรามักออกเสียงกันว่า “รัล” (เร่า) แต่จริงๆ ควรออกเสียงว่า “เริล” เช่น น้ำแร่ Mineral ไม่เอา มิ-เนอ-รัล ให้เปลี่ยนเป็น มิ-เหน่อ-เริล

13. คำที่ลงท้ายด้วย -ire

ที่เรามักออกเสียงกันพยางค์เดียว “อาย” ให้ออกเสียงเป็น 2 พยางค์ คือ “อาย-เย้อร์” เช่น Fire เดิมๆ เคยออกเสียง ฟาย ให้เปลี่ยนเป็น ฟาย-เย้อร์ หรือ Tire จากเดิม ทาย เปลี่ยนเป็น ทาย-เย้อร์

14. คำที่ลงท้ายด้วย -el

คำนี้คนไทยออกเสียงผิดกันเยอะมาก เพราะชอบออกเสียงว่า “เอล” เช่น Model ออกเสียง โม-เดล ฝรั่งฟังแทบไม่ออกบอกเลย จริงๆ คำที่ลงท้ายว่า -el ไม่ใช่ “เอล” แต่เป็น “โอ็ล” ต่างหาก เช่นคำว่า Model ออกเสียงว่า เม๊าะ-โด็ล, Level ไม่ใช่ เล-เวล ต้องออกเสียงว่า เล๊ะ-โฝว็ล

15. คำที่ลงท้ายด้วย -ant (เฉพาะคำสองพยางค์ขึ้นไป)

เดิมปกติเราออกเสียงว่า “แอ๊นท์” ให้เปลี่ยนเป็น “เอิ่นท์” เช่น Important จากเดิม อิม-พอ-แท๊นท์ ให้เปลี่ยนเป็น อิม-เพาะ-เทิ่นท์, Mutant เดิมออกเสียง มิว-แท๊นท์ ก็เปลี่ยนเป็น มิว-เทิ่นท์ หรือคำยาวๆ อย่าง Participant พา-ทิ-ซิ-แพ๊นท์ ก็แค่เปลี่ยนพยางค์สุดท้ายเป็น พา-ทิ-ซิ-เพิ่นท์

16. คำที่ลงท้ายด้วย -ger

ที่เรามักใส่กันสุดคำว่า “เจ้อร์” ให้เปลี่ยนเป็นแค่ “เจ่อะ” พอค่ะ เช่น Manager หลายคนอ่านกันว่า แม-เน-เจ้อร์ แต่ที่ถูกต้องคือ มะ-หนิด-เจ่อะ, Ledger ไม่ใช่ เล็ด-เจ้อร์ แค่ออกเสียง เล็ด-เจ่อะ ก็พอแล้ว

17. คำที่ลงท้ายด้วย -om

เราออกเสียงกันแบบไทยสไตล์ว่า “อ้อม” แต่จริงๆ แค่ “เอิ่ม” ก็พอ เช่น รณรงค์ให้ใช้ถุงยาง Condom ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ Condom มิใช่ คอน-ด้อม ออกเสียงแบบฝรั่งคือ ค๊อน-เดิ่ม, Random เปลี่ยนจาก แรน-ด้อม เป็น แรน-เดิ่ม, Bottom เดิมๆ คือ บ๊อต-ท่อม ต้องออกเสียงเป็น บ๊อต-เถิ่ม

18. คำที่ลงท้ายด้วย -ton (2 พยางค์ขึ้นไป)

ปกติชอบออกเสียงกันแบบไทยๆ ว่า “ต้อน” จริงๆ ออกเสียงแบบฝรั่ง ต้องออกว่า “เทิ่น” ต่างหาก เช่น Cotton Bud เราออกเสียงกันว่า คัท-ตั้น-บัด แต่จริงๆ ต้องออกเสียงว่า คัท-เทิ่น-บัด, Carton ก็ไม่ใช่ คาร์-ต้อน เปลี่ยนเป็น คาร์-เทิ่น

19. คำที่ลงท้ายด้วย -ure (บางคำ)

หลายๆ คำ เรามักจะเจอบ่อยๆ เช่น Pure, Cure, Secure เป็นต้น คำลงท้ายด้วย -ure เราชอบออกเสียงกันว่า “เอียว” เช่น Pure ออกเสียงว่า เพียว ซึ่งไม่ถูก (แต่ก็ไม่มาก ฝรั่งพอฟังออก) แต่ถ้าจะให้แบบถูกต้องก็คือ “พเยอร์” อ่านว่า พะ-เยอร์ ต้องควบคุมเสียงหรือออกเสียงเร็วๆ ให้เหมือนเป็นพยางค์เดียว ดังนั้น Cure ก็ไม่ใช่ เคียว ต้องเป็น คเยอร์ แทนนะจ๊ะ

20. คำที่ลงท้ายด้วย -us

โดยปกติเราชอบออกเสียงว่า “อัส” ไม่ก็ “อุส” แต่ถ้าจะให้เป็นสำเนียงฝรั่งจริงๆ ต้องออกเสียงว่า “เอิ่ส” เช่น Status เดิมๆ ออกเสียงว่า สะ-เต-ตัส เปลี่ยนเป็น สะ-เต-เทิ่ส, ปลาหมึกยักษ์ Octopus เราจะไม่ออกเสียงว่า อ๊อก-โต-พุส ต่อจากนี้ให้ออกเสียงว่า อ๊อก-เถอะ-เผิส

21. คำที่ลงท้ายด้วย -land

เจอปุ๊บ ออกเสียง “แลนด์” ปั๊บ! ซึ่งฝรั่งจะไม่ออกเสียงงี้ แต่เขาจะออกเสียงว่า “เลิ่นด์” เช่น Scotland ออกเสียงที่ถูกคือ สก๊อต-เลิ่นด์, New Zealand ก็ออกเสียง นิว-ซี๊-เลิ่นด์ แต่ยกเว้นคำว่า Thailand กับ Foodland

22.คำที่ลงท้ายด้วย -en

เราชอบออกเสียงกันว่า “เอ้น” จริงๆ ต้องออกเสียงว่า “อึ่น” เช่น Garden เดิมๆ คือ การ์-เด้น แต่ถ้าจะเอาให้ฝรั่งเก็ทก็ต้องออกเสียงว่า การ์-ดึ่น, Kitten ลูกแมว ก็ไม่เอา คิท-เท่น ที่ดีงามต้องเป็น คิท-ทึ่น หรือ Kitchen ก็ไม่ คิท-เช่น ละต้องเป็น คิท-ฉึ่น

23. คำที่ลงท้ายด้วย -ard (ตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไป)

เรามักจะออกเสียง “อาร์ด” กัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่! ฝรั่งออกเสียงกันว่า “เอิด” เช่น Wizard ไม่ใช่ วิ-สาร์ด ที่ถูกต้องคือ วิ-เสิด, จิ้งจก : Lizard ก็ไม่ใช่ ลิ-สาร์ด ออกเสียงเป็น ลิ-เสิด แม้กระทั่ง Standard จากเดิม สะ-แตน-ดาร์ด จริงๆ คือ สะ-แตน-เดิด

24. คำที่ลงท้ายด้วย -le

ที่เราออกเสียงกันแบบคุ้นปากตั้งแต่เด็กๆ ว่า “เอิ้ล” ซี่งจริงๆ ต้องพูดว่า “โอ็ล” แบบเสียงสั้น เช่น Table ใครก็รุ็ว่าอ่านว่า เท-เบิ้ล แต่ที่ถูกก็คือ เท-โบ็ล, Double เปลี่ยนจาก ดับ-เบิ้ล เป็น ดึ่บ-โบ็ล, สายเคเบิ้ล Cable ก็ให้ออกเสียงใหม่เป็น เค๊-โบ็ล

25. คำที่ลงท้ายด้วย -ley

เราชอบออกเสียง “เล่” แต่ที่ถูกต้องคือ “ลี่” เช่น รถเข็น Trolley ก็ไม่ใช่ โทรล-เล่ ที่ถูกคือ ทรอ-หลี่, เพลง Medley ก็ไม่ใช่ เมดเล่ ต้องออกเสียงว่า เม็ด-ลี่ พยางค์แรกออกเสียงสั้นด้วยนะ

26. คำที่ลงท้ายด้วย -ian

ที่เรามักเจอในความหมายว่าเป็น “นัก” ต่างๆ แล้วชอบออกเสียงงว่า เชี่ยน ให้เปลี่ยนเป็น เฉิ่น จะดีกว่า เช่น นักมายากล Magician ไม่ เม-จิก-เชี่ยน ละ เปลี่ยนเป็น เม๊-จิ-เฉิ่น, นักดนตรี Musician มิว-สิค-เชี่ยน เปลี่ยนเป็น มิว-ซิ-เฉิ่น

27. คำที่ลงท้ายด้วย -oil

ดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะเราอ่าน “ออย” กันอยู่แล้ว แต่ที่จริงต้องออกเสียง 2 พยางค์ “ออย-เยิ่ล” เช่น น้ำมัน Oil ออกเสียงว่า ออย-เยิ่ล , soil ดิน ไม่แค่ ซอย แต่ต้อง ซอย-เยิ่ล, ต้มน้ำจนเดิอด boil ก็ต้อง บอย-เยิ่ล

คำที่มักออกเสียงผิด ภาษาอังกฤษ

คำที่มักออกเสียงผิด ภาษาอังกฤษ – หัดออกเสียงสำเนียงฝรั่ง

1. Vegetable ผัก

คำนี้อ่านว่า “เวจ-ทะ-เบิล” / ไม่ใช่ “เว-เจท-เท-เบิล”

2. Suite (ห้องพักในโรงแรม)

Suite ออกเสียงว่า ซุว – อีท เนื่องจากมีเสียง u ตรงกลางด้วย เลยมักมีคนเสียงเป็น สวีท ซึ่งซ้ำกับ sweet นะ / ไม่ใช่ “ขอห้องสวีท” นะครับ

3. Winter ฤดูหนาว

ให้พูดว่า “วิน’-เทอะ” / ไม่ใช่ “วินเตอร์”

4. Yoga

Yoga หรือคุ้นหูกันที่ว่า “โยคะ” แต่ถ้าอ่านว่า “โย-เกอะ” จะดีกว่า / แต่หลังๆ เราชินคำว่า “โยคะ” มากกว่าจริงๆ นะ


5. Error ความผิดพลาด

Error ควรอ่านว่า “แอ-เร่อะ” / ไม่ใช่ “เออ-เร่อ”

6. Sword ดาบ

Sword อ่านว่า “ซอร์ด” / ไม่ใช่ “สะ-หวอด” … เด้อค่ะเด้อ

7. Receipt ใบเสร็จ

receipt คำนี้จะต้องอ่านออกเสียงว่า “รี-ซีท” / ไม่ใช่ “รี-ซิป”

8. Debt หนี้สิน

debt อ่านว่า “เด็ท” / ไม่ควรอ่าน “เด็บ”

9. Juice น้ำผลไม้

Juice อ่านว่า “จูซ” / อย่าอ่าน “จุ๊ยส์” นะคะ

11. Science วิทยาศาสตร์

Science อ่านว่า “ไซ-เยินซ” / ไม่ใช่ “ซาย”

11. Slave ทาส

Slave ที่แปลว่า ทาส การออกเสียงที่ถูกต้องคืออ่านว่า “สเลฟ” / ไม่ใช่ สลาฟ

12. Elephant ช้าง

Elephant ออกเสียงว่า “เอ-ลิ-เฝิ่นท” / ไม่ใช่ “อิ-เลฟ-เฟ่น”

13. Value ความคุ้มค่า

ออกเสียงว่า แวล – ลยู่ (ม้วนลิ้น L เช่นกัน) / สังเกตว่า มันไม่ใช่ โวลยุ่ม – แวลยู่ – แว-ลู่

14. Volume เสียง

Volume อ่านว่า “โวล-ลยุ่ม” / ไม่ใช่ “วอ-ลุ่ม”

15. Tropical fruit ผลไม้เมืองร้อน

Tropical fruit พูดเป็น ทรอพ-พิ-เคิล ฟรุท

16.Onion หัวหอม

Onion ออกเสียงว่า “อัน-เยิน” / ม่ใช่ “ออน-เนี่ยน”

17. Iron เตารีด

Iron อ่านว่า “ไอ-เยิร์น” / ไม่ใช่ “ไอ-รอน”

18. Salmon

Salmon หรือเมนูปลา ที่ต้องออกเสียงว่า “แซ-เมิน” / ไม่ใช่ “แซล-มอน”

19. Dove

Dove คำนี้ที่แปลว่า นกเขาสีขาว ออกเสียงว่า “เดิฟ” ไม่ใช่ “โดฟ” (คำว่า โดฟ นี้ จะเป็นรูปอดีตของ dive ที่มาจากคำว่า “ดำน้ำ หรือ กระโดดน้ำ” ซึ่งจะความหมายต่างกัน

20. Comfortable สบาย

Comfortable ออกเสียง คัมเฟิร์ท [ทะ] เบิล เสียง [ทะ] สั้นจนแทบไม่ได้ยิน / ไม่ใช่ “คอม-ฟอร์ท-เท-เบิ้ล”

21. Asia

asia อ่านว่า เอ-เฉอะ หรือ เอ-ฉะ ก็ได้ / “south east asia” หรือทวีปเอเชียอาคเนย์ ก็ต้องออกเสียงเป็น “เซาท์-อีส-เอ-ฉะ”

22. Deluxe หรูหรา

deluxe อ่านว่า เดอ ลุกซ หรือ เดอ ลักซ หรือ ดี-ลักซ์ ก็ได้ค่ะ

อย่ายอมแพ้นะ – รวมประโยคพูดให้กำลังใจ ภาษาอังกฤษ+คำแปล

อย่ายอมแพ้นะ – รวมประโยคพูดให้กำลังใจ ภาษาอังกฤษ+คำแปล

Be strong! = เข้มแข็งไว้นะ

Cheer up! = ร่าเริงหน่อยสิ

Chill out! = ใจเย็นๆ นะ

Don’t discourage. = อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย

Don’t feel so bad. = อย่ารู้สึกแย่ไปเลย

Don’t think too much. = อย่าคิดมากเลยน่า

Don’t worry about it. = อย่ากังวลใจไปเลย

I feel for you. = ฉันเห็นใจเธอนะ


I’ ll encourage you. = ฉันจะเป็นกำลังใจให้นะ

It can’t be that bad. = มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง

Pull yourself together. = ทำตัวให้สดชื่นหน่อย

Snap yourself out of it. = ลืมมันไป ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ

Look on the bright side. = มองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ

it’s could happen to anyone. = เรื่องแบบนี้อาจเกิดกับใครก็ได้

I hope you get well soon. = หวังว่าคุณคงจะหายดีเร็วๆ นะ

I hope you get better soon. = หวังว่าคุณคงจะดีขึ้นเร็วๆ นี้นะ

it’s gonna be ok = เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

keep fighting = สู้เค้า

fight on = สู้ต่อไป (ทาเคชิ)

keep going = ก้าวต่อไป

hang in there = สู้ๆ อย่าหยุด

hang on / hang on there = สู้ดิเฮ้ย

don’t give up = อย่ายอมแพ้

don’t get discouraged = อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ

You’ll get through this = เดี๋ยวเธอก็ผ่านมันไปได้นะจ๊ะ

I’m always here for you = ฉันอยู่ข้างเธอเสมอนะ

smile on chin up = ยิ้ม เริ่ด เชิด จบ

You can do it = เธอทำได้แน่

May the force be with you = ขอให้พลังจงสถิตย์อยู่กับคุณ

สู้ๆ นะ .. ใช้ fighting เหรอ?

เวลาให้กำลังใจคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่จะชอบใช้คำว่า “fighting!“ แต่จริงๆ แล้วมันผิดนะรู้ไหมเอ่ย? เพราะว่าจริงๆ แล้วคำนี้มีความหมายไปทางที่ว่ากำลังสู้กับอะไรสักอย่าง ซึ่งคนละเรื่องกับการให้กำลังใจเลยนะ นอกจากคำด้านบนแล้ว ยังมีประโยคอีกมากมายให้กำลังใจพูดได้หลายแบบ ไปดูกันเลย….

Don’t worry, be happy! = อย่ากังวลไปเลย จงมีความสุขเข้าไว้

Cheer up! It’s not that bad! หรือ Come on, it isn’t that bad. = ร่าเริงหน่อย มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ

Come on, just look on the bright side, you could have = ไม่เอาน่า มองไปยังด้านดีๆ ที่คุณมีซิ

Every cloud has a silver lining. = หลังก้อนเมฆมีแสงสว่างเรืองรองอยู่เสมอ หรือก็คือย่อมมีสิ่งดีๆ ตามหลังจากสิ่งที่ไม่ดีเสมอ

Nothing lasts forever. = ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนหรอก (อย่าเสียใจไปเลยนะ)

There are plenty more fish in the sea. = ยังมีปลาอีกมากมายในท้องทะเล ใช้ปลอบเพื่อนเวลาอกหัก ว่ายังมีคนดีๆ รออยู่อีกเยอะ อย่าเสียใจไปเลย

Get over it! = อย่าไปคิดถึงมันเลย (ไปทำอย่างอื่นดีกว่า)

Just count your blessings. = ลองนับสิ่งดีๆ ที่คุณมีสิ (อย่าไปคิดมากกับเรื่องที่ไม่ดีเลย)

There’s a light at the end of the tunnel. = มีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงเสมอ (ความหวังไม่เคยหมดไปหรอกนะ)

It’s not the end of the world. = มันไม่ใช่จุบจบของโลกหรอกนะ (อย่าคิดมากไปเลย)

Keep on fighting. / Never give up. / Fight on. = สู้ๆ นะจ๊ะ

I’m behind you all the way. / I’m right behind you. = ฉันจะอยู่ข้างหลังคุณตลอดทั้งเส้นทาง (จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณนั่นเอง)

You have my full support. / You have my backing. = คุณมีแรงสนับสนุนของฉันอย่างเต็มกำลังเลย

Keep going, I’ll support you. = ทำต่อไปนะ ฉันจะสนับสนุนคุณ

Keep going, I’ll cheer you up. = สู้ต่อไปนะ ฉันให้กำลังใจคุณอยู่