แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอบโลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอบโลก แสดงบทความทั้งหมด

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต ในด้านต่างๆ

สุดยอดนักกระโดด
สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดนักกระโดด" ออกอากาศครั้งแรก 4 สิงหาคม พ.ศ. 2545

อันดับที่ 1 หมัด (Flea)
หมัด สามารถกระโดดได้ไกลคิดเป็น 220 เท่าของความยาวตัว และกระโดดได้สูงคิดเป็น 150 เท่าของความสูงของมัน เทียบเท่ากับมนุษย์กระโดดไกลข้ามสะพามบรู๊คลิน (Brooklyn Bridge) และเทียบเท่ามนุษย์กระโดดสูงได้เป็น 2 เท่าของความสูงของ อนุสาวรีย์ เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ความสามารถการกระโดดของหมัดสูงที่สุด เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ บนโลก สามารถกระโดดได้สูงราว 18 เซนติเมตร สามารถทนแรงกดดันได้สูง จนกระทั่งการเกาแรงๆ ไม่สามารถฆ่ามันได้


หนอนผีเสื้อ (Caterpillar)


อันดับที่ 2 กบต้นไม้ (Tree Frog)
กบต้นไม้บางสายพันธุ์ สามารถกระโดดได้ไกล คิดเป็น 155 เท่าของความยาวตัว เทียบได้กับมนุษย์ กระโดดข้ามความยาวเรือไททานิค (RMS Titanic) เวลาฝนตกจะส่งเสียงมันจะดังมาก และไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่จะอาศัยอยู่บนต้นไม้ บางสายพันธุ์นิยมนำไปเป็นสัตว์เลี้ยง

อันดับที่ 3 แมงมุมกระโดด (Jumping spider)
แมงมุมกระโดด สามารถกระโดดได้ไกลคิดเป็น 100 เท่า ของความยาวตัว เทียบได้กับมนุษย์กระโดดข้าม เครื่องบินจัมโบ้เจ็ท (Boeing 747) 2 ลำ ส่วนมากหากินตอนกลางวัน เป็นนักล่าที่ตื่นตัว สามารถควบคุมระบบเลือดในร่างกาย ให้ไปขยายอวัยวะบางส่วนได้ ทำให้มันไม่ต้องมีกล้ามเนื้อขามากนัก ในการกระโดดเหมือนตั๊กแตน ในการกระโดดแต่ละครั้งมันจะชักใยออกมา เผื่อไว้ในกรณีผิดพลาดก็สามารถไต่ใยกลับได้ มันสามารถไต่ได้แม้กระทั่งผิวของแก้ว และมีสายตาที่ดีมากถึงระดับมองเห็น 4 สีหลัก (Tetrachromacy) ทำให้มันสามารถมองเห็นแม้กระทั่ง ช่วงความยาวคลื่นของรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งมนุษย์สามารถมองเห็นได้เพียง 3 สีหลักเท่านั้น (RGB) แมงมุมส่วนมากจะกินเหยื่อที่ตนจับได้เท่านั้น เพราะว่ามันไม่สามารถมองเห็นเหยื่อที่ตายแล้วได้

อันดับที่ 4 คลิปสปริงเกอร์ (Klipspringer)
คลิปสปริงเกอร์ สามารถกระโดดได้สูงคิดเป็น 10 เท่าของความสูงของตัว เทียบกับมนุษย์ สามารถกระโดดไปอยู่บนจุดบนสุด ของเทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) เป็นสัตว์กินพืช จะหาอาหารจากพืชที่ขึ้นตามโขดหิน มันไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ เพราะว่าน้ำจากพืชผลไม้ที่มันกิน ก็เพียงพอที่จะให้มันมีชีวิตรอดได้ มีขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับกวางชนิดอื่นๆ ตัวผู้เท่านั้นที่มีเขา

อันดับที่ 5 หนูจิงโจ้ (Kangaroo rat)
หนูจิงโจ้ สามารถกระโดดได้ไกล คิดเป็น 45 เท่าของความยาวตัว ถ้ามันตัวใหญ่เท่ามนุษย์ ก็สามารถกระโดดข้ามสนามฟุตบอลได้สบาย มีขนาดประมาณ 10-20 เซนติเมตร หนักราวๆ 35-180 กรัม มันพัฒนาขาหลังอย่างมาก อาศัยอยู่ในรู ดื่มน้ำค่อนข้างน้อย เพราะว่ามันมีไตที่มีประสิทธิภาพมาก สามารถดึงน้ำและเกลือแร่จากปัสสาวะมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า มันกินทั้งเมล็ดพืช ใบไม้ กิ่งไม้อ่อน และแมลง มีนิสัยในการสะสมอาหาร ในรูของมันอาจสะสมอาหารไว้ถึง 6 กิโลกรัม

อันดับที่ 6 จิงโจ้แดง (Red Kangaroo)
จิงโจ้แดง สามารถกระโดดได้อย่างรวดเร็ว คิดเป็น 35 ไมล์/ชั่วโมง เป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืน กลางวันจะเป็นช่วงเวลาที่มันพักผ่อน ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ขนาดตัวประมาณ 180 เซนติเมตร หนักประมาณ 80 กิโลกรัม สามารถกระโดดได้ไกลประมาณ 9.14 เมตรต่อครั้ง สามารถอดน้ำได้เป็นเวลานาน กินพืชเป็นอาหาร ขอบเขตการมองเห็นของมันอยู่ที่ 300 องศา ในขณะที่มนุษย์มีของเขตการมองเห็นเพียง 180 องศา

อันดับที่ 7 ตั๊กแตน (Grasshopper)
ตั๊กแตน สามารถกระโดดได้ไกล คิดเป็น 20 เท่าของความยาวตัว ถ้ามันตัวใหญ่เท่ามนุษย์ ก็สามารถกระโดดข้ามสนามบาสเก็ตบอลได้สบาย

อันดับที่ 8 บาร์รอล (Bharal)
บาร์รอล เป็นนักกระโดดที่ยอดเยี่ยม สามารถกระโดดไปตามแนวหน้าผาสูงชันได้

อันดับที่ 9 ถั่วกระโดด (Mexican jumping bean)
ตัวอ่อนของม็อธที่อยู่ข้างในถั่ว ทำให้ถั่วสามารถกระโดดได้ อยู่ในสปีชี่ส์ Cydia deshaisiana พบได้ในประเทศเม็กซิโก ตัวอ่อนของม็อธจะเจาะเข้าไปในเนื้อเมล็ด กินและสร้างรังไหมอยู่ในเมล็ด เมื่อถั่วนี้อยู่ในที่ๆ อุ่นเกินไป มันจะกระแทกตัวจนถั่วกระดอนได้ มันจะอาศัยอยู่ข้างในถั่วนี้ ถ้าหากว่าเปลือกถั่วได้รับความเสียหาย มัยจะใช้ใยมาซ่อมแซม ก่อนที่มันจะโตเป็นม็อธตัวเต็มวัย มันจะเปิดปากถั่วเตรียมไว้ก่อนแล้วปิดด้วยใย เพราะว่าเมื่อเป็นตัวเต็มวัยแล้วมันจะไม่มีเขี้ยวที่แข็งแรงพอ จะเจาะเปลือกถั่วชนิดนี้ได้

อันดับที่ 10 กระต่ายป่า (Hare)
กระต่ายป่า สามารถเอาชนะนักกระโดดเหรียญทองโอลิมปิกได้สบาย ส่วนมากเป็นสัตว์สันโดษ ขนาดตัวมักใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไป ลูกกระต่ายป่าแรกเกิดสามารถเริ่มเดินได้อย่างรวดเร็ว ต่างกับกระต่ายทั่วไปที่แรกเกิดตาจะยังมองไม่เห็น และไม่มีขน

สุดยอดจอมเขมือบ

สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดจอมเขมือบ" ออกอากาศครั้งแรก 11 สิงหาคม พ.ศ. 2545

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต
อันดับที่ 1 หนอนผีเสื้อ (Caterpillar) หนอนผีเสื้อ สามารถเพิ่มน้ำหนักตัวได้ถึง 10000 เท่าของตัวอ่อน ภายใน 20 วัน เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหิวกระหายมหาศาล

อันดับที่ 2 วาฬสีน้ำเงิน (Blue Whale) วาฬสีน้ำเงิน มีขนาดที่มหึมา และมีความต้องการอาหารที่สูงพอๆ กับขนาดของมัน

อันดับที่ 3 นกฮัมมิ่งเบิร์ด (Hummingbird) นกฮัมมิ่งเบิร์ด มีความต้องการอาหารในทุกๆ 10 นาที และต้องกินถึง 2/3 ของน้ำหนักตัวต่อวัน

อันดับที่ 4 อาเจนไทล์ ฮอน ฟรอค (Argentine horned frog) อาเจนไทล์ ฮอน ฟรอค สามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่มันจะเคี้ยวได้

อันดับที่ 5 งูเหลือม (Python) งูเหลือม สามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวของมันได้ ในการกลืนเพียงครั้งเดียว

อันดับที่ 6 ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat) ค้างคาวดูดเลือด จะกินเลือดในปริมาณที่มากกว่าน้ำหนักตัวของมันทุกๆ วัน ในการดำรงชีพ เปรียบเทียบได้กับมนุษย์ ที่ดื่มอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยเลือด

อันดับที่ 7 ทัสมาเนียนเดวิล (Tasmanian Devil) ทัสมาเนียนเดวิล สามารถกินๆได้ถึง 40% ของน้ำหนักตัว ภายในครึ่งชั่วโมง

อันดับที่ 8 อีแร้ง (Vulture) อีแร้ง เป็นนักกินซากที่ทรหดที่สุด สามารถกินได้ไม่ว่า ซากนั้นจะมีเชื้อแอนแทรก (anthrax) เน่าเสียจากแบคทีเรีย หรือติดเชื้อ และกินได้เป็นปริมาณ 20% ของน้ำหนักตัว

อันดับที่ 9 หมู (Pig) หมู ขึ้นชื่อในเรื่องความตะกละ แต่ว่าที่จริงแล้วมันเป็นนักกินที่ช่างเลือก และมีกระเพาะอาหารที่ค่อนข้างเล็ก

อันดับที่ 10 ฉลามเสือ (Tiger shark) ฉลามเสือ ลองกินแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า สายเคเบิล กระป๋องปลา เขากวาง ป้ายทะเบียน หรือแม้แต่กระดองเต่า 

สุดยอดนักก่อสร้าง

สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดนักก่อสร้าง" ออกอากาศครั้งแรก 18 สิงหาคม พ.ศ. 2545

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต
อันดับที่ 1 ปลวก (Termite)  ถ้าปลวกตัวเท่ามนุษย์ จะสามารถสร้างรังได้ใหญ่กว่าตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building)

อันดับที่ 2 บีเวอร์ (Beaver) บีเวอร์ สามารถสร้างสันเขื่อนกั้นน้ำได้

อันดับที่ 3 หอยงวงช้าง (Nautilus) หอยงวงช้าง สร้างเปลือกที่สามารถทนทานต่อแรงดันน้ำ ที่ความลึก 1500 ฟุตได้

อันดับที่ 4 ผึ้ง (bee) สร้างรวงผึ้งได้

อันดับที่ 5 ตัวอ่อนของแมลง แคสดิสฟลาย (Caddisfly)

อันดับที่ 6 แพรรี่ด็อก (Prairie Dog) เป็นหนูที่สามารถขุดโพรงได้ยาวเป็นไมล์

อันดับที่ 7 แมงมุม (Spider) ใยที่มันสร้างแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าถึง 5 เท่า

อันดับที่ 8 บอเวอร์เบิร์ด (Bowerbird) บอเวอร์เบิร์ดตัวผู้ สามารถสร้างรังที่ประดับประดาอย่างงดงาม เพื่อดึงดูดตัวเมียได้

อันดับที่ 9 อุรังอุตัง (Orangutan) อุรังอุตังจะสร้างที่นอนของมันทุกคืน

อันดับที่ 10 แอฟฟริกัน เกรย์ ทรีฟร็อก (African gray treefrog) ในฤดูผสมพันธุ์ตัวเมียจะสร้างฟองในที่สูง แล้วไข่ไว้ที่นั่น เมื่อไข่ฟักตัวก็จะตกลงสู่แอ่งน้ำเล็กๆ ด้านล่าง

สุดยอดนักสู้

สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดนักสู้" ออกอากาศครั้งแรก 25 สิงหาคม พ.ศ. 2545

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต
อันดับที่ 1 มด (Ant) มดใช้กลยุทธสงครามด้วยกองทัพนับล้าน มดเป็นนักรบจอมทำลายล้าง มดทหารเอเชียจะยอมฆ่าตัวตาย โดยการทำลายต่อมที่ท้อง เพื่อให้พิษกระจายใส่ศัตรู

อันดับที่ 2 ปลากัดไทย (Betta) ถ้าเอาตัวผู้ 2 ตัวมาอยู่ที่เดียวกัน มันจะสู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะหมดสภาพ

อันดับที่ 3 ทัสมาเนียนเดวิล (Tasmanian Devil) ทัสมาเนียนเดวิลดุร้ายมาก มักจะสู้กันบ่อยครั้ง

อันดับที่ 4 ริงเทล ลีเมอร์ (Ring-Tailed Lemur) ริงเทล ลีเมอร์ จะปล่อยกลิ่นที่เหม็นบรรลัยป้องกันตัวได้

อันดับที่ 5 มูสอ็อส์ (Muskox) มูสอ็อส์ สามารถใช้หัวกระแทกได้ราวๆ 20 ครั้ง ด้วยความเร็ว 20 ไมล์/ชั่วโมง

อันดับที่ 6 หมีขั้วโลก (Polar Bear) บางครั้งหมีขั้วโลก สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่น้ำหนักมากกว่าตัวเองถึง 3 เท่าได้

อันดับที่ 7 ตั๊กแตนเพชรฆาต (Praying Mantis) มีวิชากังฟู ที่พัฒนามาจากท่วงท่าการล่าของมัน

อันดับที่ 8 แมวน้ำช้าง (Elephant Seal) แมวน้ำช้างตัวผู้ จะสู้กันอย่างถึงเลือดถึงเนื้อ โดยมีตัวเมียกว่า 50 ตัวเป็นเดิมพัน

อันดับที่ 9 บอมบาเดีย บีเทิ้ล (Bombardier Beetle) แมลงตัวนี้สามารถยิงกระสุนพิษจากท้องได้มากกว่า 700 ครั้งต่อวินาที

อันดับที่ 10 สิงโต (Lion) เป็นเวลากว่า 1000 ปีแล้ว ที่สิงโตถูกนำมา ต่อสู้วัดกำลังกับมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด

สุดยอดสิ่งมีชีวิตน่ากลัว


สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดสิ่งมีชีวิตน่ากลัว" ออกอากาศครั้งแรก 8 กันยายน พ.ศ. 2545

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต
อันดับที่ 1 พยาธิตัวกลม (Roundworm) พยาธิตัวกลม สามารถอยู่ในร่างกายได้ โดยที่ไม่รู้สึกตัว

อันดับที่ 2 งู (Snake) ลักษณะของงู ต่างจากพวกเราอย่างมาก จึงน่ากลัวกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ

อันดับที่ 3 ผึ้ง (Bee) ผู้คนกลัวฝูงผึ้ง โดยเฉพาะฝูงผึ้งเพชรฆาต

อันดับที่ 4 แมงมุม (Spider) มันทำให้คนหลายคนเป็นโรคหวาดกลัวแมงมุม (arachnophobia)

อันดับที่ 5 ค้างคาว (Bat) ผู้คนเชื่อว่าค้างคาวจะจู่โจมหัวของเรา แล้วดูดเลือด

อันดับที่ 6 ฉลาม (Shark) ฉลาม เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชื่อเสียงด้านความดุร้ายที่สุดในท้องทะเล

อันดับที่ 7 หมี (Bear) หมี คือฝันร้ายของนักท่องเที่ยวที่ตั้งแคมป์

อันดับที่ 8 ปลาปิรันย่า (Piranha) มีหลายสาเหตุที่ผู้คนกลัวที่จะลงว่ายน้ำที่แม่น้ำอเมซอน ปลาปิรันย่าคือ หนึ่งในนั้น

อันดับที่ 9 หนู (Mouse) ผู้หญิงอเมริกัน 1/3 กลัวหนู

อันดับที่ 10 หมาป่า (Wolf)
 ในตอนกลางคืน เสียงหอนจะทำให้ผู้คนเริ่มหวาดกลัว 

สุดยอดจอมพลัง


สุดยอดสิ่งมีชีวิตตอน "สุดยอดจอมพลัง" ออกอากาศครั้งแรก 27 ตุลาคม พ.ศ. 2545

รายชื่อสัตว์ สถิติสุดยอดสิ่งมีชีวิต 
อันดับที่ 1 ด้วงแรด (Rhinoceros Beetle) ด้วงแรด สามารถยกของที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวมัน 850 เท่าได้ เทียบได้กับมนุษย์ยกรถถัง

อันดับที่ 2 ช้าง (Elephant) ช้าง สามารถยกของหนัก 600 ปอนด์ ลากของหนัก 2000 ปอนด์ได้

อันดับที่ 3 มดกัดใบ (Leaf-Cutter Ant) มดกัดใบ สามารถยกของที่น้ำหนักมากกว่าตัวมัน 50 เท่าได้ เทัยบได้กับมนุษบ์ยกรถบรรทุก

อันดับที่ 4 เสือ (Tiger) เสือ สามารถลากวัวที่โตเต็มที่ข้ามรั้วสูง 10 ฟุตได้

อันดับที่ 5 วัว (Ox) วัวสามารถลากของหนัก 2000 ปอนด์ ข้ามพื้นผิวขรุขระได้

อันดับที่ 6 แอฟริกัน คราว อีเกิ้ล (African Crowned Eagle) แอฟริกัน คราว อีเกิ้ล สามารถแบกเหยื่อที่หนักกว่าน้ำหนักตัวมัน 4 เท่าขณะบินอยู่ได้

อันดับที่ 7 อนาคอนด้า (Anaconda) อนาคอนด้า สามารถรัดเหยื่อที่ขนาดพอๆ กับมันถึงตายได้

อันดับที่ 8 กอริลล่า (Gorilla) กอริลล่า สามารภยกสิ่งของหนัก 4600 ปอนด์ได้ เทียบได้กับรถขนาดครอบครัว 2 คัน

อันดับที่ 9 หอยสองฝา (Mussel) หอยสองฝา มันสามารถยึดตึดกับพื้นได้อย่างเหนี่ยวแน่ว

อันดับที่ 10 หมี (Bear) หมี สามารถยกวัตถุหนัก 1200 ปอนด์ได้

ความงามแห่งฤดูใบไม้ผลิ ที่ "คิวเคนฮอฟ"

ได้ชื่อว่าเป็นสวนสวยระดับโลก สำหรับ คิวเคนฮอฟ (Keukenhof) สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งปีๆ หนึ่งจะเปิดให้เข้าชมประมาณ 8 สัปดาห์เท่านั้น โดยในปีนี้เป็นครั้งที่ 64 ที่คิวเคนฮอฟจะเปิดประตูให้ชม ความงดงามของสวนพันธุ์ไม้และดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2556 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 800,000 คนหลั่งไหลเข้าสู่เนเธอร์แลนด์เพื่อเข้าชมเทศกาลดอกไม้นานาชาติที่นี่




แต่เดิมนั้น คิวเคนฮอฟ เคยเป็นสวนสมุนไพร (“คิวเคน / keuken” เป็นภาษาดัตช์ หมายถึงห้องครัว) ของ ฌาโคบา แวน เบอเยเรน (Jacoba van Beyeren) (พ.ศ.1944-1979) เคาน์เตสแห่งฮอลแลนด์ ในปีพ.ศ. 2383 นักจัดสวนพ่อลูกตระกูลโซเชอร์ (Zocher) ได้ออกแบบสวนสาธารณะที่ทำให้เกิดเป็นคิวเคนฮอฟในปัจจุบัน พวกเขายังเป็นผู้ออกแบบสวนสาธารณะวอนเดลพาร์ค (Vondelpark) ในกรุงอัมสเตอร์ดัมอีกด้วย

คิวเคนฮอฟ เป็นสถานที่ตัวอย่างที่นำเสนอภาพของวงการพืชสวนของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งให้ความสำคัญกับหัวพันธุ์ไม้ดอก นิทรรศการ และงานเทศกาลต่างๆ ในสวนสาธารณะที่นำเสนอวัฒนธรรมและศิลปะของชาวดัตช์ ภายในงานจะมีการจัดแสดงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ด้วยการจัดสวนในแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี หัวพันธุ์ไม้ดอกประมาณ 7 ล้านหัวที่มีการปลูกแบบออร์แกนิคก่อนหน้านั้น จะพากันบานสะพรั่งอวดสีสันสวยงาม เพื่อเป็นเกียรติแก่งานแสดงหัวพันธุ์ไม้ดอกนานาชาติ ณ ผืนดินแห่งคิวเคนฮอฟในเมืองลิสเซ่ โดยบรรยากาศของสวนในปีนี้จะสะท้อนภาพ “สหราชอาณาจักร-ดินแดนแห่งสวนสวรรค์” (United Kingdom - Land of Great Gardens)

คิวเคนฮอฟจะนำเสนอสหราชอาณาจักร ในแบบที่มีสีสันสดใส เนื่องจากอังกฤษ กำลังเป็นผู้ส่งออกหัวพันธุ์ไม้ดอกรายใหญ่ และยังเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ นอกจากนี้ อังกฤษยังมีทิวทัศน์และสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกมากมายด้วย สำหรับจุดเด่นของเทศกาลดอกไม้นาชาติ คิวเคนฮอฟ ที่น่าจะดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด คือ ภาพหอนาฬิกาบิ๊กเบน และทาวเวอร์บริดจ์บนผืนดิน ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยหัวพันธุ์ดอกไม้ที่เรียงรายต่อกันเป็นภาพ ภาพดังกล่าวมีขนาด 13 คูณ 22 เมตร และใช้หัวพันธุ์ไม้ดอกเกือบ 60,000 หัว

ใครที่อยากชมความงดงามแห่งสีสันของดอกไม้ในคิวเคนฮอฟ คงต้องรีบวางแผนการเดินทางโดยด่วน เพราะเทศกาลดอกไม้ระดับโลกจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 พฤษภาคม 2556

5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ โป๊ปองค์ใหม่ 2013 ( Pope Francis)

ซีเอ็นเอ็นรวบรวม 5 ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับพระสันตะปาปา หรือ โป๊ปฟรานซิส (Pope Francis) ประมุของค์ใหม่แห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก
 
1.พระนามที่เป็นเอกลักษณ์ จะเห็นได้ว่า โป๊ปฟรานซิส ไม่มีหมายเลขลำดับ อย่าง โป๊ปจอห์น พอล ที่ 2 หรือ โป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 เพราะ "ฟรานซิส" ไม่เคยมีโป๊ปองค์ใดใช้เป็นพระนามของโป๊ป มาก่อน

ทั้งนี้ ชื่อดังกล่าวมาจากนามของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี องค์อุปถัมภ์ คนยากไร้ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งโป๊ปฟรานซิสได้รับยกย่องว่ามีพระจริยวัตรคล้ายนักบุญฟรานซิส พระนามนี้จึงเหมาะสมที่สุด

2.ทรงไม่ใช่โป๊ปองค์แรกที่อยู่นอกยุโรป ก่อนหน้านี้ คริสตจักรมี โป๊ป เกรกอรี่ ที่ 3 จากซีเรีย เซนต์อีวาริทุส จากเบเธลเฮม โป๊ปธีโอดอร์ ที่ 1 จาก เยรูซาเลม และ เซนต์วิกเตอร์ ที่ 1 จากลิเบีย

3.โป๊ปของประชาชน เมื่อครั้งเป็นคาร์ดินัล โป๊ปฟรานซิสเดินทางไปโปสถ์ด้วยรถเมล์ทุกวัน ทรงเลือกใช้ชีวิตสมถะ ไม่ประทับในวังประจำตำแหน่ง อาร์ก บิชอป ทำอาหารกินเองและในวันประกาศตนเมื่อ 14 มี.ค. พระองค์ปฏิเสธที่จะขึ้นปะรำพิธีซึ่งอยู่เหนือพระคาร์ดินัลองค์อื่นๆ

4. ยึดมั่นคำสอน ทรงออกโรงต่อต้านประธานาธิบดีคริสตินา เคิร์ชเนอร์ ที่พยายามผลักดันกฎหมายอนุญาตให้คนรักร่วมเพศแต่งงาน และมีการทำแท้งเสรี

5.อนาคตท้าทาย โป๊ปฟรานซิสต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตฉาวที่แปดเปื้อนด้วยคดีล่วงละเมิดทางเพศของบาทหลวง

นักวิชาการล้วนตั้งประเด็นว่า โป๊ป ฟรานซิสจะรับมืออย่างไรกับคาทอลิกรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และสวนทางกับหลักปฏิบัติดั้งเดิม

คนไทยฮิตค้นหาอะไร ปี 2555

"แรงเงา-กังนัม" ซิวแชมป์ คำฮิตสืบค้นกูเกิ้ลปี 2555

กูเกิ้ลประกาศผลสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2555 ว่าคนไทยนิยมค้นหาอะไรบนอินเตอร์เน็ต ในด้านวงการบันเทิง คำค้นหา ยอดฮิตหนีไม่พ้น "แรงเงา" ละครหลังข่าว ที่แม้จะลงจอตอนแรกในเดือนก.ย. แต่กลับมียอดค้นหาพุ่งแรงแซงโค้ง จนมีการล้อเลียนในโลกออนไลน์ว่าเป็น "วันแรงเงาแห่งชาติ"




เช่นเดียวกับรายการแข่งขันร้องเพลง น้องใหม่ The Voice ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทีมผู้จัดต้องขอขยายเวลาการ ออกอากาศเพื่อเอาใจแฟนรายการ ส่วนกระแสความร้อนแรงของ K-Pop ยังคงได้รับความนิยม เห็นได้จากเพลง Gangnam style ของปาร์ก แจ ซัง ศิลปินเกาหลี ขึ้นแท่นเป็นเพลงที่มีการค้นหามากที่สุดแห่งปี และขึ้นแท่นเป็นเพลงฮิตที่สุดในเว็บไซต์ยูทูบ

ขณะที่ "การเเบ่งบัน" ตั้งแต่รูปภาพ วิดีโอ เพลง ไปจนไฟล์ต่างๆ ที่เป็นไลฟ์สไตล์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยวันนี้ไปแล้ว ยิ่งผนวกกับเทรนด์การใช้งานของอุปกรณ์ไอทีทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนที่ก้าวไปไกล ส่งผลให้เว็บไซต์ฝากไฟล์ยอดนิยมอย่าง 4shared รวมไปถึงแอพ พลิเคชั่นบอตแช็ต Simsimi กลายเป็นขวัญใจของคนไทยอย่างรวดเร็ว

มาดูการจัดอันดับคำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี 1.4shared 2.แรงเงา 3.simsimi 4.Gangnam style 5.วินาทีเดียวเท่านั้น 6.ร่มสีเทา 7.ปิ่นอนงค์ 8.dragon nest 9.kizi และ 10.บ่วง

สำหรับคนเด่นคนดังยอดฮิต 1.ครูอังคณา 2.งานแต่งวุ้นเส้น 3.ญาญ่า 4.ณเดชน์ 5.ทับทิม 6.หลวงปู่ทวด 7.โมเมพาเพลิน 8.หลวงพ่อเงิน 9.snsd และ 10.แคลช

รวมละครดัง-รายการทีวีฮอตฮิต 1.แรงเงา 2.ขุนศึก 3.the voice 4.ลูกผู้ชายไม้ตะพด 5.ทองประกายแสด 6.the star 8 7.ชิงนาง 8.ไฟมาร 9.แฟนพันธุ์แท้ และ 10.หงส์สะบัดลาย

ด้านภาพยนตร์ยอดฮิตในรอบปี 1.ปัญญาเรณู 2 2.จันดารา 3.Step up 4 4.battleship 5.รักเว้ยเฮ้ย 6.อันธพาล 7.on the road 8.the avengers 9.the hunger games และ 10.prometheus

สำหรับเกมออนไลน์ยอดนิยม สนุกติดจอ 1.dragon nest 2.getprobot 3.c9 4.ever planet 5.bubble ninja 6.sword art online 7.minecraft 1.8.1 8.a10 9.koramgame และ 10.forsaken world

ขณะที่เทคโนโลยีและโลกไอทีมาแรง 1.simsimi 2.instragram 3.iphone 4s 4.line 5.facebook 6.new ipad 7.dealfish 8.google 9.youtube และ 10.Samsung Galaxy

คำค้นหาแบรนด์ธุรกิจประจำปี 1.mitsubishi mirage 2.nissan sylphy 3.truemove h 4.gmm z 5.อิชิตัน 6.swift 7.honda crz 8.prada 9.เชฟโรเลต และ 10.louis vuitton handbags

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 1.เกาะล้าน 2.กาญจนบุรี 3.สวนสยาม 4.สงกรานต์บุรีรัมย์ 5.ทุ่งมะขามหย่อง 6.เทศกาลกินเจ 2555 7.ภูเก็ตเกมส์ 8.titanic 9.วัดท่าไม้ และ 10.วัดบัวขวัญ

ข้อมูลดังกล่าวได้มาจาก "ไซต์ไกสต์" ซึ่งมาจาก Zeitgeist เป็นคำภาษาเยอรมัน หมายถึง "จิตวิญญาณแห่งกาลเวลา" เป็นการสำรวจเกี่ยวกับการค้นหาคำตอบต่อข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ผ่านคำค้นหาจำนวนนับหลายล้านคำที่ได้รับในแต่ละวัน โดยไม่สามารถนำมาใช้กำหนดการค้นหาของผู้ใช้แต่ละรายได้ แต่จะใช้วิธีนับจำนวนครั้งที่มีผู้เข้ามาค้นหาด้วยคำนั้นๆ แล้วแสดงตัวเลขโดยประมาณและไม่เปิดเผยที่มาของผู้ค้นหา หากสนใจลองใช้งาน เรียนรู้ได้ที่ www.google.com/zeitgeist

หมึกตั้งท้องในปากได้จริงหรือ?

จาก กรณีข่าวสุดช็อกของหญิงเกาหลีใต้วัย 63 ปี ที่พบว่ามีลูกหมึก 12 ตัวฝังอยู่ในปาก หลังจากที่เธอได้รับประทานเมนูหมึกเข้าไปนั้น ปรากฎว่าล่าสุด ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้กับชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยว่า เหตุใดสเปิร์มของหมึกจึงสามารถฝังตัวอยู่ในปากของหญิงคนดังกล่าวได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีไข่อยู่ในปากคน และเหตุใดสเปิร์มดังกล่าวจึงสามารถฟักเป็นตัวในปากของคนได้เช่นกัน

เกี่ยวกับประเด็นนี้ เอกสารทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์ข้อมูลชีววิทยาแห่งชาติ ในรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ ได้อธิบายไว้ว่า สิ่ง ที่ฝังอยู่ในกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือกของหญิงชาวเกาหลีใต้รายนี้ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ลูกหมึกแต่อย่างใด แต่เป็นอสุจิของหมึกตัวผู้ ที่ถูกฉีดเข้าไปในช่องเพศของหมึกตัวเมีย ซึ่งอสุจิที่ถูกฉีดเข้าไปในหมึกตัวเมียนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับปรสิตที่มีถุงเมือกห่อหุ้มเอาไว้เป็นจำนวนมากมาย ดังนั้นเมื่อหญิงรายนี้กัดเอาหมึกตัวเมียเข้าไป ถุงน้ำเชื้อที่บรรจุสเปิร์มลักษณะคล้ายกับปรสิตก็ไปแตกในปากของเธอ ทำให้ตัวอสุจิรูปร่างคล้ายแมลงสีขาวขนาดเล็กจิ๋วนี้เข้าไปเกาะอยู่ตาม กระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก อย่างแน่นหนา

ส่วนที่มีการตั้งประเด็นว่าเธอไม่ได้รักษาความสะอาดในช่องปากจนทำให้มันเข้าไปฝังตัวได้นั้น รายงานระบุว่า หลัง จากที่หญิงรายนี้เคี้ยวหมึกซึ่งปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบเข้าไป เธอก็คายมันออกมาทันที เพราะรู้สึกว่ามันมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างเคลื่อนไหว และรู้สึกเหมือนมีอะไรเล็ก ๆ แทงอยู่ภายในช่องปาก ทำให้รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย จึงไปพบแพทย์ทันที ไม่ได้รอให้มันฟักตัวนานอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างใด และแพทย์ก็ได้พบว่า สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กที่ติดอยู่ในปากของเธอนั้น คือ ถุงน้ำเชื้อของหมึกนั่นเอง ส่วนมันเข้าไปฝังตัวในผิวได้อย่างไรนั้น แพทย์ยังคงหาคำตอบไม่ได้

นอกจากนี้ แพทย์ยังเปิดเผยว่า แม้ว่าหมึกที่หญิงรายนี้ทานเข้าไป จะเป็นหมึกที่ผ่านการปรุง (เกือบ) สุกมาแล้ว แต่การที่มันไม่ได้หั่นเป็นชิ้นก่อนปรุงสุก อาจทำให้ข้างในมันยังดิบอยู่ และถุงน้ำเชื้อของหมึกตัวผู้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ทั้งนี้ หมึกตัวผู้จะผสมพันธุ์กับหมึกตัวเมียโดยการใช้อวัยวะเพศซึ่งมีลักษณะยาว คล้ายกับหนวดของมัน สอดถุงน้ำเชื้อเข้าไปในช่องเพศของหมึกตัวเมีย เมื่อไข่ของหมึกได้รับการผสมน้ำเชื้อจากหมึกตัวผู้แล้ว ตัวเมียจะวางไข่ติดตามพื้นทะเล หรือตามสาหร่าย ลูกหมึกในวัยอ่อนที่เริ่มเปลี่ยนสภาพจากไข่กลายเป็นตัวจะมีลักษณะคล้าย แพลงก์ตอน ล่องลอยไปตามกระแสคลื่นระยะต่อมาจึงค่อย ๆ จมตัวลงสู่น้ำทะเลในระดับลึก

ดอกไม้ยูโร โลโก้ฟุตบอลยูโร 2012

ดอกไม้ที่เป็นโลโก้ยูโรหนล่าสุดนี้ มีคำบรรยาย ว่า หมายถึง สัญลักษณ์ร่วมกันของโปแลนด์และยูเครน เจ้าภาพจัดการแข่งขัน เป็นวัฒนธรรมของที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ทั้งสองชาติ

ดอกไม้ดังกล่าวมาจากศิลปะการตัดกระดาษ ชาวชนบทของโปแลนด์และยูเครนต่างมีศิลปะนี้เหมือนกัน เช่นเดียวกับชาวเบลารุส ฝั่งโปแลนด์เรียกว่า Wycinanki (วิชีนันคี) ส่วนยูเครนเรียกว่า Vytynanky (วิทินันกี)


ทีมออกแบบของบริษัทแบรนเดีย เซ็นทรัล สัญชาติโปรตุเกส ดึงเอาศิลปวัฒนธรรมนี้มาสร้างสรรค์เป็นโลโก้ตามคำขวัญ สร้างสรรค์ประวัติศาสตร์ร่วมกัน เป็นที่ถูกอกถูกใจ มิเชล พลาตินี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรป หรือยูฟ่า โดยเฉพาะการใช้ดอกไม้งอกงามเป็นสัญลักษณ์ที่บรรยาย ถึงคำขวัญดังกล่าวได้ครอบคลุมและชัดเจน ในแง่แรงบันดาลใจของโปแลนด์และยูเครน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ชาติยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกเป็นเจ้าภาพ

ยูฟ่า กล่าวว่าโลโก้นี้เป็นการสื่อถึงอารมณ์และความเร้าใจในการแข่งขันฟุตบอลของยุโรป นอกจากนี้ยังสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ไม่ว่า ป่าสีเขียว พระอาทิตย์สีเหลือง แม่น้ำและท้องฟ้าสีฟ้า ผลแบล็กเบอร์รี่ สีม่วง รวมแล้วเป็นสีสันของทัวร์นาเมนต์นี้

สำหรับศิลปะตัดกระดาษ หรือเปเปอร์คัตติ้ง เริ่มในยูเครน ราวช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงต้นศตวรรษที่ 16 และใช้เวลานานก่อนจะมาเป็นศิลปะในการตกแต่งของชาวชนบทหรือคนรากหญ้าในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งแพร่ขยายไปทั่วชนบทของยูเครน

- ขวา-สีสันของโลโก้ในรูปแบบต่างๆ
- บนซ้าย-แบบนี้ของโปแลนด์
- ล่างซ้าย-ศิลปะกระดาษของยูเครน

คำว่า วิทินันกี มาใช้จริงๆ ก็ราวต้นศตวรรษที่ 20 แต่ก็มีคำเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่างๆ ลักษณะของศิลปะตัดกระดาษนี้มีหลากหลาย ทั้งรูปสัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ศิลปะมาศึกษาศิลปะชนิดนี้ภายหลัง และตีพิมพ์เป็นบทความ เรียงความต่างๆ จนมีผู้เริ่มสะสมศิลปะตัดกระดาษ ทำให้เกิดนิทรรศการแสดงศิลปะชนิดนี้พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ตามประเพณีท้องถิ่น ไม่ว่า หม้อ ไห หรือศิลปะเย็บปักถักร้อย

ชาวบ้านในยูเครนนิยมใช้ศิลปะตัดกระดาษนี้ในงานพิธีทางศาสนา หรือเทศกาลสำคัญ เช่น วันคริสต์มาส วันอีสเตอร์ ทำเป็นรูปนางฟ้า โบสถ์ ส่วนงานแต่งงานทำเป็นรูปนกพิราบ ดอกไม้ และรูปต้นไม้แห่งชีวิต

ส่วนวิชีนันคีของโปแลนด์เป็นงานฝีมือท้องถิ่นที่เริ่มต้นกลางศตวรรษที่ 18 จากกลุ่มคนเลี้ยงแกะที่นำเปลือกไม้หรือหนังมาตัดเป็นรูป ใช้ตกแต่งเฟอร์นิ เจอร์ หลังคาบ้าน บานหน้าต่าง หรือทำเป็นของขวัญสวยงาม

ศิลปะตัดกระดาษของโปแลนด์แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น บางแห่งชอบสีเดียว บางแห่งชอบสีสันหลากหลาย ทั้งยังมีเทคนิคการตัด ฉีกกระดาษ เล็ม ขริบ หรือแกะสลักที่แตกต่างกันไปเป็นเอกลักษณ์ รูปที่นิยมมีทั้งนก นกยูง ดาว ดอกไม้ บางเมืองมีช่างศิลป์ด้านนี้ทำออกมาได้วิจิตรงดงามมาก

คําราชาศัพท์ หมวดกริยา

พระราชดำรัส หมายถึง คำพูด

ตรัส หมายถึง พูดด้วย

เสด็จพระราชดำเนิน หมายถึง เดินทางไปที่ไกล ๆ

เสด็จลง… หมายถึง เดินทางไปที่ใกล้ ๆ

ทรงพระราชนิพนธ์ หมายถึง แต่งหนังสือ

ทรงพระกาสะ หมายถึง ไอ

ทรงพระสรวล หมายถึง หัวเราะ

ทรงพระปรมาภิไธย หมายถึง ลงลายมือชื่อ

ทรงสัมผัสมือ หมายถึง จับมือ

ทรงพระเกษมสำราญ หมายถึง สุขสบาย

ทรงพระปินาสะ หมายถึง จาม

พระราชโองการ หมายถึง คำสั่ง

พระราโชวาท หมายถึง คำสั่งสอน

พระราชปฏิสันถาร หมายถึง ทักทาย

มีพระราชประสงค์ หมายถึง อยากได้

สรงพระพักตร์ หมายถึง ล้างหน้า

ชำระพระหัตถ์ หมายถึง ล้างมือ

พระราชปฏิสันถาร หมายถึง ทักทายปราศรัย

เสด็จประพาส หมายถึง ไปเที่ยว

พระราชปุจฉา หมายถึง ถาม

ถวายบังคม หมายถึง ไหว้

พระบรมราชวินิจฉัย หมายถึง ตัดสิน

ทอดพระเนตร หมายถึง ดู

พระราชทาน หมายถึง ให้

พระราชหัตถเลขา หมายถึง เขียนจดหมาย

ทรงเครื่อง หมายถึง แต่งตัว

ทรงพระอักษร หมายถึง เรียน เขียน อ่าน

ประทับ หมายถึง นั่ง

ทรงยืน หมายถึง ยืน

บรรทม หมายถึง นอน

คำราชาศัพท์ที่ใช้เป็นคำกริยา เป็นคำแสดงอาการ
แบ่งเป็น 4 ชนิด

1. กริยาที่เป็นราชาศัพท์ในตัวเอง เช่น ตรัส(พูด) เสด็จ(ไป) กริ้ว(โกรธ) ประชวร (ป่วย) ประสูติ(เกิด) ทูล(บอก) เสวย(กิน) ถวาย(ให้) บรรทม(นอน) ประทับ(อยู่) โปรด(รัก,ชอบ) ทรงม้า(ขี่ม้า) ทรงดนตรี(เล่นดนตรี)

2. ใช้ “ทรง” นำหน้ากริยาธรรมดา เช่น ทรงฟัง ทรงยืน ทรงยินดี

3. “ห้ามใช้-ทรง” นำหน้ากริยาที่มีนามราชาศัพท์ เช่น มีพระราชดำริ (ห้ามใช้ทรงมีพระราชดำริ) มีพระบรมราชโองการ (ห้ามใช้ทรงมีพระบรมราชโองการ)

4. ใช้ “เสด็จ” นำหน้ากริยาบางคำ เช่น เสด็จกลับ เสด็จขึ้น เสด็จลง