พื้นที่บันทึกความคิด 20 ข้อคิดเตือนใจ - The space of thought

ที่จริงมันเป็นเหมือน สมุดบันทึกความคิด แต่อยู่ในพื้นที่ออนไลน์ เลยเรียกว่าสมุดก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

A space for recording thoughts and words of wisdom.

1. เราไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลพิเศษเพื่อออกจากบ้าน

บางครั้งเราไม่ได้ออกไปเพื่อทำธุระ

ไม่ได้ออกไปเพื่อซื้ออะไร

แค่ออกไปเห็นโลกข้างนอกบ้างก็เพียงพอแล้ว

เพราะชีวิตไม่ได้มีไว้แค่ “ทำสิ่งที่จำเป็น”



2. ของบางอย่างไม่ได้มีค่าเพราะเราใช้มันบ่อย

เสื้อผ้าบางตัว หนังสือบางเล่ม หรือของที่เราซื้อมา

อาจไม่ได้ถูกใช้งานจนคุ้มในแบบที่เราคิด

แต่มันอาจเคยทำให้เราตื่นเต้น เคยทำให้เรามีความสุข

บางทีคุณค่าของมันอาจไม่ได้อยู่ที่ “ใช้กี่ครั้ง” แต่อยู่ที่ “เคยทำให้เรารู้สึกอย่างไร”


3. การไปสถานที่เดิมซ้ำ ๆ ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีที่ไป

บางคนชอบร้านเดิม สวนเดิม ถนนเดิม หรือห้างเดิม

เพราะความคุ้นเคยทำให้เราไม่ต้องใช้พลังในการทำความเข้าใจโลกมากเกินไป

แต่เมื่อพร้อมเมื่อไร เราก็ค่อยลองเดินออกจากเส้นทางเดิมทีละนิดก็ได้


4. ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายใหญ่ตลอดเวลา

บางช่วงของชีวิต

เป้าหมายอาจไม่ใช่การประสบความสำเร็จ

แต่อาจเป็นเพียงการมีวันที่รู้สึกว่า

“วันนี้ฉันใช้ชีวิตแล้วนะ”


5. การให้อภัยตัวเอง ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง

เราอาจยอมรับได้ว่า

“วันนั้นฉันตัดสินใจพลาด”

พร้อมกับบอกตัวเองว่า

“แต่ฉันไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”


6. บางครั้งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ของใหม่ แต่คือความรู้สึกใหม่

เราอาจซื้อเสื้อใหม่ เปลี่ยนของใช้ใหม่ หรือหาอะไรใหม่ ๆ

เพราะอยากรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง

ดังนั้นก่อนจะซื้ออะไร ลองถามตัวเองว่า

“ฉันอยากได้ของชิ้นนี้ หรือฉันกำลังอยากได้ความรู้สึกบางอย่าง?”


7. อย่ารีบเรียกช่วงเวลาที่ว่างว่า “เสียเวลา”

วันที่ไม่มีอะไรสำคัญเกิดขึ้น

อาจเป็นวันที่ร่างกายและใจของเรากำลังพักจากการต้องเป็นอะไรสักอย่าง

ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีผลงานทุกวันจึงจะมีคุณค่า


8. การเดินทางไม่จำเป็นต้องไกลเพื่อให้รู้สึกว่าได้เดินทาง

นั่งรถไฟไปจังหวัดใกล้ ๆ

ลงสถานีที่ไม่เคยลง

เดินเข้าซอยที่ไม่เคยเดิน

กินอาหารร้านที่ไม่เคยลอง

บางครั้ง “ความแปลกใหม่” อยู่ห่างจากบ้านเราเพียงไม่กี่กิโลเมตร


9. เราไม่จำเป็นต้องใช้ของทุกอย่างให้คุ้มที่สุด

บางครั้งเราพยายามใช้ของให้คุ้ม

จนลืมถามว่า

“ของชิ้นนี้ยังเหมาะกับชีวิตของฉันอยู่หรือเปล่า?”

การปล่อยของที่ไม่เหมาะกับเราแล้ว

ไม่ได้แปลว่าเราซื้อผิดเสมอไป

มันอาจหมายความว่าเราเปลี่ยนไปแล้ว


10. ชีวิตที่ไม่มีแผนใหญ่ ก็ยังเริ่มต้นวันใหม่ได้

ถ้ายังไม่รู้ว่าปลายปีจะเป็นอย่างไร

ก็ไม่เป็นไร

วันนี้อาจแค่เลือกว่าจะไปเดินเล่นที่ไหน

อ่านอะไรสักสองสามหน้า

ถ่ายรูปสิ่งที่ชอบ

หรือทำอาหารที่ไม่เคยทำ

บางครั้งจุดหมายของชีวิตไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในครั้งเดียว

แต่มันค่อย ๆ เกิดจากวันที่เราเลือกใช้ชีวิตไปทีละวัน

Something I want to remind myself of.

สิ่งที่ฉันอยากเตือนตัวเอง: …บางทีเรื่องธรรมดาในชีวิต ก็มีอะไรให้คิดมากกว่าที่เราคิด

11. เราไม่จำเป็นต้องรีบใช้ชีวิต เพียงเพราะเห็นคนอื่นไปไกลกว่า

บางคนเดินทางไปหลายประเทศแล้ว

บางคนมีธุรกิจของตัวเอง

บางคนมีครอบครัว มีบ้าน มีชีวิตที่ดูพร้อม

ส่วนเราอาจเพิ่งกำลังหาว่า

“จริง ๆ แล้วฉันอยากใช้ชีวิตแบบไหน?”

ไม่เป็นไรเลย

การเดินช้ากว่าคนอื่น

ไม่ได้แปลว่าเราเดินผิดทาง


12. บางครั้งการเก็บของไว้ ไม่ใช่เพราะเสียดายของ แต่เพราะเสียดายตัวเราในวันนั้น

เสื้อบางตัวคือวันที่เราเคยชอบแต่งตัว

ของบางชิ้นคือช่วงเวลาที่เราเคยตื่นเต้นกับชีวิต

สถานที่บางแห่งคือความทรงจำที่เราไม่อยากลืม

บางทีสิ่งที่เรายังไม่ยอมปล่อย

ไม่ใช่สิ่งของ

แต่คือ “ตัวเราในอดีต”

และเมื่อเข้าใจตรงนี้ การปล่อยมืออาจง่ายขึ้น


13. เราสามารถเริ่มต้นใหม่ โดยไม่ต้องรอให้ชีวิตพังเสียก่อน

การเริ่มต้นใหม่ไม่จำเป็นต้องเกิดหลังจากความผิดหวัง

ไม่ต้องรอให้หมดไฟ

ไม่ต้องรอให้เบื่อชีวิตเดิมจนทนไม่ไหว

วันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง

เราก็สามารถพูดกับตัวเองได้ว่า

“ตั้งแต่วันนี้ ฉันอยากลองใช้ชีวิตแบบอื่นดูบ้าง”


14. บางอย่างที่เราเคยคิดว่าสำคัญ อาจไม่ได้สำคัญกับเราแล้ว

เมื่อก่อนเราอาจอยากมีของเยอะ ๆ

อยากทำทุกอย่างให้คุ้ม

อยากให้ทุกคนเข้าใจเรา

อยากมีแผนชีวิตที่ชัดเจน


แต่วันหนึ่งเราอาจค้นพบว่า

สิ่งที่เราอยากได้จริง ๆ

คือ ความเบา

ไม่ต้องมีมากขึ้น

แค่มีสิ่งที่เหมาะกับเรามากขึ้นก็พอ


15. ความสุขบางอย่างไม่มีประโยชน์อะไรเลย และนั่นก็ไม่เป็นไร

นั่งรถเมล์ไปสุดสาย

เดินห้างโดยไม่ซื้ออะไร

ซื้อดอกไม้หนึ่งกำ

แต่งตัวสวยทั้งที่อยู่บ้าน

ถ่ายรูปท้องฟ้า

กินของอร่อยคนเดียว

มันไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น

ไม่ได้ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จขึ้น

แต่ถ้ามันทำให้เรารู้สึกว่า

“วันนี้ฉันมีความสุข”

แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว


16. เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต เพื่อให้รู้สึกว่าชีวิตกำลังเปลี่ยน

บางทีการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นแค่

เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน

เปลี่ยนร้านกาแฟ

เปลี่ยนที่นั่ง

เปลี่ยนหนังสือที่อ่าน

เปลี่ยนวิธีใช้เวลาช่วงบ่าย

ชีวิตเดิม ๆ

อาจเริ่มรู้สึกใหม่ขึ้นมาได้

จากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย


17. ความคุ้นเคยทำให้เราปลอดภัย แต่ความแปลกใหม่ทำให้เรารู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่

เราจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสองอย่าง

มีสถานที่เดิมที่เราไปซ้ำได้

และมีสถานที่ใหม่ที่เราไม่เคยรู้จัก

มีอาหารจานโปรด

และมีเมนูที่เราไม่เคยลอง

มีชีวิตที่เราคุ้นเคย

พร้อมกับพื้นที่เล็ก ๆ ให้ตัวเองได้ค้นพบอะไรใหม่ ๆ

ชีวิตที่ดีอาจไม่ใช่ชีวิตที่เปลี่ยนตลอดเวลา แต่เป็นชีวิตที่ยังมีบางอย่างให้ค้นพบ


18. บางครั้งเราไม่ได้ขี้เกียจ เราแค่ยังไม่เห็นเหตุผลที่อยากลุกขึ้นไปทำ

เราบอกตัวเองว่า

“ทำไมไม่ทำสักทีนะ?”

แต่บางทีคำถามที่ดีกว่าอาจเป็น

“ถ้าฉันทำสิ่งนี้แล้ว ชีวิตฉันจะรู้สึกดีขึ้นตรงไหน?”

เพราะเมื่อเราเห็นความหมาย

สิ่งที่เคยต้องฝืน

อาจกลายเป็นสิ่งที่เราอยากทำเอง


19. ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เราซื้อมาแล้วต้องอยู่กับเราตลอดไป

บางอย่างเหมาะกับเราในวัยหนึ่ง

แต่ไม่เหมาะกับเราในวันนี้

บางอย่างเคยทำให้เรามีความสุข

แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแล้ว

การบอกลาไม่ได้ทำให้การซื้อครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด

มันแค่หมายความว่า เราและสิ่งของชิ้นนั้นเดินทางมาถึงจุดที่ต้องแยกทางกัน


20. บางทีสิ่งที่เราตามหามานาน อาจไม่ใช่ “เป้าหมายชีวิต” แต่คือ “เหตุผลที่อยากตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้”

เราอาจไม่รู้ว่าอีก 5 ปีจะอยู่ที่ไหน

ไม่รู้ว่าจะทำอะไร

ไม่รู้ว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ไม่เป็นไรเลย

ลองหาแค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้พรุ่งนี้น่าตื่นขึ้นมา

ร้านอาหารที่อยากลอง

สถานที่ที่อยากไป

หนังสือที่อยากอ่าน

รูปที่อยากวาด

หรือถนนสักเส้นที่อยากเดิน


บางทีชีวิตไม่จำเป็นต้องมีคำตอบใหญ่ ๆ

แค่มีเหตุผลเล็ก ๆ ให้เราอยากเห็นวันพรุ่งนี้ก็พอแล้ว

บทความ : 20 ข้อ ที่วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่า.. 20 things I just learned today...