แนวคิดเรื่อง “การอยู่กับปัจจุบัน” (The concept of living in the present moment) จริง ๆ แล้วไม่ใช่การบังคับตัวเองว่า “ห้ามคิดถึงอดีต ห้ามกังวลอนาคต” เพราะสมองมนุษย์ทำแบบนั้นไม่ได้ และยิ่งห้าม บางทีก็ยิ่งคิด ลองมองมันแบบนี้...
อยู่กับปัจจุบัน = รู้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ตรงไหน กำลังทำอะไร และกำลังรู้สึกอะไร โดยไม่รีบพาตัวเองกลับไปแก้สิ่งที่จบแล้ว หรือวิ่งไปใช้ชีวิตในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
6 แนวคิดเรื่อง “การอยู่กับปัจจุบัน”
1. อดีตมีไว้ “เรียนรู้” ไม่ใช่ “กลับไปอยู่”
2. อนาคตมีไว้ “เตรียมตัว” ไม่ใช่ “กังวลล่วงหน้า”
3. ปัจจุบันไม่ได้แปลว่า “ต้องมีความสุข”
4. กลับมาที่ “สิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
5. อย่าใช้ชีวิตโดยรอ “ช่วงที่ชีวิตจะดีขึ้น”
6. “วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีความหมายยิ่งใหญ่ แค่ได้ใช้ชีวิตจริง ๆ ก็พอ”
...
1. อดีตมีไว้ “เรียนรู้” ไม่ใช่ “กลับไปอยู่”
เราย้อนกลับไปแก้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ แต่เราสามารถหยิบสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นข้อมูลได้ เช่น
- “ครั้งนั้นฉันทำพลาดตรงไหน”
- “ครั้งนั้นฉันได้เรียนรู้อะไร”
- “ครั้งต่อไปฉันจะทำต่างจากเดิมอย่างไร”
แล้วจบตรงนั้น ... ไม่จำเป็นต้องถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “ถ้าวันนั้นฉันทำอีกแบบจะเป็นอย่างไรนะ?”
เพราะคำถามนี้ไม่มีปลายทาง
2. อนาคตมีไว้ “เตรียมตัว” ไม่ใช่ “กังวลล่วงหน้า”
การคิดถึงอนาคตเป็นเรื่องดี เช่น วางแผนเงิน วางแผนเที่ยว วางแผนงาน ดูแลสุขภาพ คิดว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไร ... ทั้งหมดนี้คือ การเตรียมตัว
แต่เมื่อเราคิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่มีอะไรให้ทำเพิ่มแล้ว มันจะเปลี่ยนจาก “การวางแผน” เป็น “การกังวล”
ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า “เรื่องนี้มีอะไรที่ฉันทำได้ในวันนี้ไหม?”
ถ้ามี → ทำสิ่งนั้น ถ้าไม่มี → วางมันไว้ก่อน
3. ปัจจุบันไม่ได้แปลว่า “ต้องมีความสุข”
อันนี้สำคัญมาก .. บางวันปัจจุบันของเราอาจเป็น
- “วันนี้ฉันเบื่อ” ก็ได้
- “วันนี้ฉันเหงา” ก็ได้
- “วันนี้ฉันไม่มีแรง” ก็ได้
การอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่การทำให้ตัวเองรู้สึกดีตลอดเวลา แต่คือการสามารถพูดกับตัวเองว่า
“โอเค ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกแบบนี้” โดยไม่ต้องรีบผลักมันออกไป
4. กลับมาที่ “สิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
เวลารู้ตัวว่าสมองกำลังวิ่งไปไกล ลองไม่ต้องใช้วิธีซับซ้อนเลย ... ให้ถามว่า
- ตอนนี้ฉันเห็นอะไร?
- ได้ยินอะไร?
- กำลังสัมผัสอะไร?
- กำลังทำอะไรอยู่?
เช่น ตอนนี้คุณกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
- คุณอาจรู้สึกถึงเท้าที่แตะพื้น
- เห็นแสงจากหน้าต่าง
- ได้ยินเสียงรอบตัว
- รู้สึกถึงอากาศบนผิว
- และรู้ว่า “ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอ่านสิ่งนี้อยู่”
แค่นี้ก็เป็นการกลับมาปัจจุบันแล้ว
5. อย่าใช้ชีวิตโดยรอ “ช่วงที่ชีวิตจะดีขึ้น”
นี่เป็นกับดักที่ละเอียดมาก ... เรามักคิดว่า
- ถ้าขายของได้ดีขึ้น...
- ถ้ามีเงินมากขึ้น...
- ถ้าได้ไปเที่ยว...
- ถ้ามีคนรัก...
- ถ้าหุ่นดีขึ้น...
- ถ้าชีวิตเป็นระเบียบกว่านี้...
แล้วฉันจะมีความสุข
แต่ระหว่างที่รอ เราก็ใช้ชีวิตจริง ๆ ของเราไปแล้ว
การอยู่กับปัจจุบันจึงอาจหมายถึง “ฉันไม่จำเป็นต้องรอให้ชีวิตสมบูรณ์ก่อน จึงจะอนุญาตให้ตัวเองมีวันที่ดีได้”
- วันนี้กินของอร่อย
- เดินเล่น
- อ่านนิยาย
- นั่งริมแม่น้ำ
- จัดห้องหนึ่งมุม
- ออกไปดูผู้คน
- นอนโรงแรมหนึ่งคืน
สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็น “รางวัลหลังจากชีวิตประสบความสำเร็จ”
มันสามารถเป็น ชีวิตของเราเลย
6. “วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีความหมายยิ่งใหญ่ แค่ได้ใช้ชีวิตจริง ๆ ก็พอ”
บางวันเราอาจเดินทางไปสถานที่สวย ๆ บางวันขายของได้เยอะ บางวันได้อ่านหนังสือทั้งวัน
แต่บางวันก็อาจแค่
- ตื่น
- กินข้าว
- อาบน้ำ
- ทำงานนิดหน่อย
- ออกไปซื้ออาหาร
- กลับบ้าน
- อ่านนิยาย
- นอน
วันธรรมดาแบบนี้ก็ไม่ได้สูญเปล่า
เพราะ ชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่มีเรื่องสำคัญ
ชีวิตเกิดขึ้นในช่วงเวลาธรรมดา ๆ ระหว่างเรื่องสำคัญทั้งหมดด้วย
“อดีตให้ฉันเรียนรู้ อนาคตให้ฉันวางแผน แต่วันนี้คือวันที่ฉันกำลังมีชีวิตอยู่”
และเวลารู้สึกว่าความคิดกำลังพาตัวเองออกไปไกล ให้กลับมาถามเพียงว่า
“แล้วตอนนี้ล่ะ… ฉันอยากใช้ 1 ชั่วโมงข้างหน้านี้อย่างไร?”
ไม่ต้องจัดการทั้งชีวิต
จัดการแค่ชั่วโมงตรงหน้า ก็พอแล้วจริง ๆ
..
อ่านบทความอื่นๆ
- “วางแผนชีวิตให้ดี” กับ “ใช้ชีวิตแบบไม่ซับซ้อน”
- ข้อคิด การใช้ชีวิตไม่ต้องซับซ้อน - Not complicated
- 20 ข้อ ที่วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่า.. 20 things I just learned today...
- พื้นที่บันทึกความคิด 20 ข้อคิดเตือนใจ - The space of thought
- 30 ข้อคิด เตือนตัวเองเพื่อชีวิตที่เรียบง่าย
- ข้อคิดให้ใจเบา วิชาเบาใจ
- 10 แนวคิด การมองโลกตามความเป็นจริง
- ข้อคิดเตือนสติ ฮีลใจ ให้กำลังใจตัวเอง (อังกฤษแปลไทย)
..
