แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รู้ไว้ใช่ว่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รู้ไว้ใช่ว่า แสดงบทความทั้งหมด

5 วิธี ทำพินัยกรรม ด้วยตัวเอง - การจากไปแบบไม่มีภาระให้คนข้างหลัง

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา
- ต้องทำเป็นหนังสือ โดยจะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้
- ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ
- ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน โดยจะลงลายมือชื่อหรือพิมพ์นิ้วมือก็ได้

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
- ต้องเขียนด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับ ใช้พิมพ์ไม่ได้
- จะมีพยานหรือไม่มีก็ได้
- ต้องลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำ
- ต้องลงลายมือชื่อ จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือเครื่องหมาย อื่นไม่ได้


3. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง
- ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอ หรือเขตใดก็ได้ ดำเนินการให้

4. พินัยกรรมทำแบบเอกสารลับ
ยื่นคำร้องขอให้นายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ณ อำเภอ หรือเขตใดก็ได้ โดยปฏิบัติดังนี้

- ต้องมีข้อความเป็นพินัยกรรมและลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรม แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก
ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น ไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อย 2 คน
- เมื่อนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขตจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมมาแสดงไว้ในซองพับและประทับตราประจำตำแหน่งแล้วนายอำเภอ/ผู้อำนวยการเขต ผู้ทำพินัยกรรม และพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น

5. พินัยกรรมทำด้วยวาจา
ใช้เฉพาะกรณีที่เกิดเหตุการณ์พิเศษ ไม่สามารถทำ พินัยกรรมตามแบบอื่นที่ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตราย ใกล้เสียชีวิต เกิดโรคระบาด หรือ สงคราม ทั้งนี้ พินัยกรรมจะหมดอายุภายใน 1 เดือนนับจากผู้ทำ พินัยกรรมกลับมาทำพินัยกรรมแบบอื่นได้

- แสดงเจตนาต่อหน้าพยาน อย่างน้อย 2 คน ซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น
- พยานทั้งหมดต้องไปแสดงตน และแจ้งให้นายอำเภอทราบถึงข้อความพินัยกรรม และสาเหตุที่ต้องทำพินัยกรรมด้วยวาจา

ที่มา https://www.set.or.th/set/financialplanning/lifeevent.do?innerMenuId=47&name=lifeevent_detail_postretire-8

อ่านแบบละเอียด
http://www.bora.dopa.go.th/CallCenter1548/index.php/menu-general/12-service-handbook/general/40-general-testament

10 เว็บไซต์ ดาวน์โหลดภาพไปใช้ได้ฟรีๆ

รวมเว็บไซต์ที่สามารถหาภาพสวยๆ มาใช้ได้ไม่เสียเงิน

1. www.pexels.com
Pexels มีรูปภาพมากว่า 40,000 รูปภาพให้ดาวน์โหลดได้ฟรี และในทุกๆ เดือนจะมีรูปภาพอัพโหลดลงเว็บไซต์อย่างน้อยๆ 3,000 รูปภาพ รูปภาพในเว็บไซต์นี้คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทีมงาน ซึ่งเป็นรูปภาพที่มีคุณภาพสูงและใช้ได้ฟรีทั้งในงานส่วนบุคคลหรือเชิงพาณิชย์



2. www.unsplash.com
เว็บไซต์ Unsplash มีรูปภาพมากกว่า 300,000 รูปภาพ ในแต่ละวันมีการอัพโหลดรูปภาพหลายพันรูปลงเว็บไซต์ มีช่างภาพมากกว่าล้านคนที่อัพโหลดรูปภาพลงเว็บไซต์ให้ได้ดาวน์โหลดฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

3. stocksnap.io
จุดเด่นของเว็บไซต์ Stock Snap คือมีการจัดหมวดหมู่ของรูปภาพไว้อย่างละเอียด ซึ่งมีมากถึง 100 กว่าหมวดหมู่ ช่วยให้การหารูปภาพในเวลาเร่งด่วนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

4. Freeimagebay.com
รูปภาพในเว็บไซต์ Freeimagebay สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งในงานส่วนบุคคลหรือเชิงพาณิชย์ และที่สำคัญไม่ต้องลงทะเบียนก็สามารถดาวน์โหลดได้เลย อีกทั้งยังจัดรูปภาพไว้เป็นหมวดหมู่ ทำให้หารูปภาพที่ต้องการได้ง่าย

5. Kaboompics.com
เว็บไซต์ Kaboompics มีรูปภาพน่ารักๆ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีโดยที่ไม่ต้องลงทะเบียน แต่ถ้าอยากดาวน์โหลดรูปภาพพิเศษๆ เพียงแค่ลงทะเบียนด้วยอีเมลเท่านั้นก็สามารถดาวน์โหลดได้เลย

6. www.lifeofpix.com
เว็บไซต์ Life of Pix มีทั้งรูปภาพและวิดีโอสวยๆ คุณภาพสูงให้ดาวน์โหลดได้ฟรี รูปภาพจัดไว้เป็นหมวดหมู่หาได้ง่าย และยังมีลิสต์ของช่างภาพ ซึ่งช่วยให้การหารูปภาพจากช่างภาพที่ถ่ายภาพได้ตรงกับสไตล์ที่ชอบง่าย และไวขึ้น

7. burst.shopify.com
เว็บไซต์ Burst จะมีการจัดลำดับในแต่ละสัปดาห์ของรูปภาพที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุด ช่วยให้เราหาภาพที่สวยๆ ได้ง่าย และสามารถเลือกได้ว่าจะดาวน์โหลดแบบคุณภาพสูงหรือต่ำให้เหมาะกับงานที่ทำ

8. pixabay.com
เว็บไซต์ Pixabay มีรูปภาพ, รูปประกอบ, รูปเวกเตอร์ และวิดีโอ ให้ได้เลือกดาวน์โหลดฟรีมากมาย ใช้ได้แม้กระทั่งในงานเชิงพาณิชย์โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้เครดิตของรูปภาพ

9. foodiefactor.com
เว็บไซต์ Foodie Factor เป็นเว็บไซต์ที่รวมรูปภาพอาหาร และเครื่องดื่มให้ได้ดาวน์โหลดฟรีๆ และเป็นเว็บไซต์ในเครือเดียวกับเว็บไซต์ ISO Repubic ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดรูปภาพได้ฟรีเช่นเดียวกัน

10. www.splitshire.com
เว็บไซต์ SplitShire มีรูปภาพ และวิดีโอสวยๆ ไม่ต้องลงทะเบียนด้วยอีเมลก็สามารถดาวน์โหลดได้ สามารถใช้ในงานส่วนบุคคลและงานเชิงพาณิชย์โดยไม่ต้องเสียเงิน

หมายเหตุ : ก่อนดาวน์โหลดรูปภาพแต่ละภาพจากทั้ง 10 เว็บไซต์ ควรจะตรวจดูอีกครั้งว่าเราสามารถใช้รูปภาพนั้นทำอะไรได้บ้าง ดัดแปลงรูปนั้นๆ ได้หรือไม่ หรือต้องให้เครดิตหรือไม่

ความรู้ส่งท้าย
Free for personal use คือ ใช้รูปภาพนั้นได้ถ้าไม่ได้ใช้ในงานเชิงพาณิชย์
Free for  commercial use คือ ใช้รูปภาพนั้นได้ในงานเชิงพาณิชย์
No attribution required คือ ไม่จำเป็นต้องให้เครดิตรูปภาพ แต่ถ้าให้เครดิตได้ก็ควรที่ทำ
Attribution required คือ ใช้ได้ฟรีแต่ต้องให้เครดิตรูปภาพ

13 ข้อ เช็คว่าบ้านของคุณรก ไม่น่าอยู่ เพราะสิ่งเหล่านี้หรือไม่

จัดบ้าน แต่ไม่เคยรู้สึกว่าบ้านสะอาดเลย รู้สึกเหมือน บ้านของคุณรก ไม่น่าอยู่ อาจเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า – ชั้นวางของ พรม ผนัง ลองอ่านดู คุณอาจจะเจอสาเหตุที่บ้านคุณไม่น่าอยู่ก็ได้

1. ใช้โซฟาเบด หรือโซฟาที่ปรับนอนได้แทนเตียงนอน
บางคนต้องการประหยัดพื้นที่ จึงซื้อโซฟาเบดแทนการซื้อเตียงนอน แต่จริงๆ แล้วโซฟาเบดไม่เหมาะสมกับการนอน ทำให้คุณนอนไม่สบาย และก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย

หลายๆ คนยังคิดอีกว่าเตียงนอน และที่นอนมีราคาสูง ไม่อยากซื้อแพงๆ แต่คุณรู้ไหมว่าการซื้อเตียงนอน และที่นอนดีๆ ไปเลย จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น และด้วยคุณภาพที่ดีแล้ว ระยะเวลาการใช้งานก็จะนานตามไปด้วย ดังนั้น การลงทุนซื้อเตียงนอน และที่นอนดีๆ สักอัน ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดนะ



2. เก็บถุงพลาสติกไม่ถูกวิธี
หลายๆ บ้านเก็บถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว ไว้เพื่อนำมาใช้ซ้ำ เพราะคิดว่าการทำเช่นนี้จะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยประหยัดเงินอีกด้วย ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดี น่าสนับสนุน แต่การที่คุณเก็บใส่ลิ้นชัก โดยไม่คิดที่จะพับ หรือม้วนเก็บ สุดท้ายแล้ว ห้อง หรือบ้านของคุณก็จะรก เหมือนคุณเก็บขยะไว้ที่บ้าน ลองเปลี่ยนวิธีเก็บใหม่ โดยการพับเก็บใส่กล่องให้เป็นระเบียบ

3. ไม่มีที่เก็บรองเท้า
ถึงแม้ว่า คุณจะวางรองเท้าไว้อย่างเป็นระเบียบที่มุมใดสักมุมหนึ่งของห้อง แต่เมื่อคุณไม่มีชั้น หรือตู้เก็บรองเท้า บ้านของคุณก็จะยังดูรก และขัดหูขัดตาอยู่

4. มีกล่องเก็บของเยอะเกินไป
จริงอยู่ว่าการมีกล่องเยอะๆ ทำให้เก็บของได้สะดวก แต่เชื่อเถอะว่าการมีกล่องเก็บของเยอะๆ ไม่ดีหรอก เพราะคุณจะจำไม่ได้ว่ากล่องไหนใส่อะไร และสุดท้ายคุณก็จะต้องมานั่งหาทีละใบ เสียเวลาหา แล้วยังจะต้องเสียเวลาเก็บอีกด้วย อะไรที่ไม่ได้ใช้ ถ้ายังสภาพดี เอาไปบริจาคจะดีกว่านะ

5. ชั้นวางของแบบเปิด
หลายๆ บ้านชอบทำชั้นวางของแบบเปิด เพราะเห็นในนิตยสารแล้วดูสวยดี แต่รู้ไหมว่า ชั้นวางของแบบเปิดทำความสะอาดยาก และมักจะมีฝุ่นไปเกาะอยู่เต็มไปหมด ถ้าคุณไม่ใช่คนเป็นระเบียบจริงๆ ชั้นวางแบบเปิดจะทำให้บ้านของคุณดูรก ทั้งทีความจริงแล้วก็ไม่ได้รกเท่าไหร่

6. ผนัง หรือวอลเปเปอร์สีอ่อนตรงทางเดิน
ใครที่ทาผนังสีอ่อนตรงทางเดิน คุณคิดผิดแล้วล่ะ โดยเฉพาะบริเวณชั้นวางรองเท้า ที่มักจะเปื้อนอยู่เสมอ ซึ่งการทำความสะอาดก็ยาก และใช้เวลานานอีกด้วย

7. มีกระจกบานใหญ่ในห้องนอน
การมีกระจกบานใหญ่ จะทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม กระจกบานใหญ่จะต้องมีการทำความสะอาดอยู่เสมอ เพราะฝุ่น หรือคราบบนกระจก ที่จะทำให้ห้องสวยๆ ของคุณ ดูสกปรกได้

8. ปูพรมทั่วห้อง
คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณทำน้ำหกลงบนพรมที่ปูทั่วห้อง แล้วคุณจะทำความสะอาดอย่างไร ยิ่งถ้าเป็นน้ำหวาน ที่ทิ้งคราบเอาไว้ ทำให้ห้องของคุณดูสกปรก นอกเสียจากว่าคุณเปลี่ยนพรมใหม่ หรือรื้อพรมออกเลย ลองเปลี่ยนจากปูพรมทั่วห้อง เป็นพรมอันเล็กๆ ซักได้ เปลี่ยนอันใหม่สะดวกจะดีกว่านะ

9. ใช้โต๊ะตัวยาว
หลายๆ คนชอบซื้อโต๊ะตัวใหญ่ๆ หรือโต๊ะตัวยาว เผื่อแขกที่มาบ้านจะได้มีที่นั่ง แต่คุณลืมคิดไปว่า คอนโดของคุณไม่ได้ใหญ่ และคุณก็ไม่ได้มีแขกมาบ้านทุกวัน เปลืองพื้นที่ใช้สอยโดยเปล่าประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลจาก : 13 Things That Make a House Messy and Not Cozy

เรื่องของสี - วรรณะของสี

วรรณะของสี มี 2 วรรณะ ซึ่งแบ่งตามกลุ่มสี ที่เมื่อมองจะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน คือ สีโทนร้อน และสีโทนเย็น สีโทนร้อน จะให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง ร่าเริง รื่นเริง ส่วนสีโทนเย็น จะให้ความรู้สึกสงบ เยือกเย็น

ซึ่งสีสำคัญอย่างมากในการออกแบบ เพราะโทนสีแต่ละสี ให้อารมณ์ และสื่อถึงความรู้สึกที่ต่างกัน  อย่างเช่น โรงพยาบาลมักจะใช้สีน้ำเงิน หรือสีเขียว ซึ่งสื่อถึงความสงบ พึ่งพาได้  ต่างจากแอพพลิเคชั่น ซื้อของออนไลน์ ที่มักจะใช้สีโทนร้อน ที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลง เทรนด์ กระฉับกระเฉง ความสุข สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องสี ส่งผลต่อการตีความ ที่คุณไม่ควรมองข้าม



ความหมายของแต่ละสี

สีโทนร้อน
- สีแดง : ไฟ ความรุนแรง สงคราม ความรัก ความหลงใหล
- สีส้ม : ร่าเริง กระฉับกระเฉง การเปลี่ยนแปลง
- สีเหลือง : สดใส มีพลัง ความหวัง ความสุข

สีโทนเย็น
- สีเขียว : การเริ่มต้น การเติบโต ธรรมชาติ ความมั่นคง มั่งคั่ง
- สีน้ำเงิน : ความสงบ พึ่งพาได้ สดชื่น เป็นมิตร เศร้า
- สีม่วง : หรูหรา ลึกลับ โรแมนติก

เป็นได้ทั้ง 2 โทน
สีม่วง และสีเหลือง เป็นสีที่สามารถอยู่ได้ทั้ง 2 โทน หากอยู่ในกลุ่มสีโทนเย็น ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนสีโทนเย็น หากอยู่ในกลุ่มสีโทนร้อน ก็จะให้ความรู้สีเหมือนสีโทนร้อน

ประโยชน์ของน้ำตา – น้ำตามีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

ในแต่ละปีร่างกายของคนเราผลิตน้ำตาออกมามากกว่า 55 – 110 ลิตร หลายคนอาจจะมองว่า น้ำตา เป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้วการร้องไห้อาจไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอเสมอไป บางทีอาจจะดีใจจนร้องไห้ มีความสุขจนน้ำตาไหล ลองไปดูกันดีกว่า ว่าประโยชน์ของน้ำตาจากการร้องไห้มีอะไรกันบ้าง บางทีมันอาจจะทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกผิดกับการร้องไห้อีกต่อไป

ประโยชน์ของน้ำตา น้ำตามีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

น้ำตาทั้ง 3 ประเภท
- น้ำหล่อเลี้ยงตา อยู่ในดวงตาตลอดเวลา เป็นน้ำหล่อลื่น ปกป้องกระจกตา ป้องกันดวงตาจากฝุ่นผง สิ่งสกปรกต่าง ๆ
- น้ำตาจากสิ่งเร้าภายนอก เมื่อร่างกายได้รับสารที่สร้างความระคายเคือง น้ำตาชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้น มี้อสันนิษฐานว่าน้ำตาชนิดนี้อาจประกอบด้วยสารภูมิต้านทานเพื่อช่วยต่อสู้กับแบคทีเรีย
- น้ำตาจากอารมณ์ เครียด เสียใจ โกรธ ดีใจ กลัว เป็นต้น มีการสันนิษฐานว่าน้ำตาจากชนิดนี้อาจประกอบด้วยฮอร์โมนและโปรตีนชนิดอื่น ๆ ที่ไม่พบในน้ำหล่อเลี้ยงตาหรือน้ำตาจากสิ่งเร้าภายนอก ลองไปดูประโยชน์ของน้ำตากันได้เลย




ขับสารพิษ
น้ำตาที่เกิดจากความเครียดจะช่วยให้ร่างกายได้กำจัดสารเคมีที่เพิ่มระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดออกมา จากการศึกษาพบว่า การร้องไห้ที่เกิดจากอารมณ์นั้น จะมีสารเคมี ได้แก่ โปรตีนโปรแลคติน, ฮอร์โมนแอดรีโนคอร์ติโคทรอพิกฮอร์โมน (Adrenocorticotropic Hormone) และ กรดอะมิโนชื่อ leucine-enkephalin ที่ช่วยลดอาการเจ็บปวด นอกจากนี้ในน้ำตายังมี ไลโซไซม์ ที่ทำหน้าที่กำจัดแบคทีเรียและเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ถึง 90-95%

ลดความดันโลหิต
จากการวิจัยของเนเธอร์แลนด์พบว่า เมื่อเกิดความเศร้าหรือเสียใจอย่างหนัก หัวใจของคุณจะเต้นระรัวขึ้นเพราะความเครียด แต่เมื่อได้ระบายด้วยการร้องไห้ก็จะช่วยปรับให้หัวใจเต้นช้าลง ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลงนั่นเอง

ใจเย็นขึ้น
การร้องไห้จะทำให้เราหายใจเร็วและเต็มปอดมากขึ้น เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในสมอง อย่างเวลาที่โมโหหรือหงุดหงิดจนร้องไห้ ถ้าเกิดได้ร้องออกมา ก็จะช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลายลงได้

ร้องไห้แล้วรู้สึกดี
นักวิทยาศาสตร์บางคนคาดว่าน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ ความเครียด ความเสียใจนั้น มีฮอร์โมนโปรแลกติน อะดรีโนคอร์ติโคโทรปิกฮอร์โมน และฮอร์โมนความเครียดอย่างลิว เอ็นคีฟาลิน รวมถึงโพแทสเซียมและแมงกานีสในระดับที่สูงกว่าน้ำตาชนิดอื่น และสันนิษฐานว่าฮอร์โมนความเครียดที่ถูกปล่อยออกมากับน้ำตาทางอารมณ์จะช่วยให้สภาวะทางอารมณ์กลับสู่ปกติได้อีกครั้ง

แต่อาจไม่เป็นจริงเสมอไป จากการศึกษา และการวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองมีแนวโน้มจะรู้สึกดีขึ้นมากกว่าเมื่อได้ร้องไห้คนเดียวหรือร้องไห้กับใครคนหนึ่ง แต่จะรู้สึกแย่หรือรู้สึกเหมือนก่อนร้อง หากอยู่กับคนอื่น ๆ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

ขอบคุณข้อมูลจาก: medicaldaily, wonderslist

ข้อดีของการเลี้ยงแมว ที่คุณอาจไม่เคยรู้ – ทาสแมวอ่านแล้วแฮปปี้

เป็นทาสแมวมันดีแบบนี้นี่เอง …

แมวช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
จากการวิจัยพบว่าคนที่เลี้ยงแมวจะมีระดับความเครียดน้อยกว่าคนที่ไม่เลี้ยง ซึ่งความเครียดจะเป็นสาเหตุโรคหลอดเลือดหัวใจ การเลี้ยงแมวจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ถึง 30 %




เสียงครางของแมวช่วยรักษากระดูกและกล้ามเนื้อ
เสียง Purr ของแมว เป็นหนึ่งในเสียงที่ฟังแล้วผ่อนคลายมากที่สุด การที่พวกมันส่งเสียงแบบนั้นออกมาแสดงว่ามันกำลังมีความสุข และเสียงของมันยังมีส่วนช่วยในการรักษากระดูกและกล้ามเนื้ออีกด้วย ซึ่งเสียง Purr ของแมวจะมีความถี่อยู่ที่ 20-140 เฮิรตซ์ ซึ่งมีงานวิจัยได้บอกไว้ว่า เสียงที่มีความถี่ในช่วง 18-35 เฮิรตซ์นั้นจะมีผลดีต่อการเคลื่อนไหวของข้อต่อ หลังจากที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บมา

แมวช่วยให้คุณหลับสบาย
หลายงานวิจัยในสหรัฐฯ พบว่าหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง ชอบที่จะนอนกับแมวมากกว่านอนกับแฟนเสียอีก งานวิจัยล่าสุดพบว่า 41 เปอร์เซนต์ของกลุ่มตัวอย่างได้ชี้ให้เห็นว่า พวกเขานอนหลับได้ดีกว่าเวลาที่นอนกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะแมวหรือหมา และอีก 20 เปอร์เซนต์ที่บอกว่า เจ้าสี่ขาของพวกเขามันชอบกวนจนเขานอนไม่ได้

แมวทำให้คุณเป็นคนที่น่าหลงใหล
เคยมั้ยคะ เวลาเห็นผู้ชายเลี้ยงแมวแล้วรู้สึกอยากเป็นแมวตัวนั้นขึ้นมาทันที งานวิจัยของดอกเตอร์จูน นิโคล พบว่าผู้หญิงจะถูกดึงดูดโดยผู้ชายที่เลี้ยงสัตว์ โดยมีข้อมูลว่า 90% ของผู้หญิงโสดชอบผู้ชายเลี้ยงแมวมากกว่าผู้ชายที่ไม่เลี้ยงแมว โดยจะรู้สึกว่าหนุ่มคนนั้นจะน่ารัก และเทคแคร์เก่ง

แมวช่วยลดความเครียดและความกังวล
การที่มีแมววนเวียนอยู่ใกล้ ๆ จะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้คุณหายเครียด และคลายความกังวลลงได้ แมวเป็นสัตว์ที่มีความติสท์อย่างที่หลาย ๆ คนรู้กัน ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ได้ต้องการการดูแลเอาใจใส่อะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่การดูแลแบบพื้นฐานทั่ว ๆ ไปก็พอที่จะทำให้มันมีความสุขได้แล้ว

แมวช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ในเด็ก
เมื่อปี 2002 สถาบันสุขภาพแห่งชาติได้มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปีที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแมวจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ เพราะการที่เด็กได้อยู่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงเร็วมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ใช่แค่แพ้ขนสัตว์ แต่รวมถึงภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ อย่างแพ้ฝุ่น หรือแพ้อากาศด้วย

วิธีลดการใช้พลาสติก ในชีวิตประจำวัน

9 วิธีลดการใช้พลาสติก ในชีวิตประจำวัน

1. ลดการใช้หลอดพลาสติก
แต่ถ้าใครบอกว่ากระดกน้ำกินไม่เป็นอะ ต้องใช้หลอดจริง ๆ ก็แนะนำให้หาซื้อ หลอดสเตนเลส หรือหลอดยางพกติดตัวไว้แทนนะ แต่ต้องระวังเรื่องของความสะอาดกันหน่อย เวลาซื้อหลอดก็ซื้อแปรงจิ๋วมาใช้ล้างหลอดด้วย และถ้าไม่อยากให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ควรรอให้แห้งก่อนค่อยเก็บ


2. ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
แต่ไม่ใช่ว่ามีถุงผ้าเป็นคอลเลกชั่น หยิบใช้ 7 วัน 7 แบบไม่ซ้ำ แบบนั้นก็ไม่ดีนะ เพราะกรรมวิธีในการผลิตถุงผ้าก็มีผลกระทบต่อธรรมชาติเหมือนกัน เขาวิจัยกันมาแล้วว่าถ้าจะให้คุ้มจริง ๆ ถุงผ้า 1 ใบ ควรใช้ 327 ครั้งขึ้นไป (หรือประมาณ 2 ปี) หรือใครไม่อยากใช้ถุงผ้าจะเอาถุงพลาสติกใบเก่ามาใช้ซ้ำให้ได้สัก 10 ครั้ง ขึ้นไป ก็ถือเป็นการช่วยโลกได้เหมือนกันนะ

3. เลิกเคี้ยวหมากฝรั่ง
บางคนอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกันด้วยหรอ จะบอกว่า จริง ๆ แล้ว หมากฝรั่งมันก็คือ พอลิเมอร์สังเคราะห์ ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาตินั่นเอง

4. พกกล่องข้าว
พกกล่องข้าวใส่อาหารทำเองไปกินนอกบ้าน หรือใส่อาหารที่ซื้อจากข้างนอกกลับมากินบ้าน หรือใครจะพกปิ่นโตก็ยิ่งดี เวลาไปซื้ออาหารนอกบ้าน เป็นการช่วยลดพลาสติกที่ให้บรรจุอาหาร ไม่ว่าจะเป็นถุงแกง กล่องโฟม กล่องพลาสติกต่าง ๆ รวมถึงถุงหิ้วก็ด้วย

5. พกช้อนส้อมตะเกียบ
เวลาซื้อข้าวนอกบ้าน ร้านก็มักจะให้ช้อนส้อมพลาสติกมาด้วย ทางที่ดีลองพกช้อนส้อมตะเกียบติดตัวไปด้วยสิ แล้วไม่ต้องกลัวพะรุงพะรังนะ เพราะเขามีขายกันเป็นเซ็ตพร้อมกล่อง สะดวกสุด ๆ

6. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่แพ็กเกจเป็นกระดาษ
อย่างเช่นการเลือกซื้อสบู่ก้อน แทนสบู่เหลวที่บรรจุขวดหรือถุงพลาสติก หรือจะเป็นทิชชูที่ใส่กล่องกระดาษ แทนที่จะเป็นห่อพลาสติก

7. พกขวดน้ำ/แก้วน้ำ
แก้วน้ำจากร้านเครื่องดื่มก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ เพราะนอกจากจะมีแก้วแล้วยังต้องมีฝาปิดอีก มีถุงหิ้วอีก ที่สำคัญช่วงนี้ก็มีหลายร้านที่มีส่วนลดสำหรับลูกค้าที่นำแก้วมาเอง นอกจากจะช่วยลดการใช้พลาสติกแล้วยังได้ประหยัดอีกด้วยนะ

8. สั่งไอศครีมโคน แทนไอศครีมถ้วย
ถึงแม้ว่าบางร้านจะใช้ถ้วยกระดาษแทนถ้วยพลาสติก แต่ก็ถือเป็นการช่วยลดปริมาณขยะได้อยู่ดีนะ นอกจากจะอิ่มใจที่ได้ช่วยโลกเแล้วยังอิ่มท้องด้วยนะ

9. ใช้เกลือป่นสครับตัว
ใช้เกลือป่นเป็นสครับธรรมชาติ แทนการใช้ผลิตภัณฑ์สครับที่มี Microbeads นอกจากได้ประโยชน์จากการทำสครับผิวอย่างแท้จริงแล้ว เกลือที่เราใช้ก็จะละลายน้ำไปไม่เป็นอันตรายกับใครอีกด้วย

ข้าวโพด เป็นผักหรือผลไม้ ?

มีคนให้คำตอบมาว่า ข้าวโพดเป็นผลไม้ในเชิงพฤกษศาสตร์ แต่ถูกจัดว่าเป็นผักในเชิงการทำครัว

ข้าวโพดเป็นได้ทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอามาทำอะไร นำไปใช้ประโยชน์อย่างไร

ในบางกรณี ข้าวโพดยังถูกแบ่งเป็น "ธัญพืช" อีกด้วย

วิธีการการจำแนก ผักและผลไม้

ผัก คือพืชที่มนุษย์นำส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชอาทิ ผล ใบ ราก ดอก หรือลำต้น มาประกอบอาหาร ซึ่งไม่นับรวมผลไม้ ถั่ว สมุนไพร และเครื่องเทศ (แต่เห็ด…ซึ่งในทางชีววิทยาจัดเป็นพวกเห็ดรา ก็นับรวมเป็นผักด้วย)

ผลไม้ หมายถึง ผลที่เกิดจากการขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศของพืชบางชนิด ซึ่งมนุษย์สามารถรับประทานได้ และส่วนมากจะไม่ทำเป็นอาหารคาว ตัวอย่างผลไม้ เช่น ส้ม แอปเปิ้ล กล้วย มะม่วง ทุเรียน รวมถึง มะเขือเทศ ที่สามารถจัดได้ว่าเป็นทั้งผักและผลไม้



การจำแนก ผัก-ผลไม้แบบง่ายๆ

ผลไม้เป็นส่วนย่อยของผัก
ผลไม้เป็นส่วนผลของพืชเท่านั้น
ผักคือทุกส่วนตั้งแต่ผล ราก ลำต้น ดอก ใบ

กรณีเป็นผลเหมือนกันจะแยกอย่างไร ?
ผลไม้ต้องสามารถกินสดๆ ได้เมื่อสุกเต็มที่ หมายถึงว่า ไม่ต้องนำมาผ่านกรรมวิธีเชื่อม ดอง แช่อิ่ม

ตารางผัก-ผลไม้ เดือนไหน ผัก-ผลไม้ อะไรออกดอกออกผลบ้าง ?

ประเทศไทยนั้นมีพืช ผัก ผลไม้หมุนเวียนมากมายหลากหลายตามฤดูกาล ซึ่งเมื่อถึงฤดูนั้นๆ เราก็จะได้กินของที่สดใหม่ ราคาย่อมเยาว์ เมื่อกินนอกฤดูกาลก็จะมีราคาแพงมาตามลำดับ บทความนี้จะให้ข้อมูลว่าในแต่ละเดือนนั้นๆ มีผลไม้ ผักอะไรให้เราได้กินบ้าง


ผัก-ผลไม้ที่มีตลอดทั้งปี


ผลไม้ตลอดทั้งปี กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะพร้าว มะละกอ ส้มโอ องุ่น ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน

ผักที่มีตลอดทั้งปี ขึ้นฉ่าย ต้นหอม ผักชี แตงกวา ถั่วแขก ถั่วงอก บวบ กะเพรา โหระพา ผักกาดหอม คะน้า พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า หัวไชเท้า มะเขือต่างๆ

มกราคม

ผลไม้ : กล้วยหอม ชมพูมะเหมี่ยว แตงไทย พุทรา ลูกตาลสด ละมุด ส้มเขียวหวาน องุ่น แตงโม

ผัก : กะหล่ำดอก คะน้า ขึ้นฉ่าย สะเดา ดอกหอม ถั่วลันเตา บวบ ผักกวางตุ้ง ถั่วแขก มะระ

กุมภาพันธ์

ผลไม้ในเดือนกุมภาพันธ์ เหมือนกับเดือนมกราคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มะขามป้อม มะขามเทศ มะตูม มะปราง (ผลไม้เดือนมกราคม คือ กล้วยหอม ชมพูมะเหมี่ยว แตงไทย พุทรา ลูกตาลสด ละมุด ส้มเขียวหวาน องุ่น แตงโม)

ผัก : เหมือนกับเดือนมกราคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มะนาว หัวไชเท้า แตงกวา (ผักเดือนมกราคม มี กะหล่ำดอก คะน้า ขึ้นฉ่าย สะเดา ดอกหอม ถั่วลันเตา บวบ ผักกวางตุ้ง ถั่วแขก มะระ)

มีนาคม

ผลไม้ : เงาะ ขนุน มะปราง มังคุด ลูกตาล มะม่วง

ผัก : ใบมะขามอ่อน ฟัก มะเขือยาว เห็ดฟาง

เมษายน

ผลไม้ : ทุเรียน พุทรา มะม่วงสุก มังคุด ระกำ ลิ้นจี่ ลูกหว้า กระท้อน

ผัก : เหมือนกับเดือนมีนาคม มีเพิ่มเข้ามาคือ มันฝรั่ง ต้นหอม บวบ แตงกวา (ผักเดือนมีนาคม มีใบมะขามอ่อน ฟัก มะเขือยาว เห็ดฟาง)

พฤษภาคม

ผลไม้ : เหมือนกันเดือนเมษายน มีเพิ่มมาคือ ละมุด สับปะรด ลางสาด ลำไย (ผลไม้เดือนเมษายน ทุเรียน พุทรา มะม่วงสุก มังคุด ระกำ ลิ้นจี่ ลูกหว้า กระท้อน)

ผัก : ชะอม ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือเจ้าพระยา มะเขือเสวย มะนาว สะตอ หน่อไม้ เห็ดโคน

มิถุนายน

ผลไม้ : มังคุด ละมุด สละ ลำไย กระท้อน

ผัก : ชะพลู ดอกกุยช่าย ผักหวาน ผักบุ้ง มะรุม เห็ดเผาะ

กรกฎาคม

ผลไม้ : กล้วยไข่ น้อยหน่า มะกอก มะยม ลางสาด ส้มโอ

ผัก : ข้าวโพด ดอกขจร ผักปลัง ผักแว่น มะขามอ่อน มะดัน

สิงหาคม

ผลไม้ : มะกอกน้ำ มะกอกฝรั่ง มะเฟือง ระกำ ลางสาด ส้มโอ น้อยหน่า

ผัก : ขิงอ่อน ดอกโสน น้ำเต้า ใบขี้เหล็ก ใบบัวบก ส้มซ่า

กันยายน

ผลไม้ : เหมือนกับเดือนสิงหาคม มีเพิ่มเข้ามาคือ ลูกตาล ส้มเกลี้ยง องุ่น (ผลไม้เดือนสิงหาคม มะกอกน้ำ มะกอกฝรั่ง มะเฟือง ระกำ ลางสาด ส้มโอ น้อยหน่า)

ผัก : ผักเพกา มะขามอ่อน มะดัน มะรุม ยอดขี้เหล็ก สมอไทย ส้มซ่า สายบัว

ตุลาคม

ผลไม้ : ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง

ผัก : ขิงสด ใบขี้เหล็ก พริกหยวก ผักแว่น แห้ว เห็ดโคน ส้มซ่า สะเดา

พฤศจิกายน

ผลไม้ :  เหมือนกับเดือนตุลาคม คือ ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง (ผลไม้ในเดือนตุลาคม ขนุน มะขามป้อม มันแกว ลองกอง)

ผัก : กระเจี๊ยบ กระชาย ขนุนอ่อน ขมิ้นขาว แห้ว สะเดา สายบัว

ธันวาคม

ผลไม้ : พุทราพื้นเมือง ละมุด มะขามป้อม องุ่น มันแกว

ผัก : กระเจี๊ยบ ขิงแก่ ดอกแค ดอกหอม ตังโอ๋ ผักชี มะกอกสุก

ความรู้รอบตัว ความรู้รอบโลก - ภาค 3

ความรู้รอบตัว ความรู้รอบโลก

- ฟรานซิส คริกด์กับเจมส์ วัตต์สันพบอะไร - (ดีเอ็นเอ)
- พระสุริยเทพแห่งชาวอียิปต์โบราณคือใคร - (รา)
- ลีฟ อิริกสัน เดินทางพบทวีปอะไร - (อเมริกาเหนือ)
- ลมที่พัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ตอนต้นฤดูหนาวคือลมอะไร - (ลมว่าว)

- เดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วันทุก ๆ กี่ปี - (4 ปี)
- เวลาของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเร็วกว่าไทยกี่ชั่วโมง - (2 ชั่วโมง)
- บิดาแห่งซิมโฟนีคือใคร - (โจเซฟ ไฮเดิ้น เขาสร้างเพลงซิมโฟนีถึง 104 ชิ้น)
- ดมทินเนอร์มีอันตรายต่อส่วนไหนของร่างกาย - (หลอดลม ปอดและสมอง)

- ขนมกระยาสารท เป็นงานบุญในเทศกาลสารทไทยเดือนไหน - (เดือนสิบ โดยนับทางจันทรคติ)
- หน่อไม้รสชาติดี เป็นหน่อไม้ได้จากไผ่อะไร - (ไผ่ตง)




- เพลงชาติไทยเกิดขึ้นเมื่อใด:::(เพลงชาติไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2483 ผู้ประพันธ์ทำนองคือ พระเจนดุริยางค์ และผู้ประพันธ์คำร้อง คือ หลวงสารานุประพันธ์ )

- เพลงกราวกีฬาเกิดขึ้นเมื่อใด - ( เพลงกราวกีฬา ประพันธ์โดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (นายสนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา))

- สะพานเชื่อมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก คือ สะพานใด:::( สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์หรือสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ )

- วัดใดสร้างขึ้นด้วยหินอ่อน ในสมัยรัชกาลที่ 5เป็นแห่งแรกของไทย - (วัดเบญจมบพิตร ถนนศรีอยุธยาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น มีพระอุโบสถ ทำด้วยหินอ่อนที่เหลือจากการสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม )

- ประเทศไทยใช้ธงไตรรงค์ครั้งแรกเมื่อใด - (ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้ประดิษฐ์ธงชาติขึ้นใหม่มี 3 สีคือสีน้ำเงินสีขาวและสีแดง และพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์" ตั้งแต่ พ.ศ. 2460 )

- พระที่นั่งวิมานเมฆบริเวณด้านหลังของพระที่นั่งอนันตสมาคมกรุงเทพฯ สร้างขึ้นครั้งแรก ณ ที่ใด - (พระที่นั่งวิมานเมฆทำจากไม้สักทองทั้งหลังเดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ชะลอมาตั้งไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2444ภายในพระที่นั่งประกอบด้วยห้องต่าง ๆ 81 ห้อง)

- คนไทยมีนามสกุลครั้งแรกเมื่อใด - (สมัยรัชกาลที่ 6)

- ธนาคารแห่งแรกของไทยคือธนาคารใด - ( แบงค์สยามกัมมาจล (Siam Commercial Co.) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด" มีฐานะเป็นธนาคารพาณิชย์ของเอกชน ในสมัยรัชกาลที่ 5 )

- ธนาคารของรัฐแห่งแรกคือธนาคารใด:::(ธนาคารออมสิน ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2456 ในรัชกาลที่ 6 )

- การพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใด::: ( ในรัชกาลที่ 7พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิต ณ ตึกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473)

- ประเทศไทยเริ่มมีเหรียญกษาปณ์ใช้ครั้งแรกเมื่อใด:::( สมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2403 )

- ธนบัตรไทยเริ่มมีใช้ครั้งแรกเมื่อใด - (สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2445 )

- การศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษา) ของไทยเริ่มมีครั้งแรกเมื่อใด - ( สมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2464)

- ถนนสายแรกของไทยที่สร้างตามแบบยุโรปคือถนนสายใด - ( ถนนเจริญกรุง )

- ทางรถไฟสายแรกทองไทยคือสายใด - (สายกรุงเทพฯ - นครราชสีมา เริ่มสร้างใน พ.ศ. 2433ในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เริ่มเปิดเดินรถเส้นทางระยะแรก กรุงเทพฯ - อยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2439 )

-มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยเกิดขึ้นเมื่อใด - (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย )

- "พรินซ์ ออฟ เวลส์" เป็นตำแหน่งอะไร - (มกุฎราชกุมารแห่งประเทศอังกฤษ)

- คาร์ล ลันด์สไตเนอร์ ชาวออสเตรียพบอะไร - (เลือดมนุษย์มี 4 หมู่)

- ประเทศใดนำกาแฟมาปลูกในเวียดนาม - (ฝรั่งเศส เมื่อครั้งเวียดนามเป็นอาณานิคม)

- ชนชาติใดเป็นชาติแรก ที่ใช้นกอินทรีเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของกษัตริย์ - (ชาวอีทรัสแคน)

- คลองขุดแห่งแรกของไทยคือคลองอะไร - (คลองบางขุนเทียน สมัยรัชกาลที่ 4)

- ประเทศใดมีหวายมากที่สุด - (อินโดนีเซีย)

- เชือกกล้วยที่เหนียวสุดทำจากต้นกล้วยอะไร - (กล้วยตานี)

- มรดกโลกแห่งแรกของโลกคือแห่งใด - (อุทยานแห่งชาติเยลโล สโตน)

- ต้นเรดวูด ไม้ต้นที่สูงที่สุดถึง 360 ฟุต มีมากในประเทศใด - (สหรัฐฯ)

- โรงเรียนหลวงแห่งแรกที่ตั้งขึ้นตามแบบสมัยใหม่เกิดขึ้นเมื่อใด ::: (โรงเรียนหลวงในพระบรมมหาราชวังหรือโรงเรียนหนังสือไทย ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2414 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 )

- โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรสามัญชนแห่งแรกคือโรงเรียนใด ::: (โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรสามัญชนแห่งแรกคือโรงเรียนใด:::)

- โรงพยาบาลของรัฐบาลแห่งแรกคือโรงพยาบาลใด - (โรงพยาบาลศิริราช ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น)

- ประเทศไทยเริ่มใช้ พ.ศ. หรือพุทธศักราชครั้งแรกเมื่อใด::: (สมัยรัชกาลที่ 6 )

- ประเทศไทยเปลี่ยนชื่อจาก "สยาม" มาเป็น "ไทย" เมื่อใด - (ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ตามนโยบายของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม )

- ประเทศไทยเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ 1 มกราคมตามแบบอย่างสากลเมื่อใด - (พ.ศ. 2484 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม )

- กิจการรถแท๊กซี่เริ่มมีใช้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อใด - (พ.ศ. 2466 โดยผู้ริเริ่มกิจการคือพลโทพระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) )

- โรงภาพยนตร์แห่งแรกของไทยคือโรงภาพยนตร์ใด - (โรงภาพยนตร์ศรีอยุธยา )

- คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลแมกไซไซคือใคร - (ศาสตราจารย์ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ได้รับรางวัลแมกไซไซ จากประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อ พ.ศ. 2504 สาขาบริการสาธารณะ)

- คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล "กวีซีไรท์" (SEA Writes) คือใคร - (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ )

- คนไทยคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง "ประธานสมัชชาองค์การสหประชาชาติ" คือใคร - (พล.ต. พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ )

- คนไทยคนแรกที่ได้เป็นแชมป์โลกมวยสากลอาชีพ คือใคร - (โผน กิ่งเพชร )

- ผู้ว่าราชการจังหวัดหญิงคนแรกของประเทศไทยคือใคร - (นางจรัสศรี ทีปิรัช ผู้ว่าฯนครนายก พ.ศ. 2535)

- ผู้พิพากษาหญิงคนแรกของประเทศไทยคือใคร - (นางชลอจิตรจิตตะรุทธะ)

- สถานที่แห่งใดของลาวมีไหโบราณฝังอยู่มาก - (ทุ่งไหหิน)

- จังหวัดใดได้ชื่อเป็นเมืองของทหาร - (ลพบุรี)
- ทวีปที่เป็นน้ำแข็งชั่วนาตาปีคือทวีปอะไร - (แอนตาร์กติกา)
- ชาติใดคิดกระดาษ, เข็มทิศ, ดินปืน และการพิมพ์ - (จีน)
- รถยนต์ที่เรียกว่า "ลูมูซีน" คือรถอย่างไร - (รถเก๋งคันใหญ่ มีกระจกกั้นด้านหลังคนขับ)
- ลูกโป่งสวรรค์อัดก๊าซอะไร - (ไฮโดรเจน)

- อเล็กซานเดอร์ เฟลมิงพบตัวยาอะไร - (เพนนิซิลิน)

- เมืองหลวงใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้คือแห่งใด - (บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา)

- ใครเป็นต้นตำรับขุดคลองลัดคนสำคัญ - (เฟอร์ดินันด์ เดอ เลสเสปซ์ ขุดคลองสุเอซและปานามา)

- ประติมากรสร้างรูปเทพีเสรีภาพคือใคร - (เฟรเดอริก ออกุสต์ บาร์โทลดี)

- พระเครื่องกรุทุ่งเศรษฐี เป็นพระเครื่องของจังหวัดใด - (กำแพงเพชร)

- "ไดเอ็ต" เป็นรัฐสภาของประเทศใด - (ญี่ปุ่น)

- ไทยมีฝั่งทะเลยาวกี่ไมล์ - (3,150 ไมล์ทะเลประมาณ 2,775 กิโลเมตร)

- นครกัวลาลัมปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซียอยู่ในมลรัฐอะไร - (สลังงอ)

- "ประเทศเส้นศูนย์สูตร" คือประเทศใด - (เอกวาดอร์ เพราะเส้นศูนย์สูตรตัดผ่านพอดี)

- บ่อน้ำโบราณที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ของปราจีนบุรีชื่ออะไร - (โบราณสถานอ่างศิลา)

- โสเครตีส, เปลโต และอริสโตเติล เป็นนักปรัชญาชาวอะไร - (กรีก)

- ทำไมห้ามกรีดยางช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ - (เข้าฤดูยางพาราผลัดใบ)

- ช่องแคบอะไรคั่นอินเดียกับศรีลังกา - (ช่องแคบปาลก)

- ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในเอเชียอยู่ที่ไหน - (ทุ่งหญ้าสเตปป์ ในรัสเซีย-จีน)

- มาคัส แซมมวล ตั้งบริษัทน้ำมันอะไร - (เชลล์) - ลิเบียถูกใครปกครองก่อนได้รับอิสรภาพในปี 2494 - (อิตาลี)

- คาร์ล สคีล ชาวสวีเดน พบอะไร - (คลอรีน) - ตาชั่งจีน, กรรไกร, ชะแลงงัดตะปู เป็นเครื่องมือใช้หลักในเครื่องกลใด - (คาน)

- น้ำปลาที่มีคุณภาพดีที่สุดทำจากปลาอะไร - (ปลาไส้ตัน)
- ขนุนกับจำปาดะ ต่างกันอย่างไร - (จำปาดะเล็กกว่าเนื้อนิ่มและหวานกว่าขนุน)
- แหล่งประมงทางทะเลของไทยทำกันที่ไหน - (อ่าวไทยและทะเลอันดามัน)
- นกประจำชาติของไทยคือนกอะไร - (นกไก่ฟ้าพญาลอ)
- สหรัฐฯ ซื้อรัฐฟลอริดาจากประเทศใด - (สเปน)
- สถานที่ร้อนที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน - (ทะเลทรายสะฮารา)

- แหล่งน้ำจืดใหญ่ของไทย 3 แห่งมีแห่งใด - (บึงบอระเพ็ด(ใหญ่ที่สุด), กว๊านพะเยา, และหนองหาน)

- สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่เก่าแก่สุดของกรุงลอนดอน คือแห่งใด - (ลอนดอนบริดจ์)

- ระเบิดปรมาณูทดลองครั้งแรกที่ไหน - (ทะเลทรายลามอส รัฐนิวเม็กซิโก)

- พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้ายของเวียดนามคือใคร - (จักรพรรดิเบาได๋)

- ไทยมีกฎหมายคนเข้าเมืองที่เรียกว่า "คนต่างด้าว" ในรัชสมัยใด - (รัชกาลที่ 7)

- ส่วนของสารขนาดเล็ดที่สุดไม่สามารถแยกได้อีกด้วยวิธีเคมีเรียกว่าอะไร - (ปรมาณู)

- ใครเป็นสตรีคนแรกที่เดินทางสู่อวกาศ - (วาแลนตินา เทอเรสโควา ชาวรัสเซีย)

- วิลลิส แคเรียร์ นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันคิดอะไร - (เครื่องปรับอากาศ)

- ภูเขาลูกใดสูงสุดในอาเซียน - (คินาบลู มาเลเซีย)

- เมืองใดในเยอรมนี เป็นที่ประชุมครั้งสุดท้ายในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ, รัสเซียและอังกฤษ ::: (ปอตสดัมใกล้กรุงเบอร์ลิน)

- อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยคือป่าแห่งใด - (ป่าภูกระดึง)

- งานเทศกาลที่สำคัญและยิ่งใหญ่สุดของนครศรีธรรมราชคืออะไร - (งานเดือนสิบ)

- ใครริเริ่มจัดแข่งขันฟุตบอลโลก - (จูลส์ ริเมท์) - โรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกของไทยอยู่ที่ไหน - (โรงเรียนจุฬาภรณ์ ปทุมธานี)

- น้ำตกวิกตอเรีย น้ำตกใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน - (โรดีเซีย ทวีปแอฟริกา)

- ประเทศใดเป็นประเทศแรกที่คิดค้นทำเฮโรอีน - (เยอรมนี)

- ผู้นำรถเมล์เข้ามาบริการเป็นครั้งแรกในเมืองไทยคือใคร  (พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เส้นทางรถเมล์ที่วิ่งเป็นสายแรกคือ สะพานยศเส - ประตูน้ำ ปทุมวัน )

-พระมหากษัตริย์ที่เสด็จประพาสยุโรปเป็นพระองค์แรก คือพระองค์ใด (พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป2 ครั้ง ใน พ.ศ. 2440 และ พ.ศ. 2450)

- นักเขียนการ์ตูนคนแรกของไทยคือใคร (ขุนปฎิภาค พิมพ์ลิขิต หรือ เปล่ง ไตรปิ่น)

- นักพากษ์ภาพยนตร์คนแรกของไทยคือใคร (ทิดเขียว หรือ นายสิน สีบุญเรือง)

- คนไทยคนแรกผู้ตั้งโรงงานผลิตเบียร์แห่งแรกของเมืองไทยคือ ใคร (นายบุญรอด ภิรมย์ภักดี เจ้าของบริษัท บุญรอด บริเวอรี จำกัด)

- คนไทยคนแรกที่ตั้งกิจการโรงรับจำนำขึ้นในเมืองไทยคือใคร (นายเล็ก โทณวณิก ชื่อโรงรับจำนำ "ฮั้วเสง" ถนนพาหุรัด)

- ผู้ริเริ่มกิจการวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทยเป็นครั้งแรกคือใคร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน)

- ผู้จัดตั้งค่ายทหารตามแบบยุโรปเป็นคนแรกคือท่านผู้ใด (เจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ)

- อธิบดีหญิงคนแรกของประเทศไทยคือใคร (คุณหญิงอัมพร มีศุข อธิบดีกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ)

- จอมพลคนแรกของเมืองไทยคือท่านผู้ใด (จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธวงษ์วรเดช)

- นางสาวไทยคนแรกของประเทศไทยคือใคร - (นางสาวกันยา เทียนสว่าง)

- นักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของประเทศไทยคือใคร (คุณอนงค์ เมษประสาท)

- ผู้ริเริ่มใช้กระแสไฟฟ้าเป็นคนแรกของประเทศไทยคือท่านผู้ใด (จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี หรือ เจิม แสงชูโต)

- ผู้ประดิษฐ์รถสามล้อขึ้นใช้ในประเทศไทยเป็นคนแรกคือใคร (นายเลื่อน พงษ์โสภณ)

- คนไทยที่ประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยที่ใช้ในกิจการสื่อสารโทรเลขเป็นเครื่องแรกคือใคร ::: (นายสมาน บุญยรัตพันธุ์ นายช่างกรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ค้นคิดเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยเป็นผลสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2496 ในรัชกาลปัจจุบัน)

- นางสาวไทยคนแรกที่ชนะการประกวด และได้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลเป็นคนแรกคือใคร (นางสาวอาภัสรา หงสกุล พ.ศ. 2509)

- พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยคือใคร (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 4)

- พระบิดาแห่งการทูตไทยคือใคร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ)

- พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทยคือใคร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

- พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทยคือใคร (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมหรือสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมหลวงสงขลานครินทร์)

- พระบิดาแห่งการรถไฟไทยคือใคร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน)

- พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทยคือใคร (พลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

- พระบิดาแห่งกฎหมายไทยคือใคร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์)

- ตั้งกงสุลครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นของชาติใด - (โปรตุเกส)

- เอดูอาร์ด มิชลิน ประดิษฐ์อะไร - (ยางรถยนต์แบบสูบลมและถอดได้)

- ทำบัตรประชาชนตลอดชีพได้ ต้องมีอายุเท่าไร - (70 ปีขึ้นไป)

- กีฬาอะไรนิยมเล่นกันในอินเดีย - (คริกเกต)

- ใครเป็นชาวเอเชียคนแรกได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ - (อมาตยา เซ็น ชาวอินเดีย)

- เมืองหลวงของยูโกสลาเวียคือเมืองใด - (เบลเกรด)

- บูดาเปสต์เป็นเมืองหลวงของประเทศใด - (ฮังการี)

- กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิตาลีคือใคร - (พระเจ้าอัมเบอร์โตที่ 2)

- อะไรในหัวหอมทำให้คนน้ำตาไหล - (น้ำมันระเหย ชื่อแอลลิสซัลไฟด์)

- เหตุใดหลอดไฟฟ้า เมื่อตกจึงระเบิด - (เพราะภายในเป็นสูญญากาศ)

-ผู้พิชิตจักรพรรดินโปเลียนที่วอเตอร์ลูคือใคร - (เวลลิงตัน)

- ปรมาจารย์เรื่องสั้นสมัยใหม่คือใคร - (อันตัน เชคอฟ)

- ราชาเพลงร็อคในอดีตคือใคร - (เอลวิส เพรสลีย์)

- ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งถึง 4 สมัยคนเดียวคือใคร - (แฟรงกลิน รูสเวลท์)

- พิพิธภัณฑ์อิสราเอลเก็บสิ่งสำคัญอะไรของไอน์สไตน์ - (บันทึกทฤษฎีสัมพันธภาพ)

- ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร - (เป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิด อยู่ในสหรัฐเกิน 14 ปี อายุครบ 35 ปีบริบูรณ์)

อ่านเพิ่มเติม

เพลงรอบกองไฟ เพลงเชียร์ เพลงเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี วัยเรียนรุ่นพ่อแม่

เพลงฮิตวัยเรียน เพลงเชียร์ เพลงเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี

เพลง รอบกองไฟ

โอ้เมื่อมีไฟ ไฟ ไฟ ลุกขึ้นแจ่มจ้า
สุขอุราเมื่อเรามาพร้อมหน้ากัน
คืนวันนี้มีสุข หมดเรื่องทุกข์รับความสำราญ
เธอกับฉันนั้นมาเล่นรอบกองไฟ

ไฟมันลุกมันมีความร้อน ไม่อาทรความร้อนของใคร
ไฟจะลุกจะร้อนเพียงใด สุขฤทัยร่วมวงเฮฮา (ซ้ำ)



เพลง สวรรค์บันดาล

สวรรค์บันดาลดลให้เรามา ให้เราสองมาพบกันวันใหม่
เจอกันครั้งนี้ดีอกดีใจ เริงรื่นกันไปไม่รู้โรยรา

จะอยู่แห่งไหน เตือนใจเตือนตา
จะอยู่เมืองฟ้า เตือนตาเตือนใจ .. สวรรค์บันดาล

เนื้อเพลงที่เกี่ยวกับสัตว์

เพลง ช้าง

ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า
ช้างมันตัวโตไม่เบา จมูกยาวยาวเรียกว่างวง
มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา
มีหูมีตา หางยาว

เพลง แมงมุมลาย

แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซมซานเหลือทน
วันหนึ่งมันถูกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา
พระอาทิตย์ส่องแสง น้ำแห้งเหือดไปลับตา
มันรีบไต่ขึ้นฝา หันหลังมาทำตาลุกวาว

เพลง เจ้านกน้อย

เจ้านกน้อยคล้อยบินสู่เวหา
เจ้าถลาเล่นลมเพลินฤดี
บิน บินถลา ถลาเล่นลม
บินล่อง บินลอย บินถลา
ถลาเล่นลม บินล่อง บินลอย

เพลง แมงอีฮูม

ฝนเทลงมา เทลงมา เทลงมา
ให้นาตูโฮง นาตูโฮง นาตูโฮง
ให้โส่งตูเปียก โส่งตูเปียก โส่งตูเปียก
ให้เสื้อตูเปียก เสื้อตูเปียก เสือตูเปียก
โอ้ .. แมงตับเต่าออกลูกข้างหลัง เป็นแมงอีหยัง
โอ..แมงอีฮูม แมงอีฮูม แมงอีฮูม
ใต้ต้นหมากเขียบ ต้นหมากเขียบ ต้นหมากเขียบ

เพลง ลิงกับเสือ

ลิงก็จับมือเสือ เสือก็จับมือลิง จับกันไม่เบื่อ
ลิงจับ…..เสือเสือจับ…..ลิง

เพลง ข้าวโพดสาลี

พรวนดินกันเสียให้หมดจะปลูกข้าวโพดสาลี (ซ้ำ)
โอ้เจ้าดวงดาราเจ้าไม่เมตตาตัวพี่ ข้าวโพดสาลี (ซ้ำ) ป่านฉะนี้จะโรยรา (ซ้ำ)

เพลง กิ่งก้านใบ

กิ่ง ก้าน ใบ ชะ ชะ ใบ ก้าน กิ่ง (ซ้ำ)
ฝนตกลมแรงริน ๆ (ซ้ำ) ชะ ชะ กิ่งก้านใบ

เพลง จับมือ

จับมือกันไว้ให้มั่นคง เพื่อความยืนยงสามัคคี
รักกันปรองดองเหมือนน้อยพี่ ผูกความสามัคคีมีร่วมกัน
โกรธกันมันร้ายเป็นสิ่งเลว เปรียบดังเป็นเปลวร้อนไฟนั่น
เผาใจให้มีความไหวหวั่น จับมือยิ้มให้กันเป็นสิ่งดี

เพลง ตะละบุม

ตะละบุ่ม บุม บุม โอ้แม่เนื้อนุ่มบัวบาน (ซ้ำ)
พี่คอยคำนึงคิดถึงเธอมานาน (ซ้ำ) โอ้แม่ตาหวาน อย่าปล่อยให้ฉันยืนงง
เจ้าดอกเอ๋ย เจ้าดอกสะเดา ขอเชิญหมู่ ……. ออกมาแสดงเอย

เพลง ยิ้ม

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มมาหน้าตาหวานชื่น
ยิ้มนิดชีวิตยั่งยืน สดชื่นอุราอย่ามัวรอ (ซ้ำ)
มายิ้มกันหนอเพื่อนเอย

เพลง เพลง ยินดีที่รู้จัก

ยินดีที่รู้จัก เพี่อนที่รักขอเชิญร่วมจิต
เรารักกันฉันท์มิตร รักสนิทเหมือนพี่น้องกัน
ยินดีที่รู้จัก เพื่อนที่รักขอร่วมใจมั่น
ขอให้ผูกสัมพันธ์ เพื่อนรักกันให้นานเถิดเอย

เพลง งานสิ่งใด

งานสิ่งใด งานสิ่งใด แม้ใครละเลยทิ้งปล่อย มัวแต่คอยเฝ้าแต่คอย หวังคอยแต่เกี่ยงโยนกลอง

ไม่มีเสร็จ ไม่มีเสร็จ รับรอง จำไว้ทุกคนต้อง ทำงานจะต้องช่วยกัน ช่วยกัน ช่วยกัน ช่วยกัน

เพลง ตะละบุ่ม

ตะละบุ่ม บุมบุ๊ม แม่เนื้อนุ่มบัวบาน (ซ้ำ)
พี่นอนคนึง คิดถึงเธอมานาน (ซ้ำ)
สาวๆ ตาหวาน มันทำให้ฉันยืนงงดอก …………………….. เอ๋ย
เจ้าดอก …………………. ขอเชิญ ……………… ออกมาร่ายรำเอย

สาวชาววัง

สาวชาววัง เอวเล็กเอวบางผัดแป้งบาหยัน
(เติมชื่อ) …………………. เป็นของใครกัน (ซ้ำ)
ถ้าเป็นของฉัน ฉันรักตายเลย

เพลง มองหา

มอง มองหา ขวัญตาเจ้าอยู่แห่งใด
มอง มองไป ขวัญใจทำไมไม่มา
เธอหลอกให้พี่มารอ โอ้น้องมาทำพี่ได้
เป็นเพราะเหตุอันใด ขวัญใจทำไมไม่มา (ซ้ำ)

เพลง ฉันรอเธออยู่

รอฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด
เธอจะมาๆเมื่อไร นัดฉันไว้ทำไมไม่มา
ฉันเป็นห่วง ฉันเป็นห่วงตัวเธอ ได้แต่เก้อชะเง้อแลหา
นัดไว้ทำไมไม่มาๆ
โอ้เธอจ๋าอย่าช้าเร็วหน่อย รีบหน่อย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เพลง พวงมาลัย

โอ้เจ้าพวงมาลัย เจ้าจะลอยไปคล้องใครกันแน่ (ซ้ำ)
จะรักใครชอบใครให้จริงแท้ ขอให้แน่สักราย
อย่ามัวลอยตามลมให้เขาดมดอมสิ้นกลิ่นหอมแล้วหน่าย (ซ้ำ)
ยามนั้นเจ้าจะอายเขาไม่อยากชมเด็ดเจ้าดมทิ้งไป
อยากเป็นหงส์เหิรหาวอยากเป็นดาวเลิศลอยวิไล (ซ้ำ)
อยู่กับบ้านไม่ชอบใจ หนีมาอยู่ค่ายไม่บอกใครเลย
เอ๋ยโอละหน่าย โอละหน่ายหน่อยเอย เอ่อ เอย ……

เพลง ดอกลั่นทม

โอ้เจ้าดอกลั่นทม ฉันเคยเด็ดดม ฉันเคยเด็ดเล่น
เด็ดเช้าเด็ดเย็น ฉันเคยเด็ดเล่นเด็ดดม เด็ดดม

เพลง ความเกรงใจ

ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี
ตรองดูซีทุกคนก็มีหัวใจ
เกิดเป็นคนถ้าหากไม่เกรงใจใคร
คนนั้นไซร้ไร้คุณธรรมประจำตน

เพลง ใต้ต้นพยอม

ลมเย็นเย็น ฉันมาเดินเล่นใต้ต้นพยอม (ซ้ำ)
พยอมหอมหวาน เมื่อไรจะบาน เจ้าดอกพยอม
จะบานก็บาน จะเด็ดเอาก้านมาสานชะลอม
จะตูมก็ตูมจะเด็ดใส่ตุ่มมังกร

เพลง สวรรค์บันดาล

สวรรค์บันดาลให้มา
ให้พวกเรามาพบกันวันใหม่
เจอะกันวันนี้ดีอกดีใจ
รื่นเริงกันไป ไม่รู้โรยรา

จะอยู่แห่งไหนเพลินใจเพลินตา
จะอยู่เมืองฟ้าเพลินตาเพลินใจ
สวรรค์บันดาล….

เพลง ลมเอยลมพัด

ลมเอยลมพัด
โบกสะบัดพัดมาไวๆ
ลมเอยลมพัดอะไร (ซ้ำ)
ฉันจะบอกให้ ลมพัด ……………….. (เติมสิ่งที่อยากให้พัดไปในเนื้อเพลง)

เพลงเข้าค่าย รอบกองไฟ

เพลง สามัคคีชุมนุม

พวกเราเหล่ามาชุมนุม ต่างคุมใจรักสมัครสมาน
ล้วนมิตร จิตชื่นบาย สราญเริงอญุ่ทุกผู้ทุกนาม

(สร้อย) อันความกลมเกลียวกันเป็นใจเดียวประเสริฐศรี
ทุกสิ่งประสงค์จงใจ จักเสร็จสมได้ด้วยสามัคคี

กิจใด ธ ประสงค์มี ร่วมใจภักดีแด่พระจอมสยาม
พร้อมพรึบดังมือเดียวยามยากเย็นเห็นง่ายบ่หน่ายบ่วาง (สร้อย)

ที่หนักก็จักเบาคลาย ที่อันตรายขจัดขัดขวาง
ฉลองพระเดช บ่ จาง กตเวทิคุณ พระกรุณา (สร้อย)

สามัคคีนี่แหละล้ำเลิศ จักชูชาติเชิดพระศาสนา
สยามรัฐจักวัฒนาปรากฏเกียรติฟุ้งเฟื่องกระเดื่องแดนดิน (สร้อย)

เพลง ยินดี

วันนี้ยินดี ที่เราได้มาพบกัน (ซ้ำ)
ยินดี ยินดี ยินดี มาเถิดมา เรามาร่วมสนุกปลดเปลื้องความทุกข์ให้มันสิ้นไป
มาเถิดมาเรามาร่วมจิต ช่วยกันคิดทำให้การลูกเสือเจริญ

เพลง จับมือลูกเสือ

ลูกเสือเขาไม่จับมือขวา ยื่นซ้ายมาจับมือกันมั่น
มือขวาใช้เคารพกัน (ซ้ำ)
ยื่นซ้ายออกมาพลันจับมือ จับมือ
จับมือนั้นหมายถึงมิตร เหมือนญาติสนิท ควรคิดยึดถือ
ยิ้มด้วยเวลาจับมือ (ซ้ำ)
เพราะพวกเราคือลูกเสือด้วยกัน (ซ้ำ)

เพลง ค่ายลั่น

แดดส่องฟ้าเป็นสัญญาวันใหม่
พวกเราแจ่มใสเมื่อมาอยู่ค่ายร่วมกัน
พวกเราล้วนอยู่ในหมู่เรานั้น ทุกข์สุขร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ชาติไทย

ตื่นเถิดหนา อายนกกามันบ้าง
อยู่ค่ายกว้างขวางแล้วเราสนุกสุขศรี
ไม่มีแม่อยู่ผู้กำกับคนดี ช่วยหาวิธีผจญภัยนานา

เสื้อผ้านี้มีชุดเดียวเข้าค่าย
ลำบากยากกายพวกเราไม่เคยหน่ายแหนง
อยู่ค่ายเหมือนบ้าน มีป่าเป็นกำแพง
พวกเราร่วมแรงร่วมใจพัฒนา

ค่ายจะหมองคลอน้ำตายามเศร้า
แข่งกันว่าเขา แล้วเราเศร้าใจจริงฉัน
ค่ายมีน้ำใจ ใสแจ่มทุกวัน
รักค่ายไหมนั่นเมื่อค่ายลั่นความจริง

เพลง ป่าดงพงพี

ป่าดงพงพีของไทยเรานี้มีเกินพอ
อย่ามัวรีรอขอเชิญช่วยกันขมันขมี

ถิ่นไทยนี้แดนสุขสันต์ หลากพันธ์ไม้งามสดสี
ตื่นเถิดเรายามเช้ามุ่งงานทันที
จอบและเสียมของเราก็มี สินทรัพย์ทวีด้วยกสิกรรม (ซ้ำ)

ป่าดงพงพีของไทยเรานี้อุดมครัน
อยู่ในไพรวัลย์รักดินถิ่นไทยใจหรรษา
แหล่งธารน้ำซ่านหลั่งไหล หว่างไพรนี้งามหนักหนา
ถิ่นแดนทองเรานี้ควรปองคุณค่า หมั่นขยันทุกวันเวลา
สินทรัพย์ได้มาด้วยกสิกรรม (ซ้ำ)

เพลง คำสัญญา

ก่อนจากกันขอสัญญา ฝากประทับตรึงตรา จนกว่าจะพบกันใหม่
โบกมืออำลา สัญญาด้วยหัวใจ เพราะความรักติดตรึงห่วงใย ด้วยใจผูกพันมั่นคง

ด้วยความดีนั้นฝังตรึง จากไปแล้วคำนึง ตราตรึงประทับดวงใจ
อย่าได้ลืมเลือนสัญญากันไว้อย่างไร ขอให้เรามั่นคง จิตใจก้าวไปสรรสร้างความดี

**โอ้เพื่อนเอย เคยร่วมสนุกกันมา
แต่เวลาต้องพาให้เราจากกัน
ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน
ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เพราะเรามั่นในสัญญา

หากแผ่นดินไม่ฝังกาย จะสุขจะทุกข์เพียงใด น้อมกายยิ้มสู้ฟันฝ่า ร้อยรัดดวงใจ มั่นในคำสัญญา สร้างสรรค์เพื่อมวลประชา นี่คือสัญญาของเรา

เพลง ก่อนจะจากกันไป

ก่อนจะจากกันไป ขอฝากใจไว้กับทุกๆ ท่าน (ซ้ำ)
ถึงตัวไปใจนั้นไม่แปรผันและห่างไกล
แม้ว่าเราจากกัน ไม่ช้าพลันคงได้พบกันใหม่ (ซ้ำ)
ขอโชคดีมีชัย หมดทุกข์โรคภัยตลอดกาล (ซ้ำ)

ยางลบด้านสีน้ำเงิน ใช้ลบปากกาหมึกซึม (INK)

นี่คือหน้าตาปากกาหมึกซึม หมึกอิงค์

Red for graphite and colour pencils, blue for ink
ด้านสีน้ำเงินเอาไว้ใช้ลบหมึกซึม (หมึกอิงค์) ไม่ใช่ปากกาลูกลื่น

หลายคนเอาด้านสีน้ำเงินไปลบปากกาลูกลื่น หรือ ดินสอ ต้องเจอสภาพแบบกระดาษเยิน




วิธีโพสต์ไอจี IG-Instagram บนคอมพิวเตอร์

ปกติแล้ว Instagram นั้นมักจะใช้กันแต่ในมือถือ แล้วถ้าอยากโพสต์ IG บนคอมพิวเตอร์ ต้องทำยังไง ?

วิธีโพสต์ Instagram บนคอมพิวเตอร์

เปิด บราวเซอร์ Chrome เว็บสโตร์ : ส่วนขยาย (Extensions)
ค้นหาคำว่า User-Agent Switcher for Chrome หรือ Chrome UA spoofer

ดาว์นโหลด : http://bit.ly/2EZdUxP


กดติดตั้งไปแล้วรอใช้งาน

จะมีปุ่มอยู่ด้านขวามือของ Chrome
ให้คลิกเลือก iOS เป็น iPhone 6 ถึงจะมีปุ่มด้านล่าง ให้เพิ่มภาพ หรือใช้งานได้เหมือนไอจีในมือถือ .. หรือเลือกอะไรก็ได้ที่เป็นมือถือ เหมือนโปรแกรมจะมีเทคนิคบอกให้บราวเซอร์รู้ว่า นี่เป็นการใช้งานไอจีในมือถือนะ ถึงจะมีปุ่มขึ้นมาให้โพสต์ค่ะ

ส่วน FireFox ใช้ส่วนขยายนี้
Instagram Desktop
https://addons.mozilla.org/th/firefox/addon/instagram-desktop/?src=search

วิธีเช็คว่าชื่อที่จะใช้ใน Social ว่ามีคนใช้ไปหรือยัง

เรื่องคิดชื่อต่างๆ บางทียากสุด เพราะชื่อดีๆ อาจจะมีคนใช้ไปแล้ว 

ตัดปัญหานี้ไป พิมพ์ชื่อที่อยากใช้ในเว็บนี้ ระบบเช็คให้ทันที https://www.namecheckr.com

คิดเผื่อมาสักนิดนะคะ สัก 2-3 ชื่อ ตั้งชื่อร้านค้า ร้านขายของ ก็ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด จะทำให้ขายได้ง่ายกว่า



เครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ใช้ยังไง ใช้ตอนไหน? Symbols

เครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ใช้ยังไง ใช้ตอนไหน? เช่น เครื่องหมายคำถาม ?! ฯลฯ



ปรัศนี (Question mark)

? มีหลักเกณฑ์การใช้ดังต่อไปนี้

1. ใช้เมื่อสิ้นสุดความหรือประโยคที่เป็นคำถาม หรือใช้แทนคำถาม ตัวอย่างการใช้..

– คุณจะไปเที่ยวเกาหลีใต้เมื่อไหร่?
– ทำไมคุณจึงเลิกแต่งหนังสือ ?

2. ใช้หลังข้อความเพื่อแสดงความสงสัยหรือไม่แน่ใจ มักเขียนอยู่ในวงเล็บ ตัวอย่างการใช้..

– กฤษฎาธาร [กฺริดสะดาทาน] น. พระที่นั่งที่ทำขึ้นสำหรับเกียรติยศ (?) เช่น พระมหาพิชัยราชรถกฤษฎาธาร. (เรื่องพระบรมศพ).

– ในหนังสือราชาธิราชว่า พระเจ้าฟ้ารั่วทิวงคตเมื่อปีฉลู จุลศักราช ๖๗๕ พ.ศ. 1856 มกะตาเป็นอนุชาได้ราชสมบัติ ให้เข้ามาทูลขอให้สมเด็จพระร่วงตั้งพระนามอย่างครั้งพระเจ้าฟ้ารั่ว ได้รับพระนามว่า พระเจ้ารามประเดิด (ประดิษฐ์?)

เครื่องหมายตกใจ หรือ อัศเจรีย์ !

เราเรียกเครื่องหมายนี้กันติดปากว่า เครื่องหมายตกใจ ชื่อเต็มๆ คือ อัศเจรีย์

อัศเจรีย์ เป็นเครื่องหมายวรรคตอน หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า exclamation point และ exclamation mark ใช้เขียนหลังคำ วลี หรือ ประโยคที่เป็นคำอุทาน หรือใช้เขียนไว้หลังคำที่เลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้อ่านทำเสียงได้เหมาะกับเหตุการณ์ในเรื่องนั้น ๆ เช่น อุ้ย! มีเงาอะไรผ่านหน้าไป , OMG!!

เครื่องหมาย วงเล็บ ( ) หรือ นขลิขิต

– ใช้กับข้อความที่อธิบายไว้เพื่อช่วยให้ชัดเจนขึ้น เช่น ตาของเธอสวยเหมือนตาเนื้อทราย (เนื้อทรายเป็นชื่อสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีนัยน์ตาสวยมาก)

– ใช้กับข้อมูลบางอย่างเพื่อเตือนความจำ เช่น กรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ปัจจุบัน)

– ใช้คร่อมนามเต็มที่เขียนไว้ใต้ลายเซ็น

– ใช้คร่อมตัวเลขหรือตัวอักษรที่เป็นหัวข้อบอกเชิงอรรถ

– ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ หรือเขียนสูตรเคมีเพื่อกั้นกลุ่มตัวเลขหรือสัญลักษณ์

ไข่ปลา หรือ จุดไข่ปลา (…)

– ใช้ละข้อความข้างท้ายที่ไม่จำเป็นหรือไม่ต้องการกล่าวถึง เพื่อแสดงว่าตัดตอนข้อความนั้นมาเพียงบางส่วน โดยต้องใส่จุดอย่างน้อย 3 จุด

– ใช้เพื่อแสดงว่ามีข้อความ แต่ข้อความนั้นลบเลือนหรือขาดหายไป และยังไม่สามารถหาหลักฐานมาประกอบหรือยืนยันได้ เช่น ข้อความในศิลาจารึก เป็นต้น

– สำหรับในบทร้อยกรอง ถ้าจะละข้อความตั้งแต่ 1 บรรทัดขึ้นไป ให้ใช้จุดไข่ปลายาวตลอดบรรทัด แต่ถ้าจะเน้นฉันทลักษณ์ก็สามารถใส่จุดไข่ปลาตามรูปแบบฉันทลักษณ์ได้

สมัยนี้เราก็มักจะใช้คำว่า “บลา บลา บลา” กันไป

เครื่องหมายคอมม่า ,

จุลภาค หรือ ลูกน้ำ ( , ) เป็นเครื่องหมายวรรคตอนสากลอย่างหนึ่ง มีลักษณะเหมือนตัวอ่อนของยุง ( , ) มีการใช้ดังนี้

– ใช้แบ่งลำดับรายการ เช่น ส่วนผสมในการทำขนมปังมี แป้งสาลี, ไข่ไก่, เนย, ยีสต์, น้ำตาล ฯลฯ

– ใช้เป็นตัวคั่นทุกพันในเลขอารบิกหรือเลขไทย เช่น 1,234 และ ๓,๐๐๐,๐๐๐

– โดยทั่วไป จุลภาค เป็นเครื่องหมายในพจนานุกรมด้วย ใช้คั่นบทนิยามที่มีความหมายคล้ายๆ กัน หรือทำนองเดียวกัน

เครื่องหมาย ไม้ยมก ๆ

โดยปกติเครื่องหมายนี้ เราจะ เว้นวรรคหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง แต่ถ้าหากเป็นการใช้งานบนอินเตอร์เน็ตแล้ว แนะนำว่า ควรเว้นหนึ่งหลังเท่านั้น เพราะข้อจำกัดของหน้าเว็บ หากเราเว้นวรรคหนึ่งหน้าหนึ่งหลังแล้ว เวลาที่ข้อความปัดบรรทัด เจ้าไม้ยมกนนี้จะตกหล่นทำให้เรามองไม่เห็นเลยก็ได้ อย่าไปอยู่อีกบรรทัดหนึ่ง แต่หากว่าพิมพ์ติดตัวอักษรข้างหน้าแล้ว เวลาคำข้างหน้าไปไหน ไม้ยมกก็จะตามไปด้วยเสมอ

ทุก ๆ ครั้งที่เธอมองสบตาฉัน (ควรใช้)
ทุกๆ ครั้งที่เธอมองสบตาฉัน (ควรใช้ในงานเขียนออนไลน์ เพราะจะเกี่ยวกับการเว้นวรรค จัดหน้าตัวอักษร)
ทุกๆครั้งที่เธอมองสบตาฉัน (แบบนี้ไม่ควรทำค่ะ พิมพ์ติดตัวหน้าตัวหลังไม่ค่อยสวยงาม)


ภาษาอังกฤษ
เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuation Marks)
. = Period (อเมริกัน) / Full Stop (บริติช)
, = Comma
? = Question Mark
! = Exclamation Mark / Exclamation Point
: = Colon
; = Semicolon' = Apostrophe
" " = Quotation Marks
- = Hyphen
– = En Dash
— = Em Dash
(...) = Ellipsis

สัญลักษณ์พิเศษและไอที (Special & IT Symbols)
@ = At / At sign
# = Hash / Pound sign / Number sign
_ = Underscore
% = Percent sign
* = Asterisk
/ = Slash / Forward slash
\ = Backslash
& = Ampersand
~ = Tilde
^ = Caret
| = Vertical bar / Pipe
` = Backtick$ = Dollar sign

วงเล็บและเครื่องหมายคำพูดประเภทอื่น (Brackets)
( ) = Parentheses / Round brackets
[ ] = Brackets / Square brackets
{ } = Braces / Curly brackets
< > = Angle brackets

5 สัญญาณ ที่บอกว่า “สุนัข” กำลังเป็นโรคซึมเศร้า

ภาวะโรคซึมเศร้า ที่หลาย ๆ คนมักเข้าใจว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้เฉพาะกับคน โดยมีสาเหตุจากการพบเจอมรสุมต่าง ๆ นำมาซึ่งความรู้สึกเครียด สิ้นหวังกับการใช้ชีวิต แต่รู้หรือไม่ว่าสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างน้องหมาก็สามารถป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอาการต่าง ๆ อันตรายคล้ายกับคน ดังนั้นผู้เลี้ยงควรให้ความสำคัญกับโรคนี้และหมั่นสังเกตุอาการของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคซึมเศร้า เพราะน้องหมาก็เปรียบเสมือนเด็กที่มีความรู้สึกละเอียดอ่อน ต้องการการเอาใจใส่ ดูแล ชอบเล่น ชอบเที่ยว ชอบอยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงตามติดเป็นติ่งเลยก็ว่าได้


ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้าของน้องหมา เกิดจากการที่เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบ่อยครั้ง เจ้าของไม่สนใจไม่ดูแล จนน้องหมารู้สึกขาดความรักความอบอุ่น ซึ่งจะเรียกว่า “เหงา” ก็คงไม่ผิด  หรือบางทีอาจถูกกักขัง ล่ามโซ่อยู่กับที่เป็นเวลานานจนทำให้น้องหมารู้สึกเครียด หรือแม้แต่การสูญเสียสิ่งที่เขารัก สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งพฤติกรรมของน้องหมาที่เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดังนั้นในเมื่อน้องหมาพูดไม่ได้ เจ้าของจึงต้องสังเกตจากอาการดังนี้

1. หมดแรงอ่อนล้า ไม่อยากทำอะไร เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ซึมๆ หาวบ่อย ดูง่วงนอนตลอดทั้งวัน นั่นกำลังบ่งบอกว่าเขารู้สึกเบื่อหน่าย ขาดความสุข มีอาการเครียด เหม่อลอย ดูเหมือนว่ากำลังกังวลกับเรื่องใดอยู่ เจ้าของสามารถสังเกตจากอาการเหล่านี้ได้จากของเล่นที่เขาเคยชอบเล่น แต่มาวันนี้กลับไม่อยากเล่น ไม่แม้แต่จะขยับไปไหนมาไหน ไม่สนุกกับกิจกรรมใด เก็บตัว ไม่อยากพบเจอผู้คน หลบซ่อนตามที่ต่าง ๆ มุมแคบภายในบ้าน

4. ก้าวร้าว ความก้าวร้าวนั้น อาจเพราะเขากำลังหวาดกลัว หวาดระแวงกับสิ่งรอบข้าง จนกลายเป็นความเกรี้ยวกราด ดุร้าย หรือมีท่าทีไม่น่ารัก ไม่ยอมให้ใครจับแม้กระทั่งตัวเจ้าของเองก็ตาม

5. หางตก แววตาไม่สดใส การยกขาขึ้นข้างนึง การยกขาขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้างใดก็ตาม ดูได้จากการแสดงออกของเขา ว่าน้องหมากำลังขออาหารเราหรือแท้จริงแล้วเขากำลังป่วย เจ้าของอาจสังเกตจากสีหน้า แววตาที่มีลักษณะล่องลอย ไม่ปฏิสัมพันธ์กับใคร มีอาการหางตกตลอดเวลา คิ้วขมวด มีพฤติกรรมตรงข้ามเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยสดใส

ด้วยอาการของโรคซึมเศร้า ในบางครั้งอาจพึ่งทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล เจ้าของหรือผู้เลี้ยงต้องให้เวลา ให้ความรัก ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ หากพบอาการในระยะแรกลองใช้วิธีคลายความเครียด โดยการพาออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน หรือเพิ่มกิจกรรมให้เขาได้ร่วมสนุกกับเจ้าของ ด้วยของเล่น ตุ๊กตา หรือแม้แต่ขนมอร่อย ๆ อาหารเพื่อสุขภาพในเวลาที่เขาเบื่ออาหาร ปรับแต่งพื้นที่ให้เป็นที่สำหรับน้องหมา เพื่อกระตุ้นต่อมความซน ความอยากรู้อยากเห็นให้กลับคืนมา เท่านี้ก็ห่างไกลโรคซึมเศร้าแล้ว

10 คำถาม สอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย

รวมคำถาม สอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย

1. การแนะนำตัวเอง
การที่คณะกรรมการถามคำถามนี้ ไม่ใช่ว่าอยากรู้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เพราะอย่าลืมว่า พวกเขาย่อมมีประวัติส่วนตัวของคุณโดยละเอียดอยู่แล้ว ดังนั้น คำถามนี้จึงเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้คุณ ทำคะแนนสร้างความประทับใจแรกแก่กรรมการ และยังเหมือนเป็นการละลายพฤฒิกรรมให้คุณผ่อนคลายกับคำถามต่อๆ ไปอีกด้วย

คำตอบ : สำหรับข้อนี้ ไม่มีอะไรแนะนำคุณมากนัก นอกจากให้คุณมี “สติ” เพราะถ้าคำถามแรกคุณตอบอย่างมีสติ รับรองว่าคำถามต่อๆ ไปผ่านฉลุยแน่นอน


2. ทำไมถึงเลือกเรียนคณะ/สาขานี้
เป็นคำถามที่ร้อยทั้งร้อยต้องเจอ และยังเป็นคำถามที่ชี้วัดชะตากรรมของคำถามต่อไปเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าคุณตอบดีเข้าตากรรมการ คำถามต่อไปก็ง่ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะกว่า 50% ของคณะกรรมการจะตัดสินในใจแล้วว่าคุณเหมาะหรือไม่กับการเรียนคณะนี้นั่งเอง

คำตอบ : เชื่อว่าหลายคนที่เจอคำถามนี้ ก็ต้องตอบว่า “อยากเรียนมานานแล้วค่ะ/ครับ” ซึ่งคำตอบแบบนี้ถือว่าเฉยๆ มาก พวกเขาจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับคำตอบของคุณเลยจนกว่าคุณจะกล่าวข้อมูลเสริมเข้าไป เช่น ฝันอยากแอร์โฮสเตสมาตั้งแต่เด็ก จึงตั้งใจเรียนด้านภาษามาโดยตลอด และทุกครั้งที่ขึ้นเครื่องบินได้มีโอกาสเห็นพี่ๆ เขาพูดภาษาคล่องๆ ให้บริการอย่างชำนาญแล้วก็ยิ่งรู้สึกมีแรงบันดาล ดังนั้นจึงเลือกเรียนคณะ/สาขานี้ เป็นต้น

3. รู้หรือไม่ว่าคณะ/สาขานี้เรียนอะไรบ้าง?
คำถามนี้เป็นการทดสอบว่าคุณหาความรู้เกี่ยวกับคณะที่จะเข้ามาศึกษามากน้อยเพียงใด ดังนั้นจึงไม่ควรตอบแบบผิวเผิน เช่น ไม่ทราบ หรือ คณะมนุษย์ศาตร์ก็มีไว้สอนภาษา เพราะถ้าตอบแบบนั้นก็เตรียมรอสอบที่ใหม่ได้เลย

คำตอบ : สำหรับข้อนี้คุณควรจะตอบเป็นเชิงลึกลงไป เช่น คณะมนุษย์ศาตร์เป็นคณะที่มีการเรียนการสอนหลากหลาย ซึ่งนอกจากภาษาแล้ว ยังสอนการบริการ, การตลาด, การบริหาร รวมไปถึงความรู้ต่างๆ ที่เราสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริงอีกด้วย เรียกได้ว่ารู้อะไรเกี่ยวกับคณะนี้ให้ตอบออกไปให้หมดเลยก็ว่าได้

4. เรียนหนักนะ จะไหวเหรอ?
เป็นคำถามสั้นๆ แต่ได้ใจความ เพราะเป็นเหมือนการคอนเฟริมความมั่นใจของคุณไปในตัว คณะกรรมการบางคนอาจจะถามเหมือนเป็นเชิงดูถูกให้คุณของขึ้นเล่นๆ แต่อย่าไปคิดมาก ให้ตอบแบบมั่นใจเข้าไว้ว่าเราทำได้

คำตอบ : ไหวแน่นอนค่ะ/ครับ เพราะถ้าได้เข้าคณะที่ฝันมานาน คิดว่าคงไม่มีไรยากไปกว่านี้แล้วค่ะ/ครับ ขอย้ำว่าเสียงที่ตอบต้องมีความมั่นใจ ห้ามยิ้มแหย่ๆ หรือเกาหัวแก๊กๆ เป็นอันขาด

5. แล้วถ้าไม่ได้ที่นี่จะทำยังไง
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ขอย้ำคำว่า “สติ” อีกครั้ง เพราะคณะกรรมการเพียงแค่ดูไหวพริบและความคิด หลังจากได้รับแรงกดดันเท่านั้น ห้ามตอบว่า “ไม่ทราบ” เป็นอันขาด

คำตอบ : ให้ย้ำความตั้งใจที่จะเข้าคณะนี้อีกครั้ง โดยอาจจะตอบว่าจะรอรอบสัมภาษณ์หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นการย้ำว่าคุณต้องการเข้าศึกษาต่อคณะนี้จริงๆ

6. ถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่เคยเข้าร่วม
คำถามนี้ไม่ใช่การชวนคุย แต่เป็นคำถามที่จะดูว่าคุณเป็นคนมีสาระหรือไม่ ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์หรือเปล่า และกิจกรรมที่คุณเคยทำสอดคล้องกับคณะที่จะเรียนมากน้อยเพียงใด

คำตอบ : ข้อนี้คุณอาจจะตอบสร้างภาพ เกี่ยวกับกิจกรรมที่สอดคล้องกับคณะที่จะเข้าก็ได้ หรือถ้าคุณจะตอบแบบตรงไปตรงมา ก็ขอให้คุณอธิบายเพิ่มเติมไปว่า เพราะอะไรถึงเข้าร่วมและกิจกรรมที่ทำมีประโยชน์อะไรบ้าง แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะทำกิจกรรมที่ตรงกับอาชีพหรือคณะที่เรียน ขนาดหมอยังไปเตะบอล ทั้งที่ไม่ได้จบคณะพละศึกษาสักหน่อย

7. ข้อดีของคุณคืออะไร
แน่นอนว่าหลายคนย่อมมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย แต่ข้อดีของคุณมันดีต่อคนอื่นหรือเปล่านั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

คำตอบ : ให้คุณตอบไปเลยอย่างมั่นใจว่าคุณมีข้อดีอะไรบ้าง แต่อย่าลืมที่จะเติมท้ายไปว่า ข้อดีของคุณดีต่อคนอื่นอย่างไรด้วยนะ

8. ข้อเสียของคุณคืออะไร
บางคนอาจตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่มี” เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตนเอง แต่คุณอย่าลืมคิดไปว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีพร้อมไปหมดทุกอย่างหรอกนะ และคนที่รู้ข้อเสียของตนเองก็ดูเป็นคนน่าคบหามากกว่าคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีข้อเสียอะไร

คำตอบ : ข้อนี้คุณควรตอบข้อเสียของคุณออกไปเลยอย่างมั่นใจ แต่อย่าลืมที่จะบอกวิธีแก้ไขข้อเสียของคุณเข้าไปด้วย เช่น เป็นคนไม่รอบคอบ แต่ก็พยายามทวนสิ่งที่ต้องทำหรือสิ่งที่สำคัญทุกครั้งก่อนไปทำอย่างอื่นค่ะ/ครับ คำตอบแนวนี้จะช่วยให้เขาคิดว่า คุณเป็นคนยอมรับในข้อผิดพลาดของตัวเอง และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอ

9. ถามการเดินทางมาเรียนเป็นอย่างไร
หลายคนอาจมองว่าเป็นคำถามไร้สาระ แต่เชื่อหรือไม่ว่าระยะการเดินทางมาเรียน ถือเป็นสาเหตุหลักให้รุ่นพี่ของคุณโดนรีไทล์มาแล้ว ดังนั้นก่อนตอบต้องคิดให้ดีและตอบอย่างมั่นใจ

คำตอบ : ให้คุณตอบไปตามความจริง เพราะอย่าลืมว่า เขามีที่อยู่ของคุณอยู่ในมือ ซึ่งถ้าหากคุณพักอยู่ไกลก็ให้ตอบไปเลยว่าไกล แต่จะพยายามออกเดินทางให้เร็วขึ้น คุณอาจจะเล่าแผนการเดินทางมาเรียนให้เขาฟังก็ได้ หรือเสริมท้ายไปว่า หากได้เข้าเรียนคณะนี้แล้วระยะทางเป็นอุปสรรคต่อการเรียนจริงๆ จะหาที่พักที่เดินทางสะดวกครับ/ค่ะ

10. มีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่
คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเล่นๆ อย่างแน่นอน เพราะหลายคนที่กำลังนั่งสัมภาษณ์อยู่ คงมีคำถามมากมายอยู่ในหัว อาจจะเกี่ยวกับกำหนดการประกาศผลสอบสัมภาษณ์ หรือขอคำแนะนำในการเตรียมตัวเมื่อรู้ผลก็ได้

คำตอบ : ข้อนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แต่ขอแนะนำว่า ให้คุณถามข้อสงสัยที่มีอยู่ออกไปทั้งหมด แต่ต้องเป็นคำถามที่ Make Sense หน่อยนะ เช่น ถ้าไม่ผ่านจริงๆ ทางคณะมีแนวทางการช่วยเหลืออะไรบ้าง เป็นต้น แต่อย่าเงียบหรือตอบว่า “ไม่มี” เพราะคุณจะดูเป็นคนไม่มีความใส่ใจไปเลยทันที

ความรู้รอบตัว สุขภาพ คำถามของคนช่างสงสัย 2

ชุดคำถามที่ 1 หมวด เคล็ดลับแม่บ้าน
1.  ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้งไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็นหรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก

2.  ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมาไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุดออกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ

3.  ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่านเข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น

4.  ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้นมาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน

5.  มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติดอยู่กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป



6.  พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ดเสียบไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้

7.  เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้
เฉลย จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาทีความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น

8.  เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ
เฉลย จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกลียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น

9.  นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้ดอกไม้ไม่เหี่ยวเฉาได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา

10.  ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

ชุดคำถามที่ 2 หมวดกินเพื่อสุขภาพ

1.  กินน้ำมะนาวปั่นสามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา ทำให้อาการเมาหายไปได้

2.  เมื่อเป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียมสูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะส่งผลให้เกิดอาการชักได้

3. มันฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำลง และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับ ได้อีกด้วย

4.  ดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น เพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร

5.  การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้คนไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็นการบริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืด ซึ่งทำให้ปวดท้อง และท้องอืด หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพักหนึ่ง

6.  การกินเนยก่อนนอนทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในเนยมี กรดอมิโน ที่มีชื่อว่า ทริปโตพัน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น

7.  กินส้มช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ
เฉลย จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเองจะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมาด้วย

8.  การกินช็อคโกแล๊ตช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อเวกัสเนอร์ฟ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

9.  การกินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอยู่มากอีกด้วย

10.  การกินอาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัวง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหารไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง สมองจึงค่อยๆ เสื่อม

ข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ของผู้หญิง

เมลล์ฉบับนี้คิดว่าหลายๆ คนคงเคยได้รับแล้วแต่เห็นว่า มีประโยชน์ จึงอยากให้อ่านอีกครั้ง เพื่อเตือนใจ ให้ระวังภัย สำหรับตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก


เนื้อเรื่องน่าสนใจและดีมาก สำหรับสุภาพสตรี

1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้ ข้อศอกเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์ (ถองกบาลหรือกกหูมันแรงๆ )

2. ข้อแนะนำจาก หนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์ หากถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือ กระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่นอาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไป ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม

3. ถ้าถูกจับขังในฝากระโปรงท้ายรถพยายามทุบให้ไฟท้ายรถหลุดออก จากนั้นยื่นแขนออกมาจากรูโหว่แล้วโบกสุดฤทธิ์ คนขับมองไม่เห็นคุณ แต่รับรองชาวบ้านเห็นแน่ๆ วิธีนี้ช่วยชีวิตคน มานักต่อนักแล้ว

4. อย่านั่งแช่ในรถ สาวๆ ทั้งหลาย เมื่อเสร็จภารกิจช้อปปิ้ง กินข้าว เลิกงาน ฯลฯ สาว ๆ เมื่อก้าวขึ้นรถแล้ว ก็มักจะ นั่งแช่ ทำอะไรต่อมิอะไรกระจุกกระจิก เป็นต้นว่า ดูสมุดบัญชี จดลิสต์รายการ ข้าวของ หรือเรื่องที่จะต้องทำ หรืออื่นๆ ขอเตือนว่าอย่าทำเช่นนี้เป็นอันขาด ผู้ร้ายอาจ กำลังจับ ตาเฝ้าดูคุณอยู่ การที่นั่งจ่อมอยู่อย่างนี้แหละจะเป็นโอกาสอันงามที่มันจะก้าวขึ้นมานั่งในรถข้างๆ คุณ เอาปืนจี้แล้ว สั่งให้พาไปไหนต่อไหน เพราะฉะนั้นก้าวขึ้นนั่งในรถเมื่อไรให้รีบล็อคประตูแล้วออกรถทันที

5. ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เมื่อคุณต้องเดินไปยังรถที่จอดในลานจอดรถ โรงจอดรถ หรืออาคารที่จอดรถ 
ก. ประสาทตื่นตัว หมั่นสำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับ พื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย

ข. ถ้ารถคุณจอดอยู่ข้างรถตู้คันใหญ่ แนะนำให้ขึ้นรถด้านประตูผู้โดยสาร ผู้ร้ายส่วนใหญ่มักฉวยโอกาสจังหวะที่เหยื่อกำลังเปิดประตูรถลากตัวเหยื่อขึ้นรถตู้

ค. ดูรถที่จอดอยู่ข้างรถคุณทั้งฝั่งซ้ายและขวาหากมีผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวตรงเบาะด้านที่ใกล้รถคุณ ควรหลีกเลี่ยงด้วยการเดินกลับเข้าไปในห้างหรือที่ทำงาน แล้วขอให้เจ้าหน้าที่ห้าง หรือ รปภ. หรือเพื่อนชายเดินกลับมาส่งที่รถ ปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่าต้องเสียใจทีหลัง (โดนหาว่าประสาทดีกว่าต้องซี้ม่องเซ็ก)

6. ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียว รวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุด

7.. หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ .. วิ่งหนี! โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน 100 ครั้งเท่านั้น
(เป้าเคลื่อนที่) และถึงจะยิงโดน ก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญเพราะงั้นวิ่งลูกเดียว

8. ผู้หญิงมักใจอ่อน ขี้สงสารและเห็นอกเห็นใจไม่ต้องเลย เพราะอาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่มขืน หรือฆาตกรรมได้ กรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้ว

ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด เบินดี้ม เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา มักใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิดความสงสัยสักนิด เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดิน โดยอาศัยไม้เท้า หรือแสร้งทำขากะเผลก จากนั้นจะขอ "ความช่วยเหลือ" จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ จากนั้นก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป

9. จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ เวลาร้องขอความช่วยเหลือให้ร้องว่า "ไฟไหม้" แทนคำว่า "ช่วยด้วย" เพราะคำว่าไฟใหม้จะทำให้ชาวบ้านในระแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูสถานการณ์ได้เร็วกว่า

หากท่านเห็นว่าข้อความที่อ่านมาอาจเป็นประโยชน์ต่อคนที่ท่านรู้จักท่านสามารถส่งต่อได้ โดยเฉพาะเพื่อน พี่ น้องที่เป็นเพศหญิง เพื่อเตือนให้เธอเหล่านั้นระลึก อยู่เสมอว่า "โลกใบนี้มีคนวิกลจริตอาศัยอยู่มาก ... ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง"

ความรู้รอบตัว สุขภาพ คำถามของคนช่างสงสัย 1

 ชุดคำถาม ที่ 1

1. กินหวานมากทำให้ผิวเหี่ยว จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ เมื่อร่างกายมีน้ำตาล อยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ ผิว ทำให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัยผิวหยาบกร้าน และเหี่ยวย่นในที่สุด

2. การยืนเอาปลาย นิ้ว มือแตะปลายนิ้วเท้าจะทำให้ผิวหน้าดูสดใสจริงหรือ
เฉลย จริง โดยการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะ ปลาย นิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆ ค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้นจะทำให้โลหิต บริเวณหนังศีรษะ และใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้น


3. เอาน้ำแข็งถูหน้า ก่อนนอนจะทำให้หายมันได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่แก้ปัญหาหน้ามันได้โดยการ ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาหน้าให้ทั่วใบหน้า ทาแล้วไม่ต้องล้างออก น้ำเมือกจะ แห้งไปเองภายใน 5-10 นาที ทำก่อนนอน แค่นี่หน้าก็จะหาย

4. การสวมเสื้อผ้า หนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ จะทำให้ผอมเร็วจริงหรือ
เฉลย ไม่จริง การที่เหงื่อออกเยอะคือ ภาวะ ที่ ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบายความร้อนออกมา ไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมา เพราะ ฉะนั้นพอเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักก็จะเท่า เดิม

 5. คนผิวแห้งมีโอกาส เกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมัน จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะคนผิวแห้งขาด ซีบัม หรือ สารไขมัน ทำให้กลไกลการปกป้องตนเองของผิวหนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะ ฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแล และทาครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคนผิว มัน

 6. การฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึง หายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัย และรอยคล้ำได้

 7. การ ร้องไห้ช่วยลดความอ้วนได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วย เผา ผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ ได้มากถึง 20% ซึ่งหากได้หัวเราะวัน ละสัก 10 -15 นาที จะช่วยเผาผลาญพลังงานลงได้มาก ถึง 50 แคลอรี

 8. กาวตราช้างใช้ รักษาส้นเท้าแตกได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ เมื่อปิดหนังที่แตกด้วย กาวตราช้าง สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ได้ ผิวจะไม่ ถูกรบกวน จึงมีการซ่อม แซม ตนเองขึ้นมา มีการสร้างเซลล์ใหม่ และผลัดเซลล์เก่าออก กาวช้างก็จะหลุดออก ไป แต่ห้ามใช้กับคนที่แพ้กาวตราช้าง

 9. การเต้นรำทำให้ผิวสวยได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ การเต้นรำเพียงวัน ละ 20 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี กระตุ้นระบบการหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ทำ ให้เลือดลมเดินทั่วผิว ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพดี

 10. การใส่ กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำทำให้ขาใหญ่ได้จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ ช่วงขาส่วนที่อยู่ นอกกระโปรงจะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษ เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศ โดยเฉพาะ เมื่อ ผิวหนังเจอความหนาวเย็น ทำให้เกิดเซลลูไลท์= A

ชุดคำถาม ที่ 2 หมวด รู้ไว้ใช่ว่า


 1. การแลบลิ้นให้น้ำลาย ยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ
เฉลย จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แค ปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิกริยาโดบขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป 

2. ดูดนมยางของเด็กทารก ตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ
เฉลย จริง การคาบหรืออมนายางของเด็กทารก ไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือนสั่นไหวขึ้น จึงไม่เกิดอาการกรน และไม่นอนอ้าปากอีก ด้วย

 3. การสูดกลิ่นตัว ผู้ชาย ทำให้หายเครียดได้ จริงหรือเฉลย จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้นมีสารฟีโรโมน ผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลด อาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้

 4. แอปเปิ้ลผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จริงหรือ
เฉลย จริง ถ้าเสียบแผ่นสังกะสี และแผ่นทองแดง กรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็น เหมือน แบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรป ฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้ เช่น กัน

 5. ปัสสาวะ มนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ
เฉลย จริง โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึงเป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์

 6. วัวกระทิงเกลียดสี แดง จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่ สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้ แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น เป็นเพราะความรำคาญ และเพราะถูกยั่วยุ มากกว่า

 7. เพชรแท้จะ ไม่ติดสีหมึก จริงหรือ
เฉลย จริง การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้าย น้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออก ไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่ ก็แสดงว่าเป็นเพชร เทียม

 8. การทะเลาะ กันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ดเลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลง ทำให้บาดแผลต่างๆ หายช้า

 9. แสงแดด อ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่ แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึม เซา ได้

 10. การฟัง เพลง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ การฟังเพลงทำให้สมอง หลั่ง สารเอนดอร์ฟินส์ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาอาการปวดข้อลงได้

ชุดคำถาม ที่ 3 หมวด กินเพื่อสุขภาพ

1.. กินน้ำมะนาวปั่น สามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเราทำให้อาการเมาหายไป ได้

2. เมื่อ เป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียมสูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การกินอาหารที่มีโพแทสเซียม สูง จะส่งผลให้เกิดอาการชักได้

3. มัน ฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิต ให้ ต่ำลงและมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับได้อีกด้วย

4. ดื่มนม ร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริง หรือ
เฉลย ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบาย
ยิ่งขึ้น เพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร

5.. การเคี้ยวหมาก ฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ
เฉลย ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้ คน ไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็น การ บริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืด ซึ่ง ทำให้ปวดท้อง และท้องอืด หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพัก หนึ่ง

6. การกินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะในเนยมี กรดอมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตพัน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับ ได้ สนิทดีขึ้น

7. กินส้ม ช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ
เฉลย จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวน ที่ เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมาด้วย

 8.. การกินช็อคโกแล๊ต ช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ต มีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อ เวกัสเนอร์ฟ ที่ทำ หน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

 9. การกิน บ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึง ช่วย ถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอยู่มาก อีก ด้วย

10. การกิน อาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริงหรือ
เฉลย จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัว ง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหาร ไปเลี้ยงสมองได้ น้อยลง สมองจึงค่อยๆ เสื่อม