แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออกกำลังกาย แสดงบทความทั้งหมด

แผนการลดน้ำหนักแบบ RTS

RTS : Reset – Transform – Sustain (หรือ Sustainable) ซึ่งเน้นการปรับพฤติกรรมและการกินอย่างเป็นขั้นตอนโดยไม่ต้องอดอาหารหนัก

3 ขั้นตอนหลักของ RTS

R (Reset - รีเซ็ตร่างกาย)

  • - ขับของเสียและน้ำส่วนเกินในช่วงแรก
  • - ปลุกระบบเผาผลาญ
  • - ควบคุมฮอร์โมนความเครียดและอินซูลิน (เช่น การนอนหลับพักผ่อน ดื่มน้ำ และเลี่ยงของหวาน)

T (Transform - เปลี่ยนแปลงหุ่น)

  • - ปรับจังหวะการกินให้เหมาะสม
  • - ไม่ต้องกินคลีน 100% หรือต้องทรมานกินแต่อกไก่จืดชืด
  • - เน้นสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและผักเพื่อควบคุมความหิว

S (Sustain / Sustainable - ความยั่งยืน)

  • - สร้างนิสัยการกินและการใช้ชีวิตที่ทำได้จริงในระยะยาว
  • - ป้องกันปัญหาการกลับมาอ้วนซ้ำหรือ โยโย่ (Yoyo Effect) โดยไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม


ตาราง RTS

สรุปตารางอาหาร หรือแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้น ของแต่ละขั้นตอนในวิธี RTS

1. ขั้นตอน R : Reset (สัปดาห์ที่ 1 - 3) – "กู้ระบบเผาผลาญ ลดบวมน้ำ"

ช่วงนี้เน้นไปที่การหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกาย ปรับสมดุลฮอร์โมน และลดอาการบวมน้ำจากการกินโซเดียมหรือแป้งแปรรูปเยอะเกินไป

แนวทางปฏิบัติ

  • - ลด ไม่งด: ลดของทอด น้ำหวาน ขนมกรุบกรอบลง (ยังไม่ต้องหักดิบตัดเหลือศูนย์ แต่ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่งก่อน)
  • - ห้ามอดมื้อกินมื้อ: กินอาหารให้ครบ 3 มื้อตามเวลา ไม่ข้ามมื้อ เพื่อให้ร่างกายรู้ว่าไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน พลังงานจะได้กลับมาเผาผลาญปกติ
  • - เติมน้ำสะอาด: ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2–3 ลิตร (ประมาณ 8-12 แก้ว) เพื่อช่วยขับโซเดียมส่วนเกินและกระตุ้นการเผาผลาญ
  • - ปรับแป้ง: เปลี่ยนจากคาร์โบไฮเดรตขัดสี (ข้าวขาว, ขนมปังขาว) เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง, มันเทศ, ฟักทอง

ตัวอย่างตารางอาหารมื้อหลัก

  • - มื้อเช้า: ข้าวกล้อง 1-2 ทัพพี + อกไก่หรือหมูเนื้อแดงผัดกะเพรา (ใช้น้ำมันน้อยหรือน้ำเปล่าผัด) + ไข่ต้ม 1 ฟอง
  • - มื้อกลางวัน: ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส (เส้นหมี่หรือเส้นเล็ก) เน้นใส่เนื้อสัตว์ล้วนและผักเยอะ ๆ (เลิกใส่กระเทียมเจียว และไม่ซดน้ำซุปจนหมดเพื่อลดโซเดียม)
  • - มื้อเย็น: ปลานึ่งหรือไก่ย่าง + ผักต้มหรือน้ำพริกผักสด + มันนึ่ง/ฟักทองนึ่งเล็กน้อย (ควรกินให้เสร็จก่อน 1 ทุ่ม)

2. ขั้นตอน T : Transform (สัปดาห์ที่ 4 - 8) – "ปรับสัดส่วนอาหาร เร่งลดไขมัน"

เมื่อร่างกายปรับตัวและอาการบวมลดลงแล้ว ช่วงนี้จะโฟกัสที่การปรับคุณภาพและสัดส่วนอาหารเพื่อดึงไขมันสะสมออกมาใช้ โดยอิงพลังงานตามค่า BMR ของตัวเอง

แนวทางปฏิบัติ

  • - เพิ่มโปรตีนและผัก: ใน 1 จาน ให้มีโปรตีนคุณภาพดี (เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ไข่, เต้าหู้) และผักใยอาหารสูงรวมกันให้ได้ประมาณ 70% ของจาน เพื่อให้อิ่มนานและรักษาฮอร์โมนความอิ่ม
  • - คุมสัดส่วนแป้งและไขมันดี: กินแป้งในปริมาณพอเหมาะ และเลือกไขมันดี (เช่น อะโวคาโด, ถั่วเปลือกแข็ง, น้ำมันมะกอก) เลี่ยงของทอดของมัน
  • - ขยับร่างกายเบา ๆ: เริ่มเพิ่มการออกกำลังกายหรือขยับร่างกายวันละ 10–20 นาที (เช่น เดินเร็ว, บอร์ดี้เวทง่าย ๆ) ไม่ต้องหักโหม

ตัวอย่างตารางอาหารมื้อหลัก

  • - มื้อเช้า: ไข่ต้ม 2 ฟอง + กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล + ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่นทาอะโวคาโดบด
  • - มื้อกลางวัน: สเต็กอกไก่หรือปลาย่าง + สลัดผักราดน้ำใส + มันเทศนึ่ง 1 หัวเล็ก
  • - มื้อเย็น: แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักกาดขาวเยอะ ๆ (กินสัดส่วนโปรตีนและผักเป็นหลัก เลี่ยงการอัดแป้งในมื้อเย็น)

3. ขั้นตอน S : Sustain (ระยะยาว) – "สร้างนิสัย รักษาหุ่น ไม่โยโย่"

เป้าหมายคือการใช้ชีวิตให้มีความสุข ลีนได้ตลอดไปโดยไม่ต้องเครียด

แนวทางปฏิบัติ

  • - สูตรความยืดหยุ่น (80/20): กินอาหารดีมีประโยชน์ 80% ส่วนอีก 20% สามารถยืดหยุ่นกินของที่ชอบได้ (เช่น ชาบู, ขนมหวาน, ปาร์ตี้กับเพื่อน) แต่ต้องรู้วิธีบาลานซ์มื้อถัดไป
  • - ทำ IF (Time-Restricted Eating) เบา ๆ: ปรับเวลาการกินให้มีช่วงหยุดกินที่ชัดเจน เช่น กินภายใน 8-10 ชั่วโมง และฟาสติ้ง 14-16 ชั่วโมง (เช่น สูตร 16/8) เพื่อคุมอินซูลิน
  • - สร้างกล้ามเนื้อ: หันมาเน้นการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Weight Training / Resistance Training) สัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อเพิ่มเตาเผาพลังงานในร่างกายในระยะยาว

ตัวอย่างตารางอาหารมื้อหลัก

สามารถกินคล้ายช่วง Transform ได้ แต่มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น เช่น วันไหนมื้อกลางวันไปกินบุฟเฟต์ปิ้งย่าง มื้อเย็นก็เลือกกินเพียงน้ำเต้าหู้หวานน้อยกับไข่ต้ม เพื่อบาลานซ์แคลอรีรวมของวัน ไม่ให้ตึงหรือหย่อนเกินไป

แนวทาง RTS สายเน้นสุขภาพ (เป้าหมาย 4 กิโลกรัม)

R - Reset (ลดบวมน้ำ & เติมพลังชีวิต)

- เน้นลดเค็มและลดน้ำหวาน: ลดอาหารแปรรูป (เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง) และเครื่องดื่มหวาน ๆ เพราะการลดน้ำหนัก 1-2 กิโลกรัมแรก จะมาจากน้ำส่วนเกินที่ค้างในร่างกาย ร่างกายจะรู้สึกตัวเบาและสดชื่นขึ้นทันที

- นอนให้พอ: การนอนวันละ 7-8 ชั่วโมงสำคัญมากต่อการรีเซ็ตระบบเผาผลาญและความดันเลือด


T - Transform (ปรับอาหารแบบอิ่มสบาย ร่างกายแข็งแรง)

- กินอิ่มแบบสารอาหารครบ: ไม่ต้องชั่งน้ำหนักอาหาร ไม่ต้องกินแต่อกไก่จืด ๆ แค่เลือกทานอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อย (Whole Foods) เช่น เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ทานปลา ไก่ หมูเนื้อแดง และไข่ ให้พอดีในแต่ละมื้อ

- เน้นผักและผลไม้หลากสี: สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินจากผักผลไม้จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงจากภายใน


S - Sustain (สร้างกิจกรรมที่ทำได้ตลอดไป)

- ขยับเพื่อสุขภาพ: เนื่องจากไม่เน้นกล้ามฟิต คุณไม่จำเป็นต้องเข้ายิมเล่นเวทหนัก ๆ แค่เน้นการขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น เดินให้ได้วันละ 6,000–8,000 ก้าว, เดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ หรือทำงานบ้าน

- ออกกำลังกายหัวใจ (Cardio) เบา ๆ: เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ สัปดาห์ละ 150 นาที (แบ่งเป็นวันละ 30 นาที 5 วัน) เพื่อให้หัวใจและปอดแข็งแรง

ตารางอาหารและกิจกรรมตัวอย่าง (ทำตามได้ง่าย ๆ)

มื้อ / กิจกรรมสิ่งที่แนะนำ (เน้นอิ่ม อร่อย และได้สารอาหาร)

มื้อเช้า: ข้าวกล้อง/ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + ไข่ต้มหรือไข่เจียวน้ำมันน้อย 2 ฟอง + ผักเคียง หรือ ต้มเลือดหมูใส่ตำลึง (ไม่ใส่กระเทียมเจียวเยอะ) + ข้าวเปล่า

มื้อกลางวัน: อาหารตามสั่งทั่วไป เช่น ข้าวกะเพราไก่/หมูชิ้น (บอกร้านค้าน้ำมันน้อย) หรือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อล้วน/ลูกชิ้นปลา (เน้นผัก ไม่ซดน้ำซุปหมด)

มื้อว่าง (ถ้าหิว): ผลไม้หวานน้อย 1 จานเล็ก (เช่น ฝรั่ง, แอปเปิ้ล, ชมพู่) หรือ ถั่วอัลมอนด์อบธรรมชาติ 1 กำมือเล็ก

มื้อเย็น: เน้นเมนูย่อยง่ายและสบายท้อง เช่น ปลานึ่งผักต้ม, แกงจืดเต้าหู้หมูสับ, หรือสุกี้น้ำ (เน้นใส่ผักเยอะ ๆ และใส่น้ำจิ้มพอประมาณ)

การขยับร่างกาย: เดินเล่นรับแดดตอนเช้าหรือเย็น 20-30 นาที หรือยืดเหยียดร่างกาย (Stretching) ก่อนนอน

บทความแนะนำ

..

Yoga Poses ท่าโยคะพื้นฐาน

ค้นหาคำว่า Yoga poses ในอินเตอร์เน็ต เราก็จะเจอท่าทางต่างๆ ของการทำโยคะให้เราได้ลองทำตาม


Wake up flow
ท่าโยคะที่ทำตามได้ไม่ยาก หลังจากตื่นนอน


Wake up flow

31 Yoga Poses for Beginners


  1. Downward Facing Dog (Adho Mukha Svanasana)
  2. Downward Facing Dog Split
  3. Mountain Pose (Tadasana)
  4. Warrior I (Virabhadrasana I)
  5. Warrior II (Virabhadrasana II)
  6. Extended Side Angle (Utthita Parvakonasana)
  7. Triangle Pose (Utthita Trikonasana)
  8. Pyramid Pose (Parsvottanasana)
  9. Standing Forward Bend (Uttanasana)
  10. Half Forward Bend (Ardha Uttanasana)
  11. Reverse Warrior (Viparita Virabhadrasana)
  12. Garland Pose (Malasana)
  13. Raised Hands Pose (Urdhva Hastasana)
  14. Tree Pose (Vrksasana)
  15. Low Lunge
  16. Plank Pose
  17. Cat-Cow Stretch (Chakravakasana)
  18. Bridge Pose (Setu Bandha Sarvangasana)
  19. Cobra Pose (Bhujangasana)
  20. Knees, Chest, and Chin (Ashtanga Namaskara)
  21. Staff Pose (Dandasana)
  22. Cobbler's Pose (Baddha Konasana)
  23. Easy Pose (Sukhasana)
  24. Half Lord of the Fishes Pose (Ardha Matsyendrasana)
  25. Head to Knee Pose (Janu Sirsasana)
  26. Seated Forward Bend (Paschimottanasana)
  27. Seated Wide Angle Straddle (Upavistha Konasana)
  28. Happy Baby Pose (Ananda Balasana)
  29. Supine Spinal Twist (Supta Matsyendrasana)
  30. Child's Pose (Balasana)
  31. Corpse Pose (Savasana)

https://www.verywellfit.com/essential-yoga-poses-for-beginners-3566747


Morning Yoga for kickstart the day


Yoga poses


ท่าโยคะแบบต่างๆ


Hip opening yoga poses


21 day stretching challenge


21 day stretching challenge


Yoga Poses

9 ท่า ออกกำลังกายแขนห้กระชับ แบบไม่ใช้อุปกรณ์ ใน 10 นาที

บริหารแขนกระชับแบบไม่ใช้อุปกรณ์ | Booky HealthyWorld

ท่าที่ 1 หมุนแขนเป็นวงกลมไปด้านหน้า

ท่าที่ 2 หมุนแขนเป็นวงกลมไปด้านหลัง

ท่าที่ 3 คว่ำมือ 4 ครั้ง สลับกับ หงายมือ 4 ครั้ง

ท่าที่ 4 ทำท่าเหมือนกวักน้ำออกจากตัวไปด้านข้าง

ท่าที่ 5 ยืด เหยียด หน้า ข้าง บน

ท่าที่ 6 ยกแขนเหมือนไหว้ ขยับเล็กๆ ขึ้นลง

ท่าที่ 7 เหยียดแขนตรง ดึงศอกเข้าหลัง

ท่าที่ 8 กวาดแขนไปด้านข้าง ยกขึ้น

ท่าที่ 9 เหยียดขึ้นตรง เหยียดข้าง

ท่าที่ 10 หมุนแขนเป็นวงกลมกว้างๆ

คลิป


8 นาที กับโยคะบนที่นอน

ปกติแล้วการออกกำลังกายก่อนนอนจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและนอนไม่หลับ แต่ Exercise Issue ฉบับนี้ ขอประเดิมการกลับมาอีกครั้ง ด้วยโยคะ 5 ท่า เพื่อการนอนหลับสนิทแสนสบาย ทำง่ายในเวลาเพียง 8 นาที ที่สำคัญคือทำบนเตียงนอนก็ได้ ทำเสร็จก็หลับปุ๋ยไปได้เลยค่ะ




นาทีที่ 1-2 ด้วยการนอนยกขาขึ้นตั้งฉากกับพื้น ขยับตัวให้ขาและสะโพกแนบชิดกับผนัง หงายฝ่ามือขึ้น อยู่ในท่านี้จนรู้สึกว่าขาและแผ่นหลังเริ่มตึง

นาทีที่ 3 ด้วยการนั่งขัดสมาธิบนที่นอน วางมือขวาไว้บนหัวเข่าซ้าย หันหน้าและบิดลำตัวไปพร้อมๆ กับวาดมือซ้ายไปท้าวไว้ด้านหลังสะโพก แขนเหยียดตรง ทอดสายตามองข้ามหัวไหล่ หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก ทำสลับอีกข้าง

นาทีที่ 4 - 5 เริ่มต้นจากท่าศพ คือ นอนหงาย กางขาออกช่วงห่างประมาณความกว้างของไหล่ กางแขนออกจากลำตัวเล็กน้อย หงายฝ่ามือขึ้น ปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นงอเข่าเข้ามาเล็กน้อยจนฝ่าเท้าประกบกันได้ หากรู้สึกเมื่อยขาให้นำหมอนมารองใต้เข่าทั้งสองข้าง

นาทีที่ 6 - 7 นั่งบนฝ่าเท้า ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ค่อยๆ โน้มตัวลงจนหน้าผากจรดที่นอน ให้หน้าอกชิดกับหัวเข่ามากที่สุด แขนทั้งสองเหยียดตรง หายใจเข้าและออกช้าๆ

นาทีที่ 8 นอนหงาย ปลายเท้าชิด งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นให้ปลายเท้าไขว้เข้าหากัน เอามือกอดเข่าดึงให้เข้ามาชิดหน้าอกมากที่สุด พยายามเกร็งตัวขึ้น แล้วโยกตัวไปมาเพื่อนวดกระดูกสันหลัง ทำต่อเนื่องจนครบนาที จากนั้นนอนลงแล้วค่อยๆ กางแขนขาออกอยู่ในท่าศพ ผ่อนลมหายใจจนกระทั่งหลับไป

โยคะ 8 นาทีนี้ นอกจากจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายแล้ว การหายใจเข้าและออกเป็นจังหวะช้าๆ ยังช่วยขจัดความคิดฟุ้งซ่านและปรับสภาพจิตใจให้เกิดสมดุล คุณจึงนอนหลับสนิทได้ทั้งตลอดคืนค่ะ

(นิตยสาร Health&Cuisine)